นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ (สรอ.) หรือ MASCI พร้อมด้วยนายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับรองระบบ และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ร่วมแสดงความยินดีกับการประปานครหลวง (กปน.) ในโอกาสได้รับการรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 45001-2561 (ISO 45001:2018) และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301:2019) ในงาน Road Show และนิทรรศการด้านการบริหารความเสี่ยงและด้านการบริหารความต่อเนื่องของการประปานครหลวง ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานใหญ่ วันที่ 22 กันยายน 2565
การประปานครหลวง โดยนายมานิต ปานเอม ผู้ว่าการการประปานครหลวง ให้เกียรติเป็นผู้แทนรับมอบใบรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 45001-2561 (ISO 45001:2018) สำหรับโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ ในขอบข่าย “การผลิตน้ำประปา” และใบรับรองระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301:2019) สำหรับการประปานครหลวง ในขอบข่าย “การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับการจัดการน้ำดิบ การผลิตน้ำประปา การสูบส่ง-สูบจ่าย การให้บริการของสำนักงานประปาสาขา (การจ่ายน้ำให้ลูกค้า) และกิจกรรมของหน่วยงานสนับสนุน ครอบคลุมตั้งแต่ระบบน้ำดิบจนถึงการจ่ายน้ำให้ลูกค้า ในพื้นที่การให้บริการของ กปน. ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ” จาก สรอ. เพิ่มเติมจากที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ (QMS), ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (EMS), ระบบการจัดการสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) และระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร HACCP แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรในทุกระดับ ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการของ กปน. ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การได้รับการรับรอง ISO 45001:2018 และ ISO 22301:2019 ของ กปน. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรด้านการบริหารจัดการแบบองค์รวม ด้วยการให้ความสำคัญต่อสุขภาพอนามัย ความปลอดภัยด้วยการปรับลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเป็นอันตรายต่อพนักงานและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้ง การตอบสนองแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหากเกิดสภาวะฉุกเฉินหรือเหตุการณ์การหยุดชะงัก สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์/บริการให้แก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง การรักษาชีวิตและทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้วยนวัตกรรมและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามหลักธรรมาภิบาล ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและบูรณาการมาตรฐานระบบการจัดการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจแก่ประชาชนในคุณภาพน้ำประปาว่า มีคุณภาพได้มาตรฐานสามารถดื่มได้ทุกพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมศักยภาพของการทำงานในองค์กรให้เป็นที่ยอมรับของสากล ในการ “เป็นองค์กรสมรรถนะสูงที่ให้บริการงานประปา มีธรรมาภิบาล และได้มาตรฐานสากล”
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ (สรอ.) หรือ MASCI โดยนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมด้วยนายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับรองระบบ และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ร่วมแสดงความยินดีกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA เนื่องในโอกาสได้รับเกียรติบัตร ISO 56002 ระบบการจัดการนวัตกรรม ในงาน “PEA INNOVATION CONTEST 2022” วันพุธที่ 7 กันยายน 2565 ณ ห้องสุวรรณภูมิ (ห้องเอนกประสงค์) ชั้น 6 อาคาร LED การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำนักงานใหญ่
