นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สรอ. ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ (CPF) ที่ได้รับประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรม ตามมาตรฐาน ISO 56002:2019  ณ ห้องบอร์ดรูม ชั้น 30 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ สีลม (CP Tower Silom) กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) โดย น.สพ. สุจินต์ ธรรมศาสตร์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์น้ำ ให้เกียรติรับมอบประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรม ขอบข่าย การบริหารจัดการนวัตกรรมในสายธุรกิจโรงเพาะฟักลูกกุ้ง ตามมาตรฐาน ISO 56002:2019  ซึ่ง CPF มุ่งมั่นพัฒนาการบริหารนวัตกรรมขององค์กรตามแนวทางมาตรฐาน ISO 56002 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของโลก ที่ปรับการดำเนินงานตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม โดยให้ความสำคัญและส่งเสริมให้บุคลากรคิดริเริ่ม สร้างสรรค์สิ่งใหม่

cpf-iso56002-pic1

สรอ. ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของ CPF ที่มีความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ “ครัวของโลกที่ยั่งยืน” โดยการได้รับประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้การดำเนินงานต่างๆ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพของสินค้าให้ดีขึ้น

cpf-iso56002-pic2

ติดต่อสอบถามบริการด้านการทวนสอบและการฝึกอบรม

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

 

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ./MASCI) ได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬา “MIND-PRESS Sport Day 2023” ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานกระทรวงอุตสาหกรรม กับทีมผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยมีบุคลากรหน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วมกิจกรรม และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (เอสซีจี) ให้การสนับสนุนด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมทั้งได้เชิญนักแบตมินตันทีมชาติไทย น้องปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย และน้องเอิร์ธ-พุธิตา สุภจิรกุล มาให้การต้อนรับด้วย

LINE_ALBUM_MOI-2

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สนามกีฬาแบดมินตันเอสซีจี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมกีฬา “MIND-PRESS Sport Day 2023” และสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ผู้อำนวยการสถาบันฯ นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ได้นำทีมผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ เข้าร่วมกิจกรรม โดย Theme กิจกรรมกีฬาในปีนี้ ได้ผนวกคำว่า MIND เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อเน้นย้ำถึงนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมปี 2566 ที่มุ่งใช้หัวและใจ – MIND ร่วมกับทีมข่าวสายเศรษฐกิจอุตสาหกรรม – PRESS ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมวิถีใหม่ ภายใต้แนวคิด “อุตสาหกรรมดี อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน” ซึ่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากผ่านนโยบาย 4 มิติ ส่งเสริมธุรกิจ ดูแลสังคม รักษาสิ่งแวดล้อม และกระจายรายได้สู่ชุมชน

LINE_ALBUM_MOI 18 Feb 2023

ติดต่อสอบถามบริการ :

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

 

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ./MASCI) ร่วมสนับสนุนการให้บริการตรวจประเมินและการรับรองระบบบริหารการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Research, Technology Development and Innovation Management System : RDIMS) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีวัตถุประสงค์ให้องค์กรและผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถในการทำวิจัย พัฒนาและสร้างนวัตกรรม สินค้าและบริการ อันจะช่วยยกระดับธุรกิจไปสู่สากลได้ พร้อมทั้ง หากผู้ประกอบการผ่านการรับรองมาตรฐานระบบ RDIMS จะสามารถนำรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเพื่อทำ RDI มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วยวิธีการใช้สิทธิ์รับรองตนเอง (Self – Declaration) จากกรมสรรพากรได้ ซึ่งระบบ RDIMS นี้ ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการผ่านช่องทางภายใต้ “โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ Business Development Services (BDS)” ของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในมาตรการ “SME ปัง ตังได้คืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ผู้ประกอบการ SME จะสามารถเลือกรับการบริการที่ตรงกับความต้องการของตน

ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับ สสว. จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจาก สสว. แบบร่วมจ่าย (co-payment) ในสัดส่วนร้อยละ 50 – 80 ตามขนาดของธุรกิจ แต่ไม่เกินรายละ 200,000 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่ม: https://www.facebook.com/photo/?bid=571379231698118&set=a.305964524906258

