งานสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 2 หัวข้อ : “เตรียมความพร้อมการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานและกฎระเบียบต่อภาคอุตสาหกรรม” ภายใต้โครงการสร้างระบบข้อมูลและองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระบบการจัดการและการเตือนภัย ปีพ.ศ.2559 (Intelligence Unit) จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2559 ณ ปาล์มสวย รีสอร์ท อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด โดย สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ร่วมกับหน่วยร่วมดำเนินการ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตราด
การจัดสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวน 52 คน แบ่งออกเป็นผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และ ผู้แทนจากหน่วยงานราชการในจังหวัดตราด และจังหวัดใกล้เคียง
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแนะนำภาพรวมกิจกรรมโครงการสร้างระบบข้อมูลและองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระบบการจัดการและการเตือนภัย (Intelligence Unit) โดย น.ส.สุวิมล  เล็กสกุล นักวิชาการมาตรฐาน ฝ่ายหน่วยตรวจ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และการบรรยาย หัวข้อ “ติดตามความเคลื่อนไหว : ทำความรู้จักมาตรฐานเพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานที่สำคัญ” รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ : แนวทางการปรับตัวสู่ ISO 9001: 2015 โดย นางจุรีพร  บุญหลง ผู้จัดการอาวุโสแผนกการมาตรฐาน ฝ่ายหน่วยตรวจ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ  ซึ่งงานสัมมนาดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นอย่างมาก

แม้ว่ากฎหมายระดับประเทศและข้อตกลงระหว่างประทศได้มีการออกแบบมาเพื่อให้สามารถรับมือกับการติดสินบนได้ แต่ก็ยังมีเหตุการณ์การติดสินบนเกิดขึ้น ซึ่งค่อยๆ กัดกร่อนและสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจได้ ด้วยเหตุนี้เอง ไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานจึงได้พัฒนามาตรฐานใหม่ขึ้นมาเพื่อช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

การติดสินบนมีส่วนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ หลายด้าน เช่น ความยากจน การบั่นทอนเรื่องของสิทธิมนุษยชน การเพิ่มค่าใช้จ่าย การลดคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ เป็นต้น ดังนั้น จึงเป็นวาระที่สำคัญทางการเมืองซึ่งต้องนำมาพิจารณาในหลายประเทศและในขณะที่รัฐบาลของหลายๆ ประเทศได้พยายามต่อสู้กับปัญหาการติดสินบนหรือคอร์รัปชั่น องค์กรต่างๆ ก็ต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการควบคู่กันไปอย่างแข็งขันด้วย

ขณะนี้ ไอเอสโอกำลังพัฒนามาตรฐาน ISO 37001 เพื่อช่วยให้องค์กรต่อสู้กับปัญหาการติดสินบนได้และร่างมาตรฐานนี้ได้มาถึง ขั้นตอนการออกเสียงแล้ว ซึ่งสมาชิกของไอเอสโอได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานโดยการออกเสียงใน ร่างนี้ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิมพ์เผยแพร่ต่อไป

ISO 37001 มาตรฐานระบบการจัดการต่อต้านการติดสินบน (Anti-bribery management systems) ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรต่อสู้กับการติดสินบนด้วยการสร้างวัฒนธรรมที่มีความซื่อสัตย์ ความโปร่งใสและความสอดคล้องกับการต่อต้านการติดสินบน

แม้ว่ามาตรฐานนี้จะไม่อาจรับรองได้เต็มที่ว่าจะไม่มีการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น แต่ก็สามารถช่วยให้องค์กรนำมาตรการที่มีประสิทธิภาพไปใช้เพื่อเน้นการป้องกันและการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นีล สแตนสบิวรี ประธานของคณะทำงานโครงการของไอเอสโอที่พัฒนามาตรฐาน ISO 37001 ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศอังกฤษ (British Standards Institute: BSI) กล่าวว่าประโยชน์ของการนำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้มีหลายประการ เช่น ช่วยให้มีการเตรียมการประกันด้านการจัดการ นักลงทุน สมาคมทางธุรกิจ บุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่องค์กรกำลังมีส่วนสำคัญในการก้าวไปสู่การป้องกันการติดสินบน