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยนายวิเชียร ปัญญาวานิชกุล รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า ให้เกียรติเป็นผู้แทนรับมอบเกียรติบัตร ISO 56002 ระบบการจัดการนวัตกรรม ในขอบข่าย “การบริหารจัดการนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิต จัดส่ง จำหน่ายพลังงานไฟฟ้า และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่อง” โดย PEA เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับเกียรติบัตร ISO 56002 จาก สรอ. แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารและบุคลากรในระดับต่างๆ ของ PEA ในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบการจัดการนวัตกรรม เพื่อเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ โดยสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และผลักดันการใช้ประโยชน์ ทั้งในส่วนของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) นวัตกรรมการกระบวนการ (Process Innovation) และนวัตกรรมแนวคิดธุรกิจใหม่ (New Business Model Innovation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและพัฒนาอย่างยั่งยืน
ISO 56002 ระบบการจัดการนวัตกรรม (Innovation Management System) หรือ InMS เป็นมาตรฐานที่ช่วยให้องค์กรมีแนวทางในการกำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ นโยบายและวัตถุประสงค์ด้านนวัตกรรม รวมทั้งกระบวนการ ทรัพยากรและสิ่งสนับสนุนต่างๆ ที่จำเป็น และยังช่วยให้ได้รับประโยชน์ในการเพิ่มความสามารถในการจัดการความไม่แน่นอน การเพิ่มการเติบโต รายได้ ความสามารถในการทำผลกำไรและความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การลดต้นทุนและของเสีย การพัฒนาความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืนและความสามารถในการฟื้นคืนสู่ปกติ การเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น การมีส่วนร่วมของพนักงาน การดึงดูดความสนใจของหุ้นส่วน คู่ความร่วมมือและการระดมทุน การเพิ่มชื่อเสียงและคุณค่าขององค์กร การสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้องขององค์กร
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและบูรณาการมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรมเข้ากับทิศทางด้านนวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาของ PEA ในการสนับสนุนการสร้างบรรยากาศและทรัพยากรให้เพียงพอต่อการส่งเสริมพนักงานให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การจัดการนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม
โลกใต้ทะเลเป็นโลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่นักดำน้ำต้องการค้นหา ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น จากข้อมูลของนิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกระบุว่าโลกของเรามีส่วนประกอบของน้ำทะเลถึง 70% ส่วนน้ำบนพื้นดินมีเพียง 30% และภาพของสัตว์และพืชที่อยู่ใต้ทะเลที่เราเห็นนั้นมีสีสันสวยงามอย่างเหลือเชื่อ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะนักดำน้ำ จึงต้องการค้นหาความงดงามที่ซ่อนอยู่ใต้ทะเลด้วยสายตาของตนเอง
การดำน้ำลึกเป็นความหลงใหลอย่างยิ่งสำหรับนักดำน้ำนับล้านคนทั่วโลก พวกเขาต่างมีความรักในโลกใต้น้ำเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดำน้ำที่ขาดการฝึกฝนด้วยความรับผิดชอบ สามารถทิ้งร่องรอยของตัวเองไว้กับสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้ ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการผจญภัยใต้น้ำ และช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมให้มีการดำน้ำอย่างยั่งยืน ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐานขึ้นมา 2 ฉบับ ได้แก่ มาตรฐาน ISO 21416, Recreational diving services – Requirements and guidance on environmentally sustainable practices in recreational diving และ ISO 21417, Recreational diving services – Requirements for training on environmental awareness for recreational divers
มาตรฐาน ISO 21416 ช่วยส่งเสริมเทคนิคการดำน้ำที่อนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลในขณะที่มาตรฐาน ISO 21417 ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นของนักดำน้ำในด้านพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งมีโปรแกรมการฝึกอบรมอย่างมีมาตรฐานที่ทำให้นักดำน้ำมีพื้นฐานที่ดีและมีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและมีแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับกิจกรรมต่างๆ อย่างครอบคลุม เช่น การดำน้ำแบบลอยตัวบนผิวน้ำ และการดำน้ำใต้ผิวน้ำ เป็นต้น ซึ่งช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ศูนย์ดำน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ไม่ว่าจะเป็นนักดำน้ำมือใหม่หรือผู้ที่ช่ำชองแล้ว นักดำน้ำต่างให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมทางน้ำอย่างเต็มที่ เป้าหมายของศูนย์ดำน้ำคือการช่วยให้นักดำน้ำเพลิดเพลินไปกับโลกใต้น้ำได้อย่างปลอดภัยและพัฒนาความตระหนักรู้ถึงธรรมชาติอันละเอียดอ่อน หัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการดำน้ำคือสถานที่ที่ผู้คนไปดำน้ำ การได้รับประกาศนียบัตรที่รับรองการดำน้ำ และการเช่าอุปกรณ์