สมัครเข้าร่วมโครงการ 

329947063_550697186822043_3711301366851301017_n

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ./MASCI) ได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมในงานเสวนา “แนวทางและปัจจัยแห่งความสำเร็จในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero (Pathway to Net Zero: Guidelines and Success Factors towards Net Zero)” จัดโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมกับ บริษัท Wave BCG จำกัด เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส และสร้างความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHGs) ที่เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน (Global Warming)
สรอ./ MASCI โดย คุณมัธนา เข็มทอง หัวหน้านักวิชาการ ฝ่ายทวนสอบด้านความยั่งยืน ร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนาฯ และมีการออกบูธให้คำปรึกษาด้านการตรวจสอบความใช้ได้และการทวนสอบก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas Validation and Verification) เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ห้องประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

netzero-pic1

ติดต่อสอบถามบริการการตรวจสอบความใช้ได้และการทวนสอบก๊าซเรือนกระจก

💻Websitewww.masci.or.th
📱Facebook : MASCI Thailand
📲Line ID: Line@ MASCI Official
✉️Mail[email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

netzero-pic2

 

ในการจัดการกับภาวะโลกร้อน  องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนในหลายประเทศได้ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) การบรรลุเป้าหมายนี้หมายถึงการไม่ปล่อยก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้นไปในชั้นบรรยากาศอีก ซึ่งสามารถทำได้ทั้งลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือชดเชยด้วยการกำจัดก๊าซเรือนกระจกเท่ากับจำนวนที่ปล่อยออกไป

เพื่อสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ซึ่งจะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงหายนะจากสภาพภูมิอากาศได้ ไอเอสโอจึงได้จัดทำแนวทาง Net Zero หรือข้อตกลงหลักเกณฑ์สุทธิเป็นศูนย์ (IWA 42, Net zero guidelines) เพื่อเป็นเครื่องมือหรือแนวทางที่ผู้มีส่วนได้เสียสามารถนำไปใช้จัดการกับอุปสรรคสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดลงเหลือน้อยที่สุดและสมดุล

IWA 42 เป็นเครื่องมือสำหรับผู้กำหนดนโยบายและทุกคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเพื่อให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์สำหรับธุรกิจ กลุ่ม หรือประเทศของตนเอง ซึ่งได้รับการเปิดตัวในการประชุม COP27 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา

ผู้เกี่ยวข้องสามารถนำ IWA 42 ไปใช้ในการประสาน ทำความเข้าใจ และวางแผนสำหรับสุทธิเป็นศูนย์ทั้งในระดับรัฐบาล ภูมิภาค เมือง และองค์กร เพื่อสนับสนุนการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศของโลกให้บรรลุตามเป้าหมาย

แนะนำแนวทางของ IWA 42

IWA 42 ได้มีการกำหนดแนวทางทั่วไปดังต่อไปนี้

ข้อตกลง IWA ดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นมาผ่านกระบวนการแบบเปิด (Open process) ของผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,200 คนจากประเทศต่าง ๆ กว่า 100 ประเทศ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมและได้รับฉันทามติในวงกว้างในการกำหนดแนวทางปฏิบัติสุทธิเป็นศูนย์ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงร่วมกันที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง

IWA คืออะไร คืออะไร?

เอกสาร IWA ของไอเอสโอเป็นแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการมีส่วนร่วมโดยตรงของผู้เชี่ยวชาญในวงกว้าง

IWA เป็นข้อตกลงการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศของไอเอสโอที่สามารถนำไปใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างเร่งด่วน ซึ่งมีการจัดทำขึ้นผ่านกลไกการประชุมเชิงปฏิบัติการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้โครงสร้างคณะกรรมการไอเอสโอ แต่เป็นไปตามขั้นตอนที่รับรองว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั่วโลกมีโอกาสเข้าร่วมและได้รับการอนุมัติจาก ฉันทามติระหว่างผู้เข้าร่วมแต่ละคนในการประชุมเชิงปฏิบัติการ

หลังจากเผยแพร่ข้อตกลงการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศไปแล้วเป็นเวลา 3 ปี เอกสารข้อตกลงนี้จะได้รับการทบทวน และสามารถดำเนินการต่อไปเพื่อให้เป็นข้อกำหนดที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เป็นข้อกำหนดทางเทคนิค หรือมาตรฐานสากล ตามความต้องการของตลาด ข้อตกลงการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศสามารถคงอยู่ได้สูงสุดถึง 6 ปี หลังจากนั้นจะถูกเพิกถอนหรือเปลี่ยนเป็นเอกสารไอเอสโอฉบับอื่นต่อไป

การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จะเป็นจริงได้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาคมโลกด้วยการสนับสนุนทุกวิถีทางรวมทั้งนำเครื่องมืออย่าง IWA 42 และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

ที่มา:

  1. https://www.bbc.com/thai/international-59150935
  2. https://www.iso.org/netzero
  1. หลักการและเหตุผล
    สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) : สสปน. 
    ได้ดำเนินการจัดทำมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (TMVS) เพื่อยกระดับการให้บริการสถานที่จัดงานซึ่งถือเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญในการให้บริการของอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของผู้เดินทางกลุ่มไมซ์ในภูมิภาคเอเชียและระดับโลก โดยปัจจุบันมีสถานที่จัดงานหลากหลายประเภท จำนวนมากกว่า 400 แห่ง จากทั่วประเทศสสปน. มีการวางเป้าหมายหลักในการเพิ่มรายได้และยกระดับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดงานและกิจกรรมทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย จึงได้ดำเนินการส่งเสริมให้สถานประกอบการศูนย์ประชุม /อาคารแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ โรงแรม รีสอร์ท องค์กรภาครัฐ และเอกชน ได้การรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย โดยการจัดทำกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและตรวจประเมินมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่สถานประกอบการให้ทราบถึงความสำคัญและความจำเป็นของมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย
  1. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อตรวจประเมินสถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม รีสอร์ท และ องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ในแต่ละประเภท อาทิเช่น ห้องประชุม สถานที่การจัดงานแสดงสินค้า และสถานที่การจัดกิจกรรมพิเศษ ให้ผ่านการรับรองตามข้อกำหนดของมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย

2.2 เพื่อตรวจประเมินสถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม รีสอร์ท และ องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ได้ผ่านการรับรองตามข้อกำหนดของเกณฑ์ประเมินด้านสุขอนามัยและการจัดงานเสมือนจริง (Hygiene และ Hybrid)

2.3 สร้างความเชื่อถือแก่ผู้ใช้บริการ อันเป็นการสร้างพื้นฐานที่มั่นคงแก่การพัฒนาสถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม หรือ รีสอร์ท และ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชน ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ

  1. จำนวนรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
  1. ประโยชน์ที่ได้รับ

4.1 สถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม รีสอร์ท และองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชน ได้พัฒนาตามเกณฑ์ตัวชี้วัดของมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (ประเภทห้องประชุม ประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้า และประเภทสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ) และเกณฑ์ประเมินด้านสุขอนามัยและการจัดงานเสมือนจริง (Hygiene และ Hybrid) หรือ 2HY

4.2 การให้บริการของสถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม รีสอร์ท และ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชน เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือมากขึ้น

  1. กิจกรรมหลักของโครงการ (ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทั้งกิจกรรม)

tmvs-flow66

 

ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทั้งกิจกรรม หมดเขตรับสมัคร 15 พฤษภาคม 256หรือเมื่อครบตามจำนวน

ข้อมูลการติดต่อ :

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
แผนก Business Excellence ฝ่ายบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Download ใบสมัคร TMVS & 2HY

  1. Application form for TMVS Assessment 2023 (Meeting room-ขอการรับรองครั้งแรก)
  2. Application form for TMVS Assessment 2023 (Exhibition-ขอการรับรองครั้งแรก)
  3. Application form for TMVS Assessment 2023 (Special Event-ขอการรับรองครั้งแรก)
  4. Application form for TMVS Reassessment 2023 (Meeting room ต่ออายุ)
  5. Application form for TMVS Re-assessment 2023 (Exhibition ต่ออายุ)
  6. Application form for TMVS Re-assessment 2023 (Special Event ต่ออายุ)
  7. Application form for 2HY Assessment 2023 (ขอการรับรองครั้งแรก)

ท่านสามารถกรอกข้อมูลและแนบเอกสารประกอบการสมัคร : คลิกที่นี่

Download มาตรฐาน TMVS & 2HY

  1. มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย
  2. เกณฑ์การประเมินด้านสุขอนามัยและการจัดงานเสมือนจริง (2HY)

 เอกสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม

  1. เอกสารประชาสัมพันธ์โครงการ (Thai)

การเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจประเมิน TMVS (Meeting Room)