มาตรฐานดังกล่าวยังรวมไปถึงการรับเอานโยบายการต่อต้านการติดสินบนมาใช้ การแต่งตั้งบุคคลเพื่อดูแลด้านความสอดคล้องกับการต่อต้านการติดสินบน การฝึกอบรม การประเมินความเสี่ยงและกำหนดส่งโครงการต่างๆ สมาคมทางธุรกิจซึ่งมีการนำการควบคุมทางการเงินและการค้ามาใช้ และการรายงานและคู่มือขั้นตอนการดำเนินงานด้านการสืบสวน

มาตรฐานนี้เป็นเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่นซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งในองค์กรขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของทุกประเทศซึ่งมีความเสี่ยงด้านการติดสินบนซึ่งต้องประสบพบเจอ

ไอเอสโอคาดว่ามาตรฐาน ISO 37001 จะได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ช่วงปลายปี 2559 นี้

ที่มา: http://www.iso.org/iso/home/news_index/news_archive/news.htm?refid=Ref2040

งานสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 1 หัวข้อ : “เตรียมความพร้อมการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานและกฎระเบียบต่อภาคอุตสาหกรรม” ภายใต้โครงการสร้างระบบข้อมูลและองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระบบการจัดการและการเตือนภัย ปีพ.ศ.2559 (Intelligence Unit) จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2559 ณ ห้องมรกต โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ร่วมกับหน่วยร่วมดำเนินการ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี
การจัดสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวน 67 คน แบ่งออกเป็นผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และ ผู้แทนจากหน่วยงานราชการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแนะนำภาพรวมกิจกรรมโครงการสร้างระบบข้อมูลและองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระบบการจัดการและการเตือนภัย (Intelligence Unit) โดย น.ส.สุวิมล  เล็กสกุล นักวิชาการมาตรฐาน ฝ่ายหน่วยตรวจ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และการบรรยาย หัวข้อ “ติดตามความเคลื่อนไหว : ทำความรู้จักมาตรฐานเพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานที่สำคัญ” โดย นายสำราญ  สอนผึ้ง  ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายหน่วยตรวจ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ จากนั้นเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ : ความสำเร็จและแนวทางการปรับตัวสู่ ISO 9001 : 2015 โดย น.ส.นิชชิมา เจีย และ นายอนันตชัย  แซ่จิว ผู้แทนจาก บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ซึ่งงานสัมมนาดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นอย่างมาก

การบำบัดน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำในการเกษตรเปรียบเสมือนการสร้าง แหล่งน้ำโอเอซิสท่ามกลางทะเลทราย และยังเป็นการช่วยเหลือชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจอีกด้วย

ในภูมิภาคที่น้ำเป็นของหายาก น้ำเสียบำบัดสามารถชุบชีวิตชุมชนเกษตรกรรมได้ ไม่เพียงแต่จะสร้างแหล่งน้ำใหม่ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

มาตรฐานสำหรับน้ำเสียบำบัดช่วยให้ผู้ที่มีบทบาทหลักในการชลประทาน สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเพื่อระบบ ชลประทานสำหรับเกษตรกรรม

ไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานได้ตีพิมพ์เผยแพร่ชุด (series) มาตรฐานใหม่ล่าสุด ISO 16075 ประกอบด้วยแนวทางเพื่อการพัฒนาและการนำโครงการบำบัดน้ำเสียไปปฏิบัติให้ ประสบความสำเร็จ รวมทั้งการออกแบบ วัสดุ การก่อสร้าง และสมรรถนะซึ่งครอบคลุมประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง เช่น คุณภาพน้ำ ประเภทของการเพาะปลูกที่สามารถทำการชลประทานส่งน้ำได้ ความเสี่ยงและองค์ประกอบหลัก (เช่น เครือข่ายท่อส่งน้ำและอ่างเก็บน้ำ)