โปรแกรมการฝึกอบรมเป็นส่วนสำคัญของการดำน้ำ ดังนั้น การที่ผู้ให้บริการดำน้ำหรือศูนย์ดำน้ำ นำมาตรฐาน ISO 24803, Recreational diving services – Requirements for recreational diving providers ไปใช้จึงเป็นการยืนยันว่าศูนย์ดำน้ำมีการยึดถือแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในทุกเรื่อง นับตั้งแต่การฝึกอบรมพนักงานไปจนถึงอุปกรณ์ฉุกเฉิน มาตรฐานนี้พัฒนาขึ้นโดยทีมผู้เชี่ยวชาญระดับระหว่างประเทศที่ช่วยสร้างมาตรฐานสำหรับเงื่อนไขการฝึกอบรมในอุตสาหกรรมที่เข้าถึงพื้นที่ที่ห่างไกลที่สุดในโลก
ISO 24803 เพื่อศูนย์ดำน้ำที่มีคุณภาพและปลอดภัย
การรู้วิธีประเมินศูนย์ดำน้ำมีความสำคัญเนื่องจากความปลอดภัยส่วนบุคคลขึ้นอยู่กับการได้รับอุปกรณ์และการฝึกฝนที่ดี มาตรฐาน ISO 24803 ทำให้นักดำน้ำมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่ลึกลงไป 20 เมตรใต้ผิวน้ำในทะเลแคริบเบียนหรือเริ่มดำน้ำครั้งแรกในประเทศไทยก็ตาม พวกเขากำลังดำน้ำกับผู้คนที่ปลอดภัยที่สุดและเป็นมืออาชีพมากที่สุด ตัวอย่างเช่น ในอียิปต์ได้เห็นประโยชน์แล้วว่าการนำ ISO 24803 ไปใช้ทั่วประเทศส่งผลให้คุณภาพและความปลอดภัยของศูนย์ดำน้ำทั่วประเทศดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ด้วยเหตุนี้ ประกาศนียบัตรรับรองการดำน้ำจำนวนมากที่ออกในประเทศจึงแสดงมาตรฐานไอเอสโอเพื่อยืนยันคุณภาพและความปลอดภัย
การวิจัยใต้ท้องทะเลลึก
การมีชุดทักษะของนักประดาน้ำหมายความว่าพวกเขาสามารถมีบทบาทสำคัญในการทำงานทางวิทยาศาสตร์ใต้น้ำได้ นับตั้งแต่การรวบรวมตัวอย่างไปจนถึงการปกป้องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม นักดำน้ำเหล่านี้ต้องผสมผสานความรู้เกี่ยวกับระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์และการปกป้องสิ่งแวดล้อมเข้ากับความถนัดในการดำน้ำและความปลอดภัย
สาขาการดำน้ำอยู่ภายใต้การควบคุมในรูปแบบต่างๆ กัน ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์และองค์กรที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีการกำหนดให้มีความคล่องตัวด้วยกรอบการดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นหนึ่งเดียว
ปัจจุบัน ไอเอสโออยู่ระหว่างการพัฒนามาตรฐาน ISO 8804 จำนวน 3 ฉบับ โดยพัฒนาข้อกำหนดการฝึกอบรมสำหรับนักดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ นักดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ (Scientific diver) นักดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ชั้นสูง (Advanced scientific diver) และหัวหน้าโครงการดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ (Scientific diving project leader) ซึ่งให้คำแนะนำสำหรับชุมชนนักดำน้ำเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ปลอดภัยภายใต้สภาวะการทดลองและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน
มาตรฐานไอเอสโอสำหรับการดำน้ำได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 228, Tourism and related services
ผู้สนใจสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา:
ยุคใหม่ของการเดินทางท่องเที่ยวได้มาถึงแล้ว นับตั้งแต่ด้านความยั่งยืน ความยืดหยุ่น ไปจนถึงการไม่แบ่งแยก เรามาดูกันว่าแนวโน้มสามประการของการเดินทางท่องเที่ยวคืออะไร และมาตรฐานสากลสามารถสนับสนุนการเดินทางได้อย่างไร
ลองนึกภาพสถานที่ที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงสามารถพักผ่อนร่วมกันเพื่อไม่ให้มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เช่น การมีศูนย์ข้อมูลที่เป็นมิตรสำหรับผู้ที่ใช้อักษรเบรลล์ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ปราศจากสิ่งกีดขวาง “การท่องเที่ยวที่เข้าถึงได้” จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์การเดินทางของผู้คนทั่วโลกได้ และทำให้ผู้คนจากทุกสาขาอาชีพสามารถเดินทางได้อย่างเท่าเทียมกัน วิสัยทัศน์นี้สามารถเป็นจริงได้ด้วยมาตรฐาน ISO 21902, Tourism and related services — Accessible tourism for all — Requirements and recommendations ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้คนทุกเพศ ทุกวัยและทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการท่องเที่ยวและสนุกสนานไปกับการเดินทางอย่างไร้ขีดจำกัด (แนวโน้มประการแรก คือ ความสามารถในการเข้าถึงได้ในการท่องเที่ยว)
