บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTT GC ได้รับประกาศนียบัตรมาตรฐาน ISO 20400:2017 แนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Procurement – Guidance) จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ./MASCI) เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 ณ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอลฯ จังหวัดระยอง
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันฯ ร่วมแสดงความยินดีกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอลฯ ที่ได้รับประกาศนียบัตรมาตรฐาน ISO 20400:2017 แนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ในขอบข่ายการจัดซื้อจัดจ้าง: กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการ Non-Feed โดยมี นายบำรุง สิงหเขตต์ Vice President Procurement บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอลฯ ให้เกียรติรับมอบประกาศนียบัตรฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ในการบูรณาการความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืนให้เข้ากับนโยบาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์และกระบวนการด้านจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร เพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพ สามารถลดต้นทุน และสร้างนวัตกรรมให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้
สรอ. ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพองค์กรด้านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ซึ่งมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้านการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งให้บริการอันเป็นเลิศเพื่อเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้วยสินค้าและบริการเชิงนวัตกรรมจากองค์ความรู้ความชำนาญการ และความเป็นมืออาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ตามวิสัยทัศน์ของบริษัท “เป็นผู้นําในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต”
ติดต่อสอบถามบริการด้านการตรวจประเมินและการฝึกอบรม
💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : MASCI Thailand
📲Line ID: Line@ MASCI Official
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สรอ. ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ (SSI) ที่ได้รับประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรม ตามมาตรฐาน ISO 56002:2019 ณ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) อาคารประภาวิทย์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2565
บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) โดย นายนาวา จันทนสุรคน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ให้เกียรติรับมอบประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรม ขอบข่าย การบริหารจัดการนวัตกรรม สินค้า บริการและกระบวนการของอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดร้อนและผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูป ตามมาตรฐาน ISO 56002:2019 ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งเน้นการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นชั้นคุณภาพพิเศษเพื่อรองรับความต้องการใช้เหล็กที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาค สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงาน การขนส่ง และการก่อสร้าง โดยบริษัทฯ เป็นบริษัทผู้ผลิตเหล็กรายแรก ที่ได้รับประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรมจาก สรอ.
สรอ. ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของบริษัทฯ ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ “บริษัทเหล็กชั้นนำด้านนวัตกรรมและความเชื่อมั่น” โดยการได้รับประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการยกระดับการดำเนินงานด้านนวัตกรรม ซึ่งช่วยให้องค์กรสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เหล็กและบริการที่มีคุณค่าเพิ่ม ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า ผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ติดต่อสอบถามบริการด้านการตรวจประเมินและการฝึกอบรม
💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : MASCI Thailand
📲Line ID: Line@ MASCI Official
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับถ้อยแถลงการทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Verification Statement) ตามมาตรฐาน ISO14064-1 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ./MASCI) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ณ อาคาร 50 ปี สำนักงานใหญ่ กฟผ.
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ร่วมแสดงความยินดีกับ กฟผ. ที่ได้รับถ้อยแถลงการทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Verification Statement) ตามมาตรฐาน ISO14064-1 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ณ อาคาร 50 ปี สำนักงานใหญ่ กฟผ. โดยการได้รับถ้อยแถลงการทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนี้ เป็นการทวนสอบกิจกรรมการดำเนินงาน กฟผ. ในส่วนของ โรงไฟฟ้า การทำเหมืองถ่านหิน การจัดการถ่านหิน และกิจกรรมสนับสนุนอื่นๆ ของ กฟผ.
