การสอบเทียบ เป็นการปฏิบัติประจำวันของห้องปฏิบัติการทดสอบ เช่นเดียวกับการทดสอบและการวิเคราะห์ตัวอย่าง กว่า 60,000 แห่งทั่วโลก แล้วเรา
จะทำให้ลูกค้ามั่นใจในผลของมันได้อย่างไร
เป็นเวลานานหลายปีมาแล้วที่มาตรฐาน ISO/IEC 17025 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ (General requirements for the competence of testing and calibration laboratories) ได้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงระดับสากลสำหรับการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะในการส่งมอบผลที่เชื่อถือได้
มาตรฐานสากลนี้ ไอเอสโอและไออีซีได้ร่วมกันตีพิมพ์เผยแพร่ ประกอบด้วยชุดของข้อกำหนดที่สามารถทำให้ห้องปฏิบัติการทดสอบมีการปรับปรุงความสามารถในการดำเนินการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำอย่างสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมของห้องปฏิบัติการทดสอบได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่มาตรฐานได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี 2548 (ค.ศ.2005) ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่จะทบทวนมาตรฐานและรวมเอการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญเข้าไปด้วย สตีฟ ซิดนีย์ หนึ่งในผู้ประสานงานของกลุ่มงานที่ทบทวนมาตรฐานอธิบายว่า นับตั้งแต่ ISO/IEC 17025 ฉบับล่าสุดได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี 2548 เป็นต้นมา เงื่อนไขของตลาดก็ได้เปลี่ยนแปลงไปและจำเป็นต้องมีการปรับปรุงมาตรฐานให้ดีขึ้น
แฮริแบร์ท ชอร์น ผู้ประสานงานกลุ่มงานที่เข้าร่วมในระบบโครงการประเมินความสอดคล้องสำหรับอุปกรณ์และองค์ประกอบอิเล็คทรอเทคนิกส์ (System of Conformity Assessment Schemes for Electrotechnical Equipment and Components) ระบุว่าการทบทวนมาตรฐานมีความจำเป็นเพื่อให้ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค ซึ่งการพัฒนาเชิงเทคนิคและการพัฒนาในเทคนิคด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่อุตสาหกรรมได้ประสบมานับตั้งแต่มาตรฐานฉบับสุดท้าย นอกจากนี้ มาตรฐานนี้ยังได้นำเอามาตรฐาน ISO 9001 ฉบับใหม่ล่าสุดเข้าไปพิจารณาร่วมด้วย
มาตรฐานนี้มีนัยสำคัญเป็นอย่างสูงสำหรับชุมชนการประเมินความสอดคล้องของไออีซีเนื่องจากเป็นการร่างเค้าโครงข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับการทดสอบในโครงการการประเมินความสอดคล้องทั้งหมดและโปรแกรมที่ทำงานภายในระบบการประเมินความสอดคล้องกันของไออีซี ได้แก่ IEC System of Conformity Assessment Schemes for Electrotechnical Equipment and Components (IECEE), IECEx ซึ่งเป็นระบบการเตรียมความพร้อมด้วยการพิสูจน์ถึงความสอดคล้องกับมาตรฐานไออีซีด้วยความสมัครใจ, International Electrotechnical Commission Quality Assessment System for Electronic Components (IECQ) และ IEC system for Certification to Standards Relating to Equipment for Use in Renewable Energy Applications (IECRE)
การทบทวนได้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 (ค.ศ.2015) อันเป็นผลมาจากข้อเสนอร่วมระหว่างองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ (International Laboratory Accreditation Cooperation: ILAC) และสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศแอฟริกาใต้ (the South African Bureau of Standards: SABS) ซึ่งเป็นสมาชิกของไอเอสโอและเป็นเจ้าภาพในคณะกรรมการแห่งชาติของไออีซี
ขณะนี้ กระบวนการทบทวนมาตรฐานระหว่างประเทศ ได้มาถึงร่างมาตรฐานสุดท้ายแล้วและจะมีการตีพิมพ์เผยแพร่ต่อไป
สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของการทบทวนมาตรฐาน ISO/IEC 17025 มี 6 ประการ ดังต่อไปนี้
การใช้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 เป็นการอำนวยความสะดวกความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทดสอบและหน่วยงานอื่นๆ นอกจากนี้ ยังช่วยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์และช่วยให้มาตรฐานและขั้นตอนการดำเนินงานมีความสอดคล้องกลมกลืนกันอย่างที่วอร์เรน เมอร์เคล ผู้ประสานงานอีกคนหนึ่งของกลุ่มงานได้กล่าวไว้ว่า มาตรฐานนี้ส่งผลกระทบถึงห้องปฏิบัติการทดสอบในหลายด้าน มาตรฐานจำเป็นต้องถึงเกณฑ์ของความสามารถในด้านบุคลากร การสอบเทียบ และการบำรุงรักษาอุปกรณ์รวมถึงกระบวนการทั้งหมดที่ใช้ในการสร้างข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องมีห้องปฏิบัติการที่คิดและทำงานในแบบที่ทำให้มั่นใจว่ากระบวนการนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมและข้อมูลนั้นเชื่อถือได้ และผลนั้นยังทำให้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางระหว่างประเทศต่างๆ ด้วย
มาตรฐาน ISO/IEC 17025 ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่างไอเอสโอและไออีซีในคณะกรรมการการประเมินความสอดคล้องที่เรียกว่า CASCO
(Committee on conformity assessment) และมาตรฐานนี้จะใช้แทนฉบับเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งคาดว่ามาตรฐานฉบับที่พัฒนานี้จะแล้วเสร็จ
ภายในปลายปีนี้