ตลาดใหม่ของการท่องเที่ยว
มีการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการท่องเที่ยวที่เข้าถึงได้เป็นตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ 88.6 พันล้านยูโรภายในปี 2568 (ค.ศ.2025) มาตรฐานนี้ช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อผู้พิการและตระหนักถึงโอกาสของตลาดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นสตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ทุพพลภาพ ทุกคนมีสิทธิ์อย่างเท่าเทียมกันที่จะสนุกกับชีวิตด้วยการท่องเที่ยวแบบไร้อุปสรรค
ประโยชน์ของมาตรฐานดังกล่าว นอกเหนือจากด้านการท่องเที่ยวแล้ว ยังรวมถึงคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจด้วย ส่วนในเรื่องของความยั่งยืนจะยังคงมีความสำคัญสำหรับภาคส่วนโรงแรมในปี 2565 และในอนาคตด้วย
“อาหาร” บ่งบอกอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์
อาหารคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็นอยู่ อาหารเป็นส่วนขยายของอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของเรา และวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศอย่างเต็มที่คือการได้ลิ้มลองอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรอนุรักษ์อาหารไว้อย่างถูกวิธี
ไอเอสโอได้พัฒนามาตรฐาน ISO 21621, Tourism and related services — Traditional restaurants — Visual aspects, decoration and services ที่ระบุข้อกำหนดและคำแนะนำสำหรับร้านอาหารแบบดั้งเดิมทั่วโลก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์การทำอาหารแบบท้องถิ่นแท้ๆ หัวใจของมาตรฐานนี้คือการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี ตั้งแต่การระบุว่าร้านอาหารควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร ไปจนถึงวิธีการเสิร์ฟอาหารเพื่อแสดงให้เห็นว่าร้านยังคงรักษามรดกตกทอดไว้อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีข้อมูลมากขึ้นในการเลือกสถานที่รับประทานอาหารและลิ้มรสความภาคภูมิใจในการทำอาหารของคนในท้องถิ่น (แนวโน้มประการที่สอง คือ อัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว)
การท่องเที่ยวสีเขียว
ความยั่งยืนจะยังคงมีความสำคัญสำหรับโรงแรมในปี 2565 และในอนาคต โดยผลการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า 76% ของนักเดินทางจะเลือกสิ่งอำนวยความสะดวกด้านที่พักที่มีแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน และสำหรับมาตรฐาน ISO 21401, Tourism and related services – Sustainability management system for accommodation establishments — Requirements สิ่งอำนวยความสะดวกด้านที่พักจะสามารถปรับปรุงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางสังคม และช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่นได้ (แนวโน้มประการที่สาม คือ ความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว)
โรงแรมและที่พักมีความสำคัญต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวและมีศักยภาพมหาศาลสำหรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และทั่วโลกยังคงให้ความสนใจในด้านความยั่งยืนซึ่งช่วยทำให้ผู้คนทั่วโลกปรารถนาที่จะสัมผัสการบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น เมื่อนักเดินทางตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนมากขึ้น ก็จะสามารถเพลิดเพลินกับวันหยุดอย่างมีความสุข โดยตระหนักรู้ว่าพวกเขามีส่วนในการปกป้องโลกของเราด้วยการเลือกที่พักที่ยั่งยืนไปพร้อม ๆ กับบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอันเป็นแนวโน้มที่สำคัญด้านการท่องเที่ยวของโลก
ที่มา: https://www.iso.org/contents/news/2022/07/trending-in-global-tourism.html