ดร.จอร์จ ทาร์ชิทสกี้ ประธานคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 282/SC 1 ซึ่งเป็นคณะกรรมการวิชาการที่พัฒนามาตรฐานนี้ กล่าวว่าการขาดแคลนน้ำส่งผลกระทบต่อทุกทวีปบนโลกนี้ คุณภาพน้ำกำลังลดลง และแม่น้ำ ลำธาร ทะเล แผ่นดินและพืชผลกำลังปนเปื้อนไปด้วยน้ำเสีย และได้รับผลกระทบจากการบำบัดน้ำเสียที่ไม่เหมาะสม

ดังนั้น ไอเอสโอจึงได้พัฒนาชุดของมาตรฐาน ISO 16075 ขึ้นมาเพื่อช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ประกอบด้วย

น้ำเสียที่ได้รับการบำบัดอย่างสมบูรณ์ถือว่าเป็นทรัพยากรในอุดมคติที่จะ นำมาใช้ทดแทนทรัพยากรน้ำที่มีอยู่แล้ว ทำให้มีการฟื้นฟูสภาพดิน ลดค่าใช้จ่ายในการใช้ปุ๋ย และป้องกันความเสียหายเชิงนิเวศให้กับแหล่งน้ำ

สำหรับชุดมาตรฐาน ISO 16075 สามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น การใช้น้ำบำบัดในเมือง และอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นต้น

ที่มา: http://www.iso.org/iso/home/news_index/news_archive/news.htm?refid=Ref2023

International Organization for Standardization (ISO) หรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน ได้ประกาศมาตรฐานใหม่ ISO 13065:2015 Sustainability criteria for bioenergy หรือหลักเกณฑ์ความยั่งยืนสำหรับพลังงานชีวมวล (ประกาศเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2015) ที่จะช่วยให้เข้าถึงความยั่งยืนของกระบวนการและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานชีวมวล ซึ่งถือเป็นสาขาที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สนับสนุนความมั่นคงทางพลังงาน และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

พลังงานชีวมวลผลิตจากสารอินทรีย์ เช่น ผลพลอยได้หรือเศษไม้ และพืชผลทางการเกษตร โดยสามารถใช้ในการผลิตเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการขนส่งและไฟฟ้าเช่นเดียวกับการให้ความร้อนหรือการทำความเย็น จึงถือเป็นพลังงานที่ช่วยในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ่มค่าและสามารถหาวัตถุดิบมาทดแทนได้

The International Energy Agency (IEA) หรือ องค์กรพลังงานระหว่างประเทศได้นำเสนอข้อมูลการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้พลังงานหลักจากชีวมวลเทียบเท่าได้ถึง 1,827 ล้านตันน้ำมัน หรือ 12% ของปริมาณความต้องการพลังงานขั้นต้น (Primary Energy) ในปี 2030 ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปริมาณในปี 1990 (อ้างอิง : World Energy Outlook Special Report Energy and Climate Change 2015)

Click >>>อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม<<<

โดยทั่วไป มาตรฐานที่มีการกำหนดขึ้นมานั้น เกิดขึ้นได้ในหลายระดับ หลายสาขาและหลายเรื่องที่กล่าวว่ามีหลายระดับนั้น แบ่งออกเป็น 6 ระดับ กล่าวคือ หากเป็นมาตรฐานระดับบุคคล (Individual Standards) หมายถึงมาตรฐานที่ผู้ใช้แต่ละคนหรือแต่ละหน่วยงานกำหนดขึ้นมาเอง เพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ เช่น ข้อกำหนดในการออกแบบบ้านแต่ละหลัง การสร้างโรงงาน เป็นต้น

หากเป็นด้านอุตสาหกรรม บริษัทแต่ละบริษัทจะมีแนวทางผลิตหรือมาตรฐานเป็นของตนเอง เรียกว่า มาตรฐานระดับ บริษัท (Company Standards) เช่น มาตรฐานของบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน มาตรฐานของบริษัทสายการบิน เป็นต้น แต่หากมีหลายบริษัทมารวมกลุ่มกันเป็นสมาคม โดยผู้ทำผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันมารวมกลุ่มกันหรือผู้ทำผลิตภัณฑ์ต่างชนิด มารวมตัวกัน ก็จะมีมาตรฐานใช้เป็นของสมาคม เรียกว่า มาตรฐานระดับสมาคม (Association Standards) เช่น มาตรฐาน ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ มาตรฐานของสมาคมมาตรฐานและคุณภาพแห่งประเทศไทย เป็นต้น