  1. Power point นำเสนอ TMVS (Meeting Room) ประเภท 1 และ 2
  2. รายการเอกสาร TMVS (Meeting Room) ประเภท 1 และ 2
  3. Power point นำเสนอ TMVS (Meeting Room) ประเภท 3
  4. รายการเอกสาร TMVS (Meeting Room) ประเภท 3

การเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจประเมิน TMVS (Exhibition)

  1. Power point นำเสนอ TMVS (Exhibition)
  2. รายการเอกสาร TMVS (Exhibition)

 การเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจประเมิน TMVS (Special Event)

  1. Power point นำเสนอ TMVS (Special Event)
  2. รายการเอกสาร TMVS (Special Event)

 การเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจประเมิน 2HY

  1. Power point นำเสนอ 2HY
  2. รายการเอกสาร 2HY

วารสาร MASCIInnoversity ได้นำเสนอบทความ เรื่อง “สำเร็จอย่างยั่งยืนด้วยมาตรฐานการจัดการนวัตกรรม” ซึ่งได้นำเสนอมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการนวัตกรรมหลายฉบับรวมทั้ง ISO 56002 ที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสำเร็จได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากองค์กรยุคใหม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำงานให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ และปัจจัยสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนก็คือความสามารถขององค์กรในการสร้างนวัตกรรมนั่นเอง

ความสามารถด้านนวัตกรรมขององค์กรนั้นรวมถึงความสามารถในการเข้าใจและตอบสนองต่อเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไปของบริบท แสวงหาโอกาสใหม่ ๆ และใช้ประโยชน์จากความรู้และความคิดสร้างสรรค์ของคนภายในองค์กร และร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก ซึ่งองค์กรจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้นเมื่อกิจกรรมที่จำเป็นทั้งหมดและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกันได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ

มาตรฐาน ISO 56002, Innovation management – Innovation management system – Guidance เป็นมาตรฐานที่ให้แนวทางปฏิบัติเพื่อให้องค์กรทุกประเภทสามารถนำไปประยุกต์เป็นแนวทางในการจัดทำ รักษา และพัฒนาแนวปฏิบัติในการจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ สามารถพัฒนาและก้าวไปสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมจนกระทั่งประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ และรูปแบบธุรกิจใหม่

มาตรฐาน ISO 56002 มีหลักการที่เป็นสาระสำคัญจำนวน 8 ประการ ได้แก่

  1. การสร้างคุณค่า (realization of value)
  2. ผู้นำที่มุ่งสู่อนาคต (future-focused leaders)
  3. ทิศทางกลยุทธ์ (strategic direction)
  4. วัฒนธรรม (culture)
  5. การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึก (exploiting insights)
  6. การจัดการความไม่แน่นอน (managing uncertainty)
  7. การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง (adaptability)
  8. การมุ่งเน้นระบบ (systems approach)

สำหรับข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 56002 ในสาระสำคัญ 7 ข้อ ได้แก่

  1. บริบทองค์กร ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร
  2. บทบาทของผู้นำ ซึ่งต้องกำหนดวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมขององค์กร และแสดงให้เห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำในระบบการจัดการนวัตกรรมผ่านการกำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์ด้านนวัตกรรม และสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อให้มีประสิทธิผล
  3. การวางแผน ซึ่งต้องพิจารณาถึงบริบทขององค์กร และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และระบุความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนวัตกรรม
  4. การสนับสนุน ซึ่งองค์กรต้องจัดสรรทรัพยากรในด้านบุคลากร เวลา องค์ความรู้ การเงิน และโครงสร้างพื้นที่ที่เพียงพอและเหมาะสมต่อระบบการจัดการนวัตกรรม
  5. การปฏิบัติการ ซึ่งองค์กรต้องมีแผนการดำเนินการและการควบคุมสำหรับการริเริ่มกระบวนการ โครงสร้าง และการสนับสนุนความต้องการที่มีการระบุโอกาสเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
  6. การประเมินสมรรถนะ ซึ่งต้องกำหนดตัวชี้วัด วิธีการสำหรับการตรวจติดตามและเกณฑ์ในการตรวจวัด มีการตรวจประเมินภายในและการทบทวนของฝ่ายบริหาร และ
  7. การปรับปรุง ซึ่งต้องชี้เบี่ยงความเบี่ยงเบน ความไม่สอดคล้องที่เกิดขึ้น  กำหนดวิธีการและทำการแก้ไขเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของระบบการบริหารจัดการนวัตกรรม