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท ยูไนเตดแอสฟัลท์โปรดักซ์ จำกัด เนื่องในโอกาสที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม มอก. 14001-2559 (ISO 14001) และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 45001-2561 (ISO 45001) ณ ห้อง SHARING ชั้น 18 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เมื่อ 17 สิงหาคม 2565
บริษัท ยูไนเตดแอสฟัลท์โปรดักซ์ จำกัด โดยคุณทรงชัย เลิศวาสนา ผู้จัดการโรงงาน ในนามผู้แทนกรรมการบริษัทฯ ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม มอก. 14001-2559 (ISO 14001) และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 45001-2561 (ISO 45001) พร้อมด้วยคุณชมนาด โอชสานนท์ ตัวแทนพนักงาน ซึ่งเป็นการได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ในขอบข่าย “การผลิตและการจ่ายแคตอิออนิกแอสฟัลต์อิมัลชัน คัตแบกแอสฟัลต์ แอสฟัลต์ซีเมนต์ แอสฟัลต์ซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ โมดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชั่น และโพลิเมอร์โมดิฟายด์แอสฟัลต์ซีเมนต์” จาก สรอ. เพิ่มเติมจากที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ มอก./ISO 9001 มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558
การได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับในการพัฒนาระบบบริหารจัดการของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านคุณภาพเพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะลูกค้า ควบคู่กับความตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการปรับลดมลพิษ ปกป้องสิ่งแวดล้อม ปรับปรุงพัฒนาการใช้ทรัพยากร รวมทั้ง การให้ความสำคัญต่อสุขภาพอนามัย ความปลอดภัยด้วยการปรับลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเป็นอันตรายต่อพนักงานและผู้เกี่ยวข้อง
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบการจัดการของบริษัทฯ เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของบริษัทฯ ตามวิสัยทัศน์ “ผลิตยางมะตอยที่ใช้ได้ทุกเส้นทาง ปรับปรุงพัฒนาอย่างยั่งยืน”
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (SYS) เนื่องในโอกาสที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001 ณ บริษัทเหล็กสยามยามาโตะ จำกัด โรงงานห้วยโป่ง จังหวัดระยอง เมื่อ 15 สิงหาคม 2565
บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (SYS) โดยคุณสุรศักดิ์ พูลเกิด ผู้จัดการโรงงานห้วยโป่ง ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001 พร้อมด้วยตัวแทนฝ่ายบริหารระบบการจัดการ คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน และบุคลากรของบริษัทฯ ซึ่งการที่บริษัทฯ ได้รับการรับรองระบบการจัดการพลังงาน ในขอบข่าย “โรงงาน 1 (โรงงานมาบตาพุด): การผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน และเข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อน โรงงาน 2 (โรงงานห้วยโป่ง): การผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน” จาก สรอ. เพิ่มเติมจากที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ระบบบริหารงานคุณภาพ มอก./ISO 9001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม มอก./ISO14001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001/BS OHSAS 18001/มอก./ISO 45001 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ ในการพัฒนาประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงานตามมาตรฐานสากล เพื่อช่วยปรับปรุงสมรรถนะในภาพรวม ทั้งด้านคุณภาพ การให้บริการตรงตามความต้องการของลูกค้า มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบุคลากร และการจัดการพลังงานซึ่งมีส่วนช่วยให้มีการจัดการพลังงานที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนด้านพลังงาน รวมทั้ง เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากร และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกอย่างมีนัยสำคัญ
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบการจัดการของบริษัทฯ เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของบริษัทฯ ในการ “ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานและบริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าด้วยธรรมาภิบาล และจิตสำนึกถึงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม พลังงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย อย่างยั่งยืน”