นอกจากนี้ หากมีผู้ผลิตกับผู้บริโภคต่างกลุ่มต่างรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ก็จะเกิดการต่อรองและนำไปสู่การยอมรับใน ระดับประเทศ เรียกว่า มาตรฐานระดับประเทศ (National standards) เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เป็น มาตรฐานของประเทศไทย มาตรฐานของ American National Standards Institute: ANSI, American Society for Testing and Materials: ASTM และ National Fire Protection: NFPA ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น และเหนือกว่านี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่เกิดจากการร่วมกันกำหนดขึ้นของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเดียวกัน เรียกว่ามาตรฐานระดับภูมิภาค (Regional Standards) เช่น มาตรฐานของคณะกรรมการยุโรปด้านการมาตรฐาน (European Committee for Standardization: CEN) เป็นต้น และสุดท้าย มาตรฐานที่มาจากการร่วมกันกำหนดขึ้นของประเทศต่างๆ เรียกว่า มาตรฐานระดับระหว่างประเทศ (International Standards) ซึ่งหมายถึงมาตรฐานขององค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization: ISO) มาตรฐานทั้ง 6 ระดับดังกล่าวนับว่าเป็นมิติแรกของมาตรฐาน

เรื่องของมาตรฐานยังมีรายละเอียดปลีกย่อย ยกตัวอย่างเช่น มาตรฐานที่กำหนดขึ้นในแต่ละระดับ ยังสามารถแบ่งออกเป็นสาขา (subject) ซึ่งเป็นกิจกรรมด้านอาชีพในสาขาต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม การก่อสร้าง เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นมิติที่สองของมาตรฐาน

นอกจากนี้ ยังแบ่งออกเป็นเรื่อง (aspect) ซึ่งเป็นประเภทของเนื้อหาหรือหัวข้อหรือกลุ่มของหัวข้อที่ประกอบขึ้นเป็นมาตรฐาน เช่น คำนิยาม ข้อกำหนดด้านคุณภาพ ส่วนประกอบ สมรรถนะ วิธีชักตัวอย่าง วิธีตรวจสอบ วิธีวิเคราะห์ วิธีทดสอบ วิธีปฏิบัติ เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นมิติที่สามของการมาตรฐาน เรื่องของมาตรฐานเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันและมีบทบาทในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นอย่างมาก ดังนั้น มาตรฐานจึงต้องอาศัยองค์กรที่เป็นมืออาชีพเข้ามาดำเนินงานเพื่อให้สามารถก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ที่มา:
–    http://www.tisi.go.th
–    http://www.masciinnoversity.com

มาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ISO 45001 (Occupational Health and Safety) ได้รับการออกเสียงจากสมาชิกของไอเอสโอด้วยความมั่นใจในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2558 ที่ผ่านมาและไอเอสโอได้คาดการณ์ว่าจะได้รับการตีพิมพ์ตามเวลาที่กำหนดไว้

ความเจ็บป่วยและอุบัติเหตุนับเป็นภาระที่หนักยิ่งขององค์กรต่างๆ ตลอดจนสังคมโดยรวม ทำให้เสียค่าใช้จ่ายและเกิดความสูญเสียต่อชีวิตไปมากกว่า 2.3 คนต่อปี โดยยังไม่รวมถึงอุบัติเหตุที่ไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิตอีกมากกว่า 300 ล้านคน

เหตุการณ์ดังกล่าวสามารถป้องกันได้ด้วยกระบวนการที่มีประสิทธิผลและมี ความเข้มแข็งผ่านมาตรฐาน ISO 45001 ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยซึ่งจะช่วยให้องค์กรทุกขนาดและทุกประเภท อุตสาหกรรมปรับปรุงความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงานด้วยการลดความเสี่ยงและ สร้างสภาพในการทำงานที่ดีขึ้น มาตรฐานนี้ได้จัดเตรียมแนวทางและข้อกำหนดเพื่อให้นำไปใช้กับระบบและโครง สร้างเพื่อปกป้องพนักงานและลดความเสี่ยงต่างๆ ลง