มาตรฐานการจัดการนวัตกรรม ISO 56002 สามารถช่วยให้บริษัทและองค์กรดำเนินการนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ทำให้องค์กรสามารถตัดสินใจและดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความเป็นพลวัตในโลกธุรกิจเกิดขึ้นอยู่เสมอ การที่องค์กรมีเครื่องทุ่นแรงในการจัดการนวัตกรรมอย่างมาตรฐาน ISO 56002 จะทำให้สามารถปรับตัวได้เร็ว  พร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ รวมทั้งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วย

ที่มา:

  1. https://intelligence.masci.or.th/certified/iso-560022019/
  2. https://www.iso.org/obp/ui/#iso:std:iso:56002:ed-1:v1:en

ปัจจุบัน ธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรับมืออนาคตแห่งความไม่แน่นอน และสิ่งหนึ่งที่องค์กรจำเป็นต้องทำคือการยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากร ทั้งที่เป็นการต่อยอดจากองค์ความรู้เดิม และปรับเปลี่ยนไปพัฒนาและความรู้ใหม่ ๆ ซึ่ง “การจัดการองค์ความรู้” เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้องค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตามบริบทต่างๆ ที่เกิดขึ้น และยังเป็นหนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จในการบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ด้วย

เพื่อให้องค์กรสามารถนำการจัดการองค์ความรู้ไปใช้ได้อย่างเป็นระบบ  ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐานการจัดการองค์ความรู้ ISO 30401, Knowledge Management Systems ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางสำหรับองค์กรที่ดำเนินการจัดการความรู้ สามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับองค์กร โดยอาศัยเครื่องมือการจัดการความรู้ และเป็นพื้นฐานสำหรับการตรวจสอบรับรองประเมินผลและรับรององค์กรที่มีความสามารถด้านการจัดการความรู้โดยผ่านหน่วยงานตรวจสอบภายในและหน่วยงานภายนอกที่เป็นที่ยอมรับ

สำหรับองค์กรที่ได้นำมาตรฐานระบบคุณภาพ ISO 9001 ไปใช้อยู่แล้ว การต่อยอดไปสู่การใช้มาตรฐาน ISO 30401 สามารถทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยในมาตรฐาน ISO 9001 ข้อ 7.1.6 ความรู้องค์กร (Organizational Knowledge) ระบุว่าองค์กรคววรกำหนดความรู้ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานตามกระบวนการ และเพื่อให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์และบริการ ความรู้นี้ก็ควรจะได้รับการรักษาไว้และทำให้มีอยู่ตามขอบเขตที่จำเป็น เมื่อมีการระบุความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้ม องค์กรควรจะพิจารณาความรู้ในปัจจุบัน และพิจารณาวิธีการทำให้ได้มาหรือเข้าถึงความรู้เพิ่มเติมที่จำเป็นด้วย

มาตรฐาน  ISO 30401 ประกอบด้วยข้อกำหนดและแนวทางสำหรับการสร้าง ดำเนินการ รักษา ทบทวน และปรับปรุงระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพสำหรับการจัดการความรู้ในองค์กร ซึ่งองค์กรทุกประเภท ทุกขนาด สามารถนำไปใช้งานได้

มาตรฐาน  ISO 30401 มีหลักการระบบการจัดการความรู้รวม 8 ข้อ ดังนี้

  1. ธรรมชาติของความรู้  ความรู้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้ มีความซับซ้อน และคนเป็นผู้สร้าวความรู้
  2. คุณค่า ความรู้เป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีมูลค่าสำหรับองค์กรในการทำให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ได้
  3. การมุ่งเน้น  การจัดการความรู้สามารถตอบสนองเป้าหมาย กลยุทธ์ และความต้องการขององค์กรได้
  4. การปรับใช้  วิธีการจัดการความรู้ขึ้นอยู่กับบริบทองค์กร องค์กรต้องพัฒนาวิธีการจัดการความรู้ของตนเองให้สอดคล้องกับบริบทองค์กรของตนเอง
  5. ความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน  การจัดการความรู้ควรมีการปฏิสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างคน การใช้เนื้อหา กระบวนการและเทคโนโลยี
  6. สภาพแวดล้อม  การจัดการความรู้ต้องมุ่งเน้นไปที่การจัดการสภาพแวดล้อมการทำงาน และการดูแลวงจรชีวิตของความรู้
  7. วัฒนธรรมองค์กร  วัฒนธรรมองค์กรมีผลต่อประสิทธิภาพการจัดการความรู้เป็นอย่างมาก วัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
    การคิด การแสดงความเห็น และการทำงาน จะส่งผลต่อการจัดการความรู้โดยตรง
  8. จุดเน้นย้ำ  การจัดการความรู้ควรแบ่งการดำเนินงานเป็นระยะ (Phase) ให้สอดคล้องกับระบบการเรียนรู้ขององค์กร