กฟผ. โดยนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้เกียรติรับมอบถ้อยแถลงการทวนสอบฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการรวบรวม การเฝ้าระวัง การรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อตอบสนองนโยบายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีธรรมาภิบาล และตรงกับความต้องการ/ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ
สรอ. ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในกิจกรรมการทวนสอบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ กฟผ. ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและบรรลุผลตามแผนการบริหารก๊าซเรือนกระจกของ กฟผ. เพื่อให้องค์กรสามารถพัฒนาการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง และบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้
ติดต่อสอบถามบริการด้านการทวนสอบและการฝึกอบรม
💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : MASCI Thailand
📲Line ID: Line@ MASCI Official
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ได้รับใบรับรองมาตรฐานระบบการจัดการศูนย์ติดต่อลูกค้า (Customer Contact Centres) ISO 18295-1: 2017 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) และเกียรติบัตร Call Center ดีเด่น จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ
นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการ สคบ. และนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันฯ (สรอ./MASCI) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการศูนย์ติดต่อลูกค้า (Customer Contact Centres) ISO 18295-1: 2017 ในขอบข่าย “การบริการของหน่วยงานสายด่วนผู้บริโภค” เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 ณ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ โดยการได้รับการรับรองระบบและเกียรติบัตรฯ นี้ อยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือในการบูรณาการการตรวจประเมินและรับรองตามมาตรฐาน ISO 18295-1: 2017 กับการประเมินตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ระดับดีเด่นของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
บริษัท โอสถสภาฯ โดยนายธีรวัฒน์ จันทรสมบูรณ์ Advisor-Consumer Services ให้เกียรติรับมอบใบรับรองฯ และเกียรติบัตรฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ในการพัฒนาระบบการจัดการศูนย์บริการลูกค้า เพื่อส่งเสริมและรักษาภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร สร้างความพึงพอใจและความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ด้วยการนำข้อกำหนดของมาตรฐานมาใช้ในการพัฒนากระบวนการและการจัดการข้อมูลสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร รวมถึงปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและจัดการข้อร้องเรียนของลูกค้าเพื่อลดการเกิดข้อพิพาททางคดี
สรอ. ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานในการพัฒนาศักยภาพของหน่วยงานสายด่วนผู้บริโภคของบริษัท โอสถสภาฯ ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพด้านการบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้บริโภคดังคำขวัญว่า “รับฟังด้วยใจ ห่วงใยผู้บริโภค แก้ไขปัญหาด้วยความเป็นธรรม” โดยการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 18295-1: 2017 และเกียรติบัตร Call Center ดีเด่นในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จขององค์กร ในการยกระดับมาตรฐานระบบการจัดการศูนย์บริการลูกค้าสู่ความเป็นเลิศด้วยการบริการที่เป็นระบบและได้มาตรฐานสากล สามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผู้บริโภคและสังคม พร้อมไปกับการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์กรด้วย
ติดต่อสอบถามบริการด้านการรับรองระบบและการฝึกอบรม
💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : MASCI Thailand
📲Line ID: Line@ MASCI Official
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36
ขอเชิญสำนักงานบัญชีขอการรับรอง “คุณภาพสำนักงานบัญชี” ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้กับลูกค้า โดยสำนักงานบัญชีที่ผ่านการรับรอง จะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น ได้รับหนังสือรับรองคุณภาพจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้รับการแนะนำเผยแพร่ให้แก่นิติบุคคลตั้งใหม่ และสามารถใช้เครื่องหมายรับรองตลอดอายุหนังสือรับรอง เป็นต้น
☎️สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายหน่วยตรวจ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
คุณวราภรณ์ จตุพัฒนาพงศ์
โทร. 063-5965697, 02-617-1723
E-mail : [email protected]
ด้วยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ได้รับมอบหมายจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมในการเป็นหน่วยจัดอบมหลักสูตรบุคลากรเฉพาะด้านความรับผิดชอบต่อสังคมประจำโรงงาน” จึงกำหนดการจัดอบรม ดังนี้
ประเภท 1 หลักสูตรบุคลากรเฉพาะด้านการมีส่วนร่วมและการพัฒนาชุมชน
ประเภท 2 หลักสูตร บุคลากรเฉพาะด้านการบริหารรับผิดชอบต่อสังคมระดับทั่วไป
ประเภท 3 หลักสูตรบุคลากรเฉพาะด้านการบริหารความรับผิดชอบต่อสังคมระดับอาวุโส
หมายเหตุ:
กลุ่มเป้าหมาย
เอกสารประกอบการสมัครและการชำระเงิน
นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ร่วมแสดงความยินดีกับศูนย์บริการลูกค้า ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการศูนย์ติดต่อลูกค้า (Customer Contact Centres) ISO 18295-1: 2017 ในขอบข่าย “การบริหารศูนย์บริการลูกค้า” (Contact Center Management) และรับเกียรติบัตรศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ระดับดีเด่น ณ ศูนย์บริการลูกค้า ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) อาคารแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 โดยการได้รับการรับรองระบบและเกียรติบัตรฯ นี้ อยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือในการบูรณาการการตรวจประเมินและรับรองตามมาตรฐาน ISO 18295-1: 2017 กับการประเมินตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ระดับดีเด่นของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