มาตรฐานนี้ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถนำไปใช้รวมกับระบบการ จัดการที่มีอยู่เดิมและจะนำไปใช้เสริมกับโครงการต่างๆ ด้านสุขภาพและสวัสดิการร่วมด้วยก็ได้

ปัจจุบันนี้ มาตรฐานดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการ ISO/PC 283 นำโดยสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศอังกฤษ (BSI) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ มากกว่า 70 ประเทศ

ร่างมาตรฐานล่าสุดได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกมากกว่า 75% และก้าวต่อไปก็คือการทบทวนข้อคิดเห็นและจัดเตรียมร่างสำหรับสาธารณชนเพื่อ ออกเสียงภายในปีนี้ต่อไป

ไอเอสโอคาดว่าจะประกาศใช้เดือนธันวาคม 2560

iso45001-timeline850x350

ที่มา : http://www.iso.org/iso/iso45001

ประเทศเซเนกัลเป็นประเทศกำลังพัฒนา ชาวเซเนกัลได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงคุณภาพมาตรฐาน “น้ำดื่ม” ที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาเกือบยี่สิบปีแล้ว บริษัทที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องน้ำคือ บริษัทน้ำแห่งชาติเซเนกัล (Seneglaise Des Eaux) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มบวิกส์ (Bouygues) ประเทศฝรั่งเศส

ซีอีโอของบริษัท น้ำแห่งเซเนกัล คือ มามาดู ดีอา (Mamadou Dia) กล่าวว่าบริษัทได้รับการรับรองตามมาตรฐานในเดือนกรกฎาคม 2541 (ค.ศ.2002) โดยได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO9001: 2008, OHSAS18001 ซึ่งดูแลในด้านสุขอนามัย ความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO14001 ปัจจุบัน บริษัทยังมีพันธะสัญญาในการประเมินองค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 26000 อีกด้วย

บริเวณที่บริษัทดูแลรับผิดชอบเรื่องน้ำอยู่ในเขตเมือง 56 เขต รวม 554 แห่งซึ่งสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำที่มีคุณภาพได้ ลูกค้าต่างต้องการน้ำที่เพียงพอ มีคุณภาพที่ดีและมีความปลอดภัย เมื่อได้รับการตอบสนองเรื่องคุณภาพน้ำแล้ว คุณภาพของงานบริการจึงตามมา ปัจจุบัน บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาคุณภาพน้ำและคุณภาพบริการไว้ให้ได้เพื่อความ พึงพอใจของลูกค้า ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงมีการจัดประชุมพูดคุยกับหน่วยงานของลูกค้าทุกๆ 6 เดือน

บริษัทเพิ่งจะเปิดตัวโครงการ Orange Money payment ซึ่งทำให้ลูกค้ามีทางเลือกหลายทางในการชำระเงิน และจากผลสำรวจ พบว่าสมรรถนะของบริษัทเพิ่มจาก 68% ในปี 2539 (ค.ศ.1996 ซึ่งเป็นปีที่เปิดให้บริการ) เป็น 86.19% ในปี 2558 นอกจากนี้ ความถี่ของอุบัติเหตุก็ลดลง ปกติการเกิดอุบัติเหตุหมายถึงการเพิ่มอัตราการลาเพื่อพักรักษาตัวซึ่งมีผลกระทบต่องานที่ต้องทำให้แล้วเสร็จและจำนวนวันทำงานที่ลดลงก็เป็นปัจจัยที่มีผลต่อ สมรรถนะการทำงาน ดังนั้น สิ่งที่บริษัทต้องทำก็คือการให้บริการคุณภาพน้ำที่ดี การมีคุณภาพการบริการที่ดีและการทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจนั่นเอง