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI ให้การอบรมความรู้เบื้องต้นมาตรฐานระบบการจัดการแก่ศิษย์พระดาบส และคณะครูโรงเรียนพระดาบส เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2565 ณ ห้องเรียนชั้น 4 อาคารเรียน 1 โรงเรียนพระดาบส จังหวัดสมุทรปราการ
โรงเรียนพระดาบส (มูลนิธิพระดาบส) เป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 วัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางด้านการศึกษาและขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้ขอการสนับสนุนวิทยากรจาก สรอ. ให้การอบรมความรู้เบื้องต้นด้านมาตรฐานระบบการจัดการ แก่ศิษย์พระดาบสและคณะครู
ทั้งนี้ นอกจากการดำเนินงานตามภารกิจจัดตั้งแล้ว สรอ. ยังเห็นความสำคัญในการสนับสนุนส่งเสริมบุคลากรด้านการศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับมาตรฐานระบบการจัดการ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการเตรียมความพร้อมสู่ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต/การบริการ จึงได้ให้การสนับสนุนวิทยากรและเจ้าหน้าที่ สรอ. คือ คุณวรรณพร ชุ่มอินทร์ หัวหน้าวิทยากร คุณภัคณอร ภัครักสรธนาภา หัวหน้าวิทยากร คุณศิณีนาฐ มาศวิจิตร และคุณสุภาพร ถาริยะ เจ้าหน้าที่ฝึกอบรม เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นด้านมาตรฐานระบบการจัดการแก่ศิษย์พระดาบสและคณะครู (มูลนิธิพระดาบส) จำนวนกว่า 70 คน ในหลักสูตรมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความรู้เบื้องต้นด้านระบบการจัดการแก่ศิษย์พระดาบสและคณะครูที่มีความตั้งใจจริงในการขวนขวายหาวิชาความรู้ไปประกอบอาชีพ ช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติต่อไป
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI พร้อมด้วยนายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับรองระบบ ร่วมแสดงความยินดีกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เนื่องในโอกาสที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ มอก. 9001-2559 (ISO 9001:2015) และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001-2562 (ISO 45001:2018) ณ ห้อง CO-110 อาคารสำนักงานกลาง อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เมื่อ 9 สิงหาคม 2565
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โดย ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ มอก. 9001-2559 (ISO 9001:2015) และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 45001-2561 (ISO 45001:2018) พร้อมด้วย ดร. ลดาวัลย์ กระแสร์ชล รองผู้อำนวยการ สวทช. สายงานบริหาร คุณพัชรียา กุลานุช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ผู้บริหารและบุคลากรของ สวทช. ซึ่งการที่ สวทช. ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จาก สรอ. อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2556 และปี 2557 ตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับในการพัฒนาประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงานทั้งด้านคุณภาพ และอาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยระบบบริหารงานคุณภาพมีส่วนช่วยสนับสนุนการดำเนินการเพื่อความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพ และความมีประสิทธิภาพของการดำเนินงานภายในองค์กร มีการส่งเสริมเรื่องการทำความเข้าใจกับองค์กรและบริบทองค์กร ตลอดจนความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการนำมาตรฐาน ISO 45001 มาประยุกต์ใช้และปฏิบัติในการบริหารสำนักงานและห้องปฏิบัติการของ สวทช. แสดงถึงการให้ความสำคัญกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบุคลากร
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพและระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ของ สวทช. เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนการวิจัย พัฒนา และช่วยแก้ไขปัญหา (Solution Provider) ให้กับผู้ประกอบการในภาคการผลิตและบริการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ตามวิสัยทัศน์ “สวทช. เป็นพันธมิตรร่วมทางที่ดีสู่สังคมฐานความรู้ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI ได้รับเกียรติจากคณะ ข้าราชการและผู้ประกอบการจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) และผู้แทน Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit (GIZ) เข้าเยี่ยมชมและหารือเกี่ยวกับบทบาทและการจัดตั้งหน่วยตรวจสอบรับรอง เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 ณ ห้อง SHARING ชั้น 18 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ หรือ สรอ. (MASCI) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ให้การต้อนรับ มาดามนิสิทธิ คำมูลเหรีอง (Ms. Nisith Khammounheung) รองอธิบดีการมาตรฐานและมาตรวิทยา กรมอุตสาหกรรมและการค้า (Deputy Director General, Department of Standardization and Metrology, Ministry of Industry and Commerce) พร้อมคณะฯ จาก สปป.