ศูนย์บริการลูกค้า ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยนายวิฑูรย์ พรสกุลวานิช รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Integrated Channels และรักษาการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Retail and Business Banking ให้เกียรติรับมอบใบรับรองฯ และเกียรติบัตรฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของ Call Center และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยได้นำเทคโนโลยี Call Service มาใช้ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจ เข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้รวดเร็วควบคู่ไปกับสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ใช้บริการโดยมีการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และกฎระเบียบทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากข้อร้องเรียนของลูกค้า
สรอ. ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของศูนย์บริการลูกค้า ธนาคารไทยพาณิชย์ ตามวิสัยทัศน์ “ธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด (The Most Admired Bank)” โดยการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 18295-1: 2017 และเกียรติบัตร Call Center ดีเด่นในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นขององค์กร ในการยกระดับมาตรฐานระบบการจัดการศูนย์ติดต่อลูกค้าสู่ความเป็นเลิศด้วยการบริการที่เป็นระบบและได้มาตรฐานสากล สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า รวมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรด้วย
ติดต่อสอบถามบริการด้านการรับรองระบบและการฝึกอบรม
💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : MASCI Thailand
📲Line ID: Line@ MASCI Official
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36
จากสภาพแวดล้อมที่มีความผันผวนทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ทำให้องค์กรหลายแห่งต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน และความไม่มั่นคงปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ขององค์กร ยกตัวอย่างเช่น การขาดแคลนวัตถุดิบในช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ของ COVID-19 เป็นต้น ดังนั้น องค์กรจึงจำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบซึ่งหากองค์กรมีแนวทางอย่างเป็นทางการในการจัดการความมั่งคงปลอดภัยแล้ว ก็จะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถทางธุรกิจและความน่าเชื่อถือขององค์กร ซึ่งแนวทางเช่นนั้น มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในมาตรฐาน ISO 28000, Security and resilience – Security Management Systems – Requirements
ไอเอสโอได้ประกาศใช้มาตรฐาน ISO 28000 ครั้งแรกเมื่อปี 2550 (ค.ศ.2007) และเพื่อให้มาตรฐานยังคงมีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ ไอเอสโอจึงได้ทำการปรับปรุงมาตรฐาน ISO 28000 ให้สอดคล้องกับมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301, , ISO 31000, ISO/IEC 27001 เป็นต้น และได้ประกาศใช้เมื่อเดือนมีนาคม 2565
เอกสารนี้ระบุข้อกำหนดสำหรับระบบการจัดการความปลอดภัย รวมถึงประเด็นที่มีความสำคัญต่อการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งองค์กรจำเป็นต้อง
การจัดการความปลอดภัยนี้เชื่อมโยงกับการจัดการธุรกิจในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงกิจกรรมทั้งหมดที่องค์กรควบคุมหรือได้รับอิทธิพลจากองค์กร ซึ่งรวมถึงกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
กิจกรรม หน้าที่ และการปฏิบัติการทั้งหมดควรได้รับการพิจารณาว่ามีผลกระทบต่อการจัดการความปลอดภัยขององค์กร ซึ่งรวมถึงห่วงโซ่อุปทานขององค์กรด้วย
มาตรฐาน ISO 28000 สามารถนำไปใช้เป็นกรอบการทำงานโดยเป็นวิธีปฏิบัติในการลดความเสี่ยงให้กับผู้เกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ทำให้สามารถบรรเทาความเสี่ยงและจัดการความมั่นคงปลอดภัยได้เป็นอย่างดี สามารถปกป้องบุคลากร สินค้า โครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ รวมทั้งการขนส่ง การป้องกันอุบัติเหตุ และการป้องกันผลกระทบที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น โดยสามารถใช้ได้ตลอดทั้งวัฏจักรขององค์กรในกิจกรรมใดก็ได้ทั้งภายในและภายนอกองค์กรในทุกระดับ
ดังนั้น องค์กรที่นำมาตรฐาน ISO 28000 ไปใช้จะทำให้สามารถจัดการความไม่แน่นอนและความผันผวนที่เพิ่มขึ้นได้โดยมีแนวทางการจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้มีความน่าเชื่อถือ และสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กรรวมถึงแง่มุมต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมากในการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายการดำเนินงานขององค์กร ห่วงโซ่อุปทานที่มีความมั่นคงปลอดภัยถือเป็นส่วนสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจซึ่งสามารถป้องกันความเสียหายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้
ที่มา: https://www.iso.org/standard/79612.html
คลื่นลูกใหม่ที่จะกำหนดกติกาทางการค้าของโลกในระยะอันใกล้นี้ คือ การบรรลุข้อตกลงจะลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2065-2070 ซึ่งทั่วโลกกำลังร่วมกันรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) นั่นเอง
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือปัญหาระดับโลกที่มีการกล่าวถึงผลกระทบในด้านต่างๆ มานานหลายปี นอกจากการแก้ปัญหานี้ในระดับบุคคลด้วยการลดใช้ทรัพยากร หรือหมุนเวียนทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว สิ่งสำคัญคือองค์กรขนาดใหญ่ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการขนส่ง ภาคเกษตรกรรม ต่างก็มีส่วนสำคัญในการสร้างผลกระทบดังกล่าว ดังนั้น ทุกองค์กรจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันปรับเปลี่ยนการทำงาน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด
Net Zero เป็นการสร้างสมดุลให้สภาพภูมิอากาศของโลกด้วยการ “จำกัด” การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร่วมกับการ “กำจัด” ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศไปแล้ว โดยต้องหาวิธีลดและป้องกันไม่ให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กับการหาวิธีบรรเทาความเสียหายในอดีตจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ Net Zero ไม่ใช่การห้ามปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือมลพิษต่างๆ แบบ 100% ธุรกิจบางอย่างที่จำเป็นยังคงปล่อยมลพิษบางส่วนได้ ตราบใดที่สามารถชดเชยด้วยกระบวนการที่ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศได้ เช่น การปลูกป่า หรือเทคโนโลยีการดักจับมลพิษในอากาศโดยตรง เพราะยิ่งมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมามากเท่าไร ก็ยิ่งต้องกำจัดออกจากชั้นบรรยากาศให้ได้มากขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การปล่อยก๊าซเรือนกระจกใหม่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกนับจากนี้จะต้องมีปริมาณต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของ Net Zero อย่างแท้จริง นั่นหมายความว่าธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้อง ลด-ละ-เลิก การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ เพื่อเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เร็วที่สุด
กลุ่มธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอนสูง เช่น ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจสาธารณูปโภคไฟฟ้า ธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็ก ธุรกิจปูนซีเมนต์ ธุรกิจยานพาหนะและการขนส่ง ธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ต่างก็ได้รับผลกระทบและจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เป้าหมาย Net Zero เป็นจริง
แม้ว่าธุรกิจเหล่านี้ จะถูกจับตามองว่าเป็นภาคส่วนที่ปล่อยคาร์บอนมากที่สุดในโลก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก และต้องการพันธมิตรที่มีประสบการณ์เพื่อช่วยสนับสนุนให้พวกเขาเริ่มต้นวางแผนเส้นทางสู่การกำจัดคาร์บอนให้เป็นศูนย์ได้สำเร็จ
ในปัจจุบัน บริษัทต่างๆ เริ่มเข้าใจแล้วว่าการลดคาร์บอนในธุรกิจของตนเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าที่นักลงทุนและผู้บริโภคคาดหวัง ซึ่งบริษัทระดับโลกต่างๆ จะใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้า ถ้าเราทำได้ตามเป้าหมายวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ ก็จะกลายเป็นโอกาสในการคัดเลือกเป็นคู่ค้าของกลุ่มธุรกิจนั้น และถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ต้องเร่งปรับตัว ด้วยเหตุนี้ Net Zero จึงเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยให้ธุรกิจแตกต่างเหนือคู่แข่ง มีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจและได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่มากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวย่อมมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดและความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและผู้บริโภค
วิกฤตสภาพภูมิอากาศทุกวันนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ไม่มีเวลาให้รอคอยอีกต่อไปแล้ว….มาร่วมกันพลิกวิกฤตเป็นโอกาสแล้วขับเคลื่อนให้ธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนด้วย Net Zero
ที่มา:
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สรอ. ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการความปลอดภัยการจราจรทางถนน ISO 39001: 2012 ณ ศูนย์อุตสาหกรรมอิตาเลียนไทย อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565
บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแรกที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการความปลอดภัยการจราจรทางถนน ISO 39001 จาก สรอ. ในขอบข่าย “การให้บริการขนส่งชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป โครงสร้างเหล็ก วัสดุก่อสร้าง และการให้บริการรถขนส่งทั่วไป” ซึ่งเพิ่มเติมจากการได้รับการรับรองระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001 จาก สรอ. ก่อนหน้านี้
สรอ. ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของบริษัทฯ ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ “มุ่งสู่การเป็นบริษัทก่อสร้างชั้นนำในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” โดยการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 39001 ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการยกระดับมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยของการขนส่งอย่างเป็นระบบ มีการพัฒนาการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนในระดับสากล ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยง อุบัติเหตุและความสูญเสียจากการจราจรทางถนน ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร สร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
ติดต่อสอบถามบริการด้านการรับรองระบบและการฝึกอบรม
💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : MASCI Thailand
📲Line ID: Line@ MASCI Official
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36