บริษัท เชื่อมั่นว่า “การรับฟังลูกค้าจะทำให้บริการของเราดีขึ้น” ซึ่งจากจุดเริ่มต้นในการให้บริการคุณภาพน้ำดื่มที่ดี และต่อมาได้พัฒนาคุณภาพบริการและระบบการทำงานตามมาตรฐานสากล ทำให้บริษัทได้รับการยอมรับจากลูกค้าในฐานะผู้ให้บริการที่เป็นมืออาชีพ อย่างแท้จริง

ด้วยเหตุนี้เอง น้ำดื่มเซเนกัลจึงสามารถยกระดับคุณภาพด้วยมาตรฐานสากล

ที่มา:
–    https://www.youtube.com/watch?v=cMq3emfu4xM
–    http://fr.wikipedia.org/wiki/S%C3%A9n%C3%A9galaise_des_eaux

ไบโอมิเมติกส์ เป็นศาสตร์แห่งการเลียนแบบธรรมชาติ กล่าวคือ เป็นการนำเอาหลักการที่ได้เรียนรู้จากธรรมชาติมาแก้ไขปัญหาและพัฒนาเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งทำให้โลกเปลี่ยนไป และขณะนี้ กลุ่มของมาตรฐานใหม่จะช่วยให้เราก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคในการสร้างและใช้โอกาสของศาสตร์นี้ให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่ามนุษย์เราได้ศึกษาและสร้างนวัตกรรมอันมหัศจรรย์ของระบบ ชีววิทยาโดยการเลียนแบบธรรมชาติ ไว้มากมาย นับตั้งแต่จากศึกษาธรรมชาติของนกและสร้างเป็นเครื่องบินไปจนถึงการศึกษา ไวรัสและสร้างเป็นวัสดุนาโน เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่สิ่งที่มนุษย์เราได้ค้นคว้าศึกษาจากธรรมชาติเช่นนี้ ได้สร้างให้นวัตกรรมเกิดขึ้น อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ศาสตร์ของไบโอมิเมติกส์กำลังเติบโตก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งและโดยหลักการของศาสตร์นี้แล้ว มันมีศักยภาพที่ไร้ข้อจำกัด
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีรูปแบบอย่างเป็นทางการในศาสตร์นี้และ ด้วยการรับรู้เพียงเล็กน้อยของคนทั่วไป คำว่าไบโอมิเมติกส์จึงมักจะมีการนำไปใช้อย่างสับสนและแทนที่ด้วยคำว่า ไบโอนิก (bionic) ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีชีวจักรกล (มาจากคำว่า Biology – ชีววิทยา รวมกับคำว่า Electronics – อิเล็กทรอนิกส์)

ดังนั้น ไอเอสโอจึงได้กำหนดกลุ่มของมาตรฐานระหว่างประเทศขึ้นมาใหม่เพื่อเพิ่มการยอมรับในผลิตภัณฑ์จำพวกไบโอมิเมติกส์และลดประเด็นปัญหาด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจด้วย นอกจากนี้ การฝึกฝนปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการเลียนแบบธรรมชาติจะช่วยสนับสนุนให้มีความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ISO 18458 ไบโอมิเมติกส์ – นิยาม แนวคิดและระเบียบวิธี (Biomimetics – Terminology, concepts and methodology) เป็นมาตรฐานที่ให้กรอบการดำเนินงานสำหรับคำนิยามของคำว่าไบโอมิเมติกส์ใน สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์

ส่วน ISO 18459 ไบโอมิเมติกส์ – การหาค่าที่เหมาะที่สุดในเชิงโครงสร้างของไบโอมิเมติกส์ (Biomimetics – Biomimetics structural optimization) เป็นมาตรฐานที่ระบุหน้าที่และขอบข่ายของการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดในเชิงโครง สร้างของไบโอมิเมติกส์ซึ่งมีการพิจารณาถึงการออกแบบที่ดีเลิศขององค์ประกอบ ที่ทนทานต่อสิ่งต่างๆ เช่น น้ำหนักและช่วงชีวิต

ดร.ไมเคิล ชมิทท์ (Dr. Michael Schmitt) เลขาธิการของคณะกรรมการวิชาการของไอเอสโอที่ได้พัฒนามาตรฐาน ISO 18458 กับ ISO 18459 และผู้จัดการโครงการของสถาบันมาตรฐานแห่งประเทศเยอรมัน หรือ DIN (Deutsches Institut für Normung) กล่าวว่ามาตรฐานดังกล่าวจะช่วยทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ไบโอมิเมติกส์ ในแง่ที่ว่ามาตรฐานใหม่นี้มีศักยภาพที่จะทำให้อุปสรรคทางเทคนิคในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในสาขานี้หมดไป และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสาขาต่างๆ นอกจากนี้ ยังช่วยในด้านข้อปัญหาทางกฎหมาย คุณภาพและสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคอีกด้วย

ไอเอสโอได้กำหนดมาตรฐานให้มีความสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า ขึ้นเป็นลำดับ และบทสรุปที่ว่า “ธรรมชาติเป็นผู้รู้ที่ดีที่สุด” ก็เป็นพื้นฐานสำคัญของนวัตกรรมอันเป็นที่มาของการกำหนดมาตรฐานดังกล่าวข้างต้น

มาตรฐาน ISO 18458 และ ISO 18459 สามารถหาซื้อได้ที่เว็บไซต์ของไอเอสโอ (http://www.iso.org/iso/home/store.htm) หรือติดต่อที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

ที่มา:
http://www.iso.org/iso/home/news_index/news_archive/news.htm?refid=Ref1952

 

ไอเอสโอเป็นหนึ่งในผู้กำหนดกรอบการดำเนินงานและมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมตามมาตรฐาน ISO 26000 และ ในการสนับสนุนแนวคิดแบบผสมผสานร่วมกับกรอบแนวทางสากลในการดำเนินงาน

มาตรฐาน ISO 26000 ได้ให้แนวทางของการดำเนินการขององค์กรและธุรกิจตามแนวทางของความรับผิดชอบ ต่อสังคม มีการให้ความกระจ่างเกี่ยวกับความสามารถในความรับผิดชอบต่อสังคมและช่วยให้มีการนำหลักการไปแปลงสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

ไอเอสโอได้สนับสนุนให้บริษัทต่างๆ มีความเข้าใจและเห็นคุณค่าของแนวทางดังกล่าวซึ่งทำเพื่อสังคมและนักลงทุน ด้านการเงินในขณะที่องค์กรต่างๆ ทั่วโลกต้องเผชิญกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการรายงานมากเพิ่มขึ้นด้วย

ไอเอสโอแนะนำว่าในการจัดทำรายงานขององค์กรต่างๆ ทั่วโลก สามารถใช้แนวทางของมาตรฐาน ISO 26000 และการ รายงานตามสากลแบบผสมผสานซึ่งไอเอสโอได้จัดทำเป็นเอกสารไว้แล้ว

แผนที่ดังกล่าวข้างต้นได้รับการพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของ Corporate Reporting Dialogue (ซึ่งเป็นภาพรวมของโครงการรายงานขององค์กรซึ่งเป็นเครื่องมืออย่างง่าย แผนที่นี้แบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ วัตถุประสงค์ ขอบข่ายและเนื้อหา) เพื่อตอบสนองตลาดที่ต้องการให้มีความเชื่อมโยงกัน มีความคงเส้นคงวา สามารถเปรียบเทียบกันได้ระหว่างกรอบการดำเนินงาน มาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ผู้เข้าร่วมในการจัดทำ Corporate Reporting Dialogue ดังกล่าวรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรายงานทั้งสองแห่ง ได้แก่ GRI Financial Accounting Standards Board และ the International Integrated Reporting Council ด้วย

มาตรฐาน ISO 26000 และการรายงานตามสากลแบบผสมผสานดังกล่าว ไอเอสโอแนะนำผู้ใช้งานว่าเป็นเครื่องมือแบบใหม่ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถจัดทำรายงานตามหลักการสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา:

1.    http://www.iso.org/iso/home/news_index/news_archive/news.htm?refid=Ref1959
2.    http://corporatereportingdialogue.com/