องค์กรที่มีการจัดทำระบบคุณภาพ ISO 9001 แล้ว สามารถต่อยอดและเพิ่มคุณค่าให้องค์กรได้ด้วยการนำมาตรฐาน ISO 30401 ไปใช้ตามหลักการระบบดังกล่าวเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบที่สนับสนุนการสร้างคุณค่าผ่านความรู้โดยได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร รวมทั้งมีเครื่องมือวัดผลคือตัวชี้วัดที่จะประเมินประสิทธิภาพของระบบได้เป็นอย่างดี

ท่ามกลางสถานการณ์โลกอันผันผวนเช่นนี้  ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเตรียมรับมือกับอนาคตแห่งความไม่แน่นอนด้วยการพัฒนาบุคลากรและองค์กร และมาตรฐาน ISO 30401 เป็นหนึ่งในเครื่องมือบริหารจัดการที่สามารถช่วยองค์กรให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิผล

ที่มา:

  1. https://www.iso.org/standard/68683.html
  2. https://intelligence.masci.or.th/certified/iso-30401-2018/
  3. https://www.nstda.or.th/home/knowledge_post/iso-30401/  

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม (SMI) จับมือพันธมิตร กว่า 30 องค์กร ร่วมมอบของขวัญสุดพิเศษสำหรับ SME โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ SME ให้สามารถรับทราบข้อมูลองค์ความรู้ และเข้าถึงบริการต่างๆ ได้มากขึ้น ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การตลาด เทคโนโลยี นวัตกรรม ดิจิทัล มาตรฐาน การรับรอง และห้องปฏิบัติการ ซึ่งได้กำหนดจัดกิจกรรมในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 สามย่านมิตรทาวน์ และอีก 20 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมในงานดังกล่าว โดยการให้บริการคลินิคให้คำปรึกษาด้านการมาตรฐานและการขอการรับรอง

smes-2566-pic1

smes-2566-pic2

ติดต่อสอบถามบริการด้านการรับรองระบบและการฝึกอบรม

💻Websitewww.masci.or.th
📱Facebook : MASCI Thailand
📲Line ID: Line@ MASCI Official
✉️Mail[email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

 

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ./MASCI) เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2566 ณ ห้องประชุมวุฒิสภา อาคารรัฐสภา

ท่านประธานวุฒิสภา ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ให้เกียรติเป็นประธานในงานวันแห่งเกียรติยศและพิธีรับมอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 ให้กับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยมีนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันฯ  ร่วมแสดงความยินดีกับ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 ในขอบข่าย สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารงานกลาง และสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมี นางสาว นภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา  ให้เกียรติรับมอบใบรับรองฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ในการพัฒนาระบบการจัดการของสำนักงานฯ ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล โดยมีการประยุกต์ใช้มาตรฐานในการส่งเสริม การพัฒนากระบวนการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เกี่ยวข้องกับงานของสำนักงานฯ ซึ่งถือเป็นความท้าทายขององค์กรและบุคลากรของภาครัฐในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการให้สอดรับกับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

senate-certificate-iso9001-pic1

สรอ. ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งคณะผู้บริหารและบุคลากรมีความตั้งใจและร่วมแรงร่วมใจในการขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งดำเนินงานด้านการบริหารจัดการให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามวิสัยทัศน์ “มุ่งสู่องค์กรอัจฉริยะ ในการสนับสนุนภารกิจของวุฒิสภาเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน”

senate-certificate-iso9001-pic2

ติดต่อสอบถามบริการด้านการรับรองระบบและการฝึกอบรม

💻Websitewww.masci.or.th
📱Facebook : MASCI Thailand
📲Line ID: Line@ MASCI Official
✉️Mail[email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36