ลาว ในโอกาสเข้าเยี่ยมชม ฟังบรรยายและหารือร่วมกับ สรอ. เกี่ยวกับการจัดตั้งหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ฉลากเขียวของสปป. ลาว เพื่อให้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม (ประเภทที่ 1) โดยปัจจุบัน สปป. ลาวอยู่ในขั้นตอนริเริ่มสำรวจความเป็นไปได้ในการพัฒนาฉลากระดับประเทศ การกำหนดแผนการดำเนินงาน การพัฒนาโครงการ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์และบริการ การพัฒนาเกณฑ์ และกระบวนการในการพัฒนาหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ฉลากเขียวขึ้นภายในประเทศ
สรอ. ได้สรุปการดำเนินงานของ สรอ. กระบวนการรับรองระบบการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล การตรวจสอบรับรอง ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ กระบวนการและการบริการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17065 (ISO/IEC 17065 Requirements for bodies certifying product, process and Services) และโครงสร้างและกระบวนการการตรวจสอบความใช้ได้ (Validation) และทวนสอบ (Verification) ด้านก๊าซเรือนกระจก
โดยทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวคิดการจัดตั้งหน่วยรับรองผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว การพัฒนาสมรรถนะของหน่วยรับรองฯ และบุคลากร การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภค รวมถึงการกำหนดมาตรการจูงใจและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของ สปป.ลาว ในการพัฒนาด้านการรับรองผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ขอแสดงความยินดีกับบริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด ที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก (ISO 41001:2018) ณ อาคาร A ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ วันที่ 12 กรกฎาคม 2565
บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด โดยคุณศิรศักดิ์ จันเทรมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก (ISO 41001:2018) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรของบริษัทฯ ในขอบข่าย การให้บริการทรัพยากรทางกายภาพ (Facility management) ให้แก่ลูกค้าภายในศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ จากที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการอื่นๆ จาก สรอ. อาทิ ระบบบริหารงานคุณภาพ มอก./ISO 9001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม มอก./ISO 14001 ระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 45001/ISO 45001 และ มอก. 18001 ระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ISO 22301 และระบบการจัดการด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับการจัดประชุมสัมมนา และนิทรรศการ มอก./ISO 22300 โดยบริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด เป็นบริษัทฯ แรกที่ได้รับการรับรอง ISO 41001 จาก สรอ.
การได้รับการรับรอง ISO 41001:2018 ของบริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับในการพัฒนาประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้วยการเพิ่มผลิตภาพ ความปลอดภัย สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลซึ่งนำไปสู่การลดต้นทุนและเพิ่มกำไรขององค์กร ผ่านการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาตรฐานแก่ผู้ใช้บริการอาคาร
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการของบริษัทฯ เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามวิสัยทัศน์ “มุ่งมั่นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริหารจัดการอาคารสถานที่ด้วยบริการที่เป็นเลิศ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน”