MASCIInnoversity เคยนำเสนอบทความ เรื่อง “สร้างความเชื่อมั่นในความโปร่งใสขององค์กรด้วยคู่มือ ISO 37001” มาแล้วซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานระบบการจัดการต่อต้านการติดสินบนที่ไอเอสโอพัฒนาขึ้นมาเนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาคอรัปชั่นในระดับโลกซึ่งทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นตามภาคเศรษฐกิจ เพื่อให้แนวทางการปฏิบัติที่ดีเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชั่น
ตัวอย่างเช่น การประกาศนโยบายการต่อต้านการให้และรับสินบน มีความมุ่งมั่น การควบคุมและการฝึกอบรมบุคลากร รวมทั้งมีการประเมินความเสี่ยง การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะธุรกิจ การควบคุมทางการเงิน การค้า และการทำสัญญา มีการรายงาน การเฝ้าติดตาม การสืบสวน และการทบทวน รวมถึงมีการแก้ไขปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการส่งเสริมให้มีการจัดการลดความเสี่ยงด้านการทุจริตติดสินบนจากกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงาน
นอกจากนี้ ความโปร่งใสขององค์กรส่วนหนึ่งต้องเกิดจากธรรมาภิบาลซึ่งเกี่ยวข้องกับการแสดงความรับผิดชอบและส่งเสริมวัฒนธรรมของการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา เพื่อจัดการกับความสำคัญของการมีวิธีการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพซึ่งพนักงานสามารถรายงานข้อกังวลเกี่ยวกับการกระทำผิดได้ ดังนั้น ไอเอสโอจึงได้พัฒนาและเผยแพร่มาตรฐานใหม่ล่าสุดเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการจัดการการแจ้งเบาะแส
เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2564 ไอเอสโอได้เผยแพร่มาตรฐานที่มีชื่อว่า ISO 37002, Whistleblowing management systems – Guidelines ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการจัดการการแจ้งเบาะแสซึ่งให้แนวทางสำหรับการนำไปใช้ การจัดการ การประเมิน การบำรุงรักษา และปรับปรุงระบบการจัดการที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพสำหรับการแจ้งเบาะแส ซึ่งสามารถใช้ได้กับองค์กรทุกประเภท ทุกขนาด รวมทั้ง SMEs และองค์กรที่ดำเนินงานระหว่างประเทศ
มาตรฐานดังกล่าวใช้หลักการ 3 ประการ คือ ความไว้วางใจ ความเป็นกลาง และการคุ้มครอง ซึ่งครอบคลุมการระบุและการรายงานข้อกังวล ตลอดจนวิธีประเมินและจัดการข้อกังวลดังกล่าว การใช้งานตามมาตรฐานนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดหรือป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับนโยบายขององค์กรและภาระผูกพันทางกฎหมายและทางสังคมด้วย
วิม แวนเดอ เคอคโฮฟ ผู้ประสานงานของคณะทำงานไอเอสโอที่พัฒนามาตรฐานกล่าวว่า การนำมาตรฐาน ISO 37002 ไปใช้จะช่วยสร้างความไว้วางใจระหว่างองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยทำให้มีการป้องกันการทุจริตที่แข็งแกร่งอีกชั้นหนึ่ง
เขากล่าวว่าธรรมาภิบาลและความโปร่งใสจำเป็นต้องทำให้พนักงานเกิดความรู้สึกมั่นใจในการรายงานข้อกังวลใด ๆ ของการกระทำผิดโดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีผลเสียตามมา
ดังนั้น การจัดการกระบวนการดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งมาตรฐานใหม่ ISO 37002 สามารถช่วยได้โดยการให้คำแนะนำเกี่ยวกับระบบการจัดการการแจ้งเบาะแสที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ และวิธีดำเนินการในวิธีที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้
ISO 37002 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการของไอเอสโอ ISO/TC 309, Governance of Organization โดยมีเลขานุการคือ BSI ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสหราชอาณาจักร
ผู้สนใจสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2703.html
เหตุการณ์เมื่อก่อนเกิดโรคระบาด COVID-19 การท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ปัจจุบัน ในขณะที่อุตสาหกรรมบางส่วนค่อยๆ เริ่มฟื้นตัวขึ้นมา ความท้าทายจึงกลายเป็นการทำให้การท่องเที่ยวหลังการระบาดใหญ่กลับคืนมาอีกครั้งในรูปแบบที่ยั่งยืนมากกว่าเดิม
การท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของโลก โดยสามารถทำให้เกิดงานจำนวน 1 ใน 10 ตำแหน่งทั่วโลก อุตสาหกรรมนี้ยังมีศักยภาพที่มีคุณค่าในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 ประการขององค์การสหประชาชาติเกือบทั้งหมดด้วย รวมถึงการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก (SDG 15, Life on Land), การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร (SDG 14, Life under Water), การบริโภคและการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ (SDG 12, Responsible Consumption and Production) และการขจัดความยากจน (SDG 1, No Poverty)
เรามาดูกันว่ามาตรฐานไอเอสโอด้านการท่องเที่ยวสามารถช่วยอะไรได้บ้าง
การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังมีความไม่เท่าเทียมกันเท่าใดนักและมีแนวทางปฏิบัติมากมายที่อาจขัดขวางความก้าวหน้าได้ ด้วยเหตุนี้ ไอเอสโอจึงพัฒนามาตรฐานสากลสำหรับหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขึ้นมาหลายฉบับด้วยกัน ตัวอย่างเช่น
ISO 23405, Tourism and related services – Sustainable tourism – Principles, terminology and model เป็นมาตรฐานการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หลักการ คำศัพท์และแบบจำลอง มาตรฐานนี้จะสร้างเวทีสำหรับอุตสาหกรรมโดยการให้คำจำกัดความและคำศัพท์ที่ตกลงกันไว้ซึ่งสามารถใช้รูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนได้ และสามารถใช้ได้กับองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยไม่คำนึงถึงขนาดและสถานที่ตั้ง
มาตรฐานนี้จะช่วยให้มีการระบุ การประเมิน และการบรรเทาผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนวัฒนธรรมท้องถิ่น ในขณะที่ยังคงสามารถรักษาคุณภาพการบริการในระดับสูงและสามารถปกป้องผู้ปฏิบัติงานได้ด้วย
ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้งแคมป์หรือโรงแรมระดับห้าดาว ล้วนแต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น มาตรฐาน ISO 21401 เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นข้อกำหนดระบบการจัดการความยั่งยืนสำหรับสถานประกอบการด้านที่พัก ซึ่งสามารถส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้
มาตรฐานนี้ระบุข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจสำหรับการนำระบบการจัดการความยั่งยืนมาใช้ในที่พักนักท่องเที่ยว โดยกล่าวถึงประเด็นต่างๆ เช่น สิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัยสำหรับพนักงานและลูกค้าหรือแขกผู้มาเยือน การปกป้องสิ่งแวดล้อม การใช้น้ำและพลังงาน การสร้างของเสีย และการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น
การรักษาชายหาดของเราให้สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่ทำให้การมาเยี่ยมเยือนเป็นประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังดีสำหรับโลกของเราด้วย ชายหาดสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่งของโลกเรา ก็คือ ทะเล ด้วย
ดังนั้น ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐาน ISO 13009 ขึ้นมา เพื่อให้มาตรฐานนี้เป็นมาตฐานด้านการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อกำหนดและคำแนะนำสำหรับการดำเนินงานชายหาด ซึ่งให้แนวทางที่ตกลงกันในระดับสากลที่ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ความปลอดภัยของชายหาดและทางน้ำ ไปจนถึงการทำความสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน การกำจัดของเสีย การวางแผนและการส่งเสริม นอกจากนี้ ยังช่วยให้แน่ใจว่ากิจกรรมความบันเทิงในพื้นที่ดำเนินการภายใต้กรอบความรับผิดชอบต่อสังคมและให้คำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขอนามัยสำหรับผู้มาเยี่ยมเยือน
ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่ามีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตรวมทั้งการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวแบบผจญภัยมีแนวโน้มจะเริ่มต้นมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวใช้เสรีภาพอย่างเต็มที่และแสวงหาประสบการณ์ที่ท้าทายมากขึ้น ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐาน ISO 20611 ขึ้นมา มาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่มีแนวทางปฏิบัติที่ดีเพื่อความยั่งยืน มีข้อกำหนดและข้อแนะนำที่ให้แนวทางทั้งหมดแก่ผู้ให้บริการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยเพื่อให้มั่นใจว่าการผจญภัยเหล่านี้ดีต่อโลกด้วยเช่นกัน มาตรฐานนี้มีความหมายมากกว่าการรีไซเคิล โดยให้แนวทางที่ครอบคลุมซึ่งรวมถึงการให้ความรู้แก่ลูกค้าและการดำเนินการเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นในเชิงรุก
การปกป้องชีวิตใต้น้ำเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งของ SDG 14 ซึ่งมีภารกิจในการอนุรักษ์และใช้มหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ชุมชนการดำน้ำจึงสามารถมีบทบาทเชิงบวกได้ และเพื่อสนับสนุนในเรื่องนี้ ไอเอสโอจึงพัฒนามาตรฐานสากลสำหรับการดำน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งมีมาตรฐาน 2 ฉบับที่มีจุดมุ่งหมายโดยตรงสำหรับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน
ตัวอย่างเช่น ISO 21416, Recreational diving services – Requirements and guidance on environmentally sustainable practices in recreational diving ซึ่งเป็นข้อกำหนดและคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมในการดำน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ที่ช่วยให้ศูนย์ดำน้ำและบริการต่างๆ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทางน้ำ แบะมีแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับสากล เช่น การขัดขวางไม่ให้นักดำน้ำให้อาหารหรือกำจัดสัตว์น้ำ หรือวิธีใช้งานเรือในลักษณะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
มาตรฐานนี้สามารถใช้ร่วมกับมาตรฐาน ISO 21417, Recreational diving services – Requirements for training on environmental awareness for recreational divers มาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับบริการดำน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำหรับการฝึกอบรมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับนักดำน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้แก่นักดำน้ำเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของกีฬาของพวกเขา เพื่อให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าในการลดความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อน่านน้ำของเรา .
มาตรฐานทั้งหมดเหล่านี้ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการด้านการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวของไอเอสโอ ISO/TC 228, Tourism and related services ซึ่งมีเลขานุการคือ UNE ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสเปน
ผู้สนใจสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2697.html
โครงการการสร้างความสามารถในการดำเนินการด้านระบบการบริหารจัดการและแข่งขันได้ในตลาดโลกสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 5 (SME Promotion Project V)
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ (สรอ.) ดำเนินโครงการการสร้างความสามารถในการดำเนินการด้านระบบการบริหารจัดการและแข่งขันได้ในตลาดโลกสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Promotion Project) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบการบริหารจัดการ/การบริหารจัดการของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (Small and Medium Enterprises: SME) ขนาดเล็กมาก (Very Small Enterprises: VSE) ตามแนวทางสากล ตาม “เส้นทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (Roadmap to Sustainability)” ของ สรอ. จากระดับพื้นฐานสู่ระดับที่มีความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ SME– Start Up, SME Star– Growth, SR Firm – Mature/Responsible และ SD Firm– Sustainable Business
ในปีงบประมาณ 2563 สรอ. ได้ดำเนินโครงการ SME Promotion Project V
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างแบรนด์ (Branding) ให้ลูกค้ารู้จักและจดจำได้ การสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ Sensory Marketing เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สามารถสร้างประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าให้ลูกค้าได้รับรู้ลงลึกไปถึงจิตใต้สำนึก ซึ่งเป็นการตลาดที่ทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าของแบรนด์นั้นได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ไอเอสโอจึงจัดทำมาตรฐานสำหรับการพิสูจน์การกล่าวอ้างทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคมากมายได้มีการกล่าวอ้างถึงความมหัศจรรย์ทางประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ทำให้เกิดความประทับใจในรสชาติ ความรู้สึก และกลิ่นที่หอมเกินกว่าจะจินตนาการได้ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวอ้างถึงนวัตกรรมต่างๆ เหล่านี้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดคำถามขึ้นอย่างมากมายตามหลักวิทยาศาสตร์สำหรับคำกล่าวอ้างเหล่านั้น และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ไอเอสโอได้ประกาศมาตรฐานใหม่สำหรับการวิเคราะห์ประสาทสัมผัส เมื่อเดือนมีนาคม 2564
ISO 20784, Sensory analysis – Guidance on substantiation for sensory and consumer product claims, เป็นมาตรฐานที่มีจุดมุ่งหมายในการให้คำแนะนำนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทางประสาทสัมผัส ผู้ทำหน้าที่พิสูจน์สารที่ใช้โดยผู้ผลิต เพื่อสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ มาตรฐานฉบับนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถออกแบบการทดสอบที่เหมาะสมกับการคำกล่าวอ้างที่เขากล่าวถึงสรรพคุณรวมทั้งประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย
คริสทีน วาน ดอนเก็น ผู้จัดการโครงการของคณะกรรมการผู้จัดทำมาตรฐาน กล่าวว่า มาตรฐาน ISO 20784 ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก และการนำมาตรฐานนี้ไปประยุกต์ใช้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับข้อความข่าวสารที่ผลิตภัณฑ์สื่อออกไปมีหลักฐานและผลการทดสอบมาสนับสนุนอย่างชัดเจน รวมทั้งมีการจัดทำการวิเคราะห์และการรวบรวมข้อมูลด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว มาตรฐานนี้จะช่วยปกป้องผู้บริโภคจากการสื่อสารที่อาจทำให้เข้าใจผิด และทำให้ “รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส” ที่มีการกล่าวอ้างสามารถเชื่อถือได้โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาอ้างอิงอย่างชัดเจน
ISO 20784 มีการจำแนกประเภทและตัวอย่าง โดยเน้นประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบ กรณีศึกษา และแหล่งอ้างอิง ซึ่งมีการเผยแพร่โดยคณะอนุกรรมการ SC 12, การวิเคราะห์ประสาทสัมผัส, ของคณะกรรมการเทคนิค ISO/TC 34, ผลิตภัณฑ์อาหาร
ผู้สนใจมาตรฐาน ISO 20784 สามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2646.html
เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ไอเอสโอได้เผยแพร่มาตรฐานใหม่ คือ ISO 50009 ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถจัดทำระบบการจัดการพลังงานด้วยแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกันได้ ทำให้องค์กรสาขาที่อยู่ภายใต้องค์กรหลักสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันและมีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับตัวมาตรฐานมีโครงสร้างทั่วไปเช่นเดียวกับมาตรฐาน ISO 50001
การนำมาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน (Energy Management System: EnMS) ไปใช้ทำให้องค์กรได้รับประโยชน์หลายด้าน เช่น ปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงาน ประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย เป็นต้น และเมื่อมีการนำไปใช้ในองค์กรหลายสาขา ก็จะยิ่งเกิดประโยชน์ทวีคูณ การนำระบบการจัดการพลังงานไปใช้ร่วมกันทำให้สามารถแบ่งปันความรู้และทรัพยากรรวมทั้งความร่วมมือในโครงการประหยัดพลังงานข้ามหน่วยงานต่างๆ ขององค์กรทุกประเภท ทุกขนาด รวมทั้งเอสเอ็มอีด้วย
มาตรฐาน ISO 50009, Energy management systems – Guidance for implementing a common energy management system in multiple organizations มีเป้าหมายในการรวมองค์กรที่มีองค์ประกอบร่วมบางอย่างเข้าด้วยกัน เช่น ซัพพลายเออร์ด้านพลังงาน หรือ สถานที่ทำงาน เป็นต้น เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากพลังงานร่วมกัน
ตัวอย่างองค์กรหลายสาขาที่สามารถนำมาตรฐานนี้ไปใช้ เช่น องค์กรที่ปฏิบัติงานในภูมิภาค เช่น เมือง หรือสวนอุตสาหกรรม องค์กรที่อยู่ในภาคส่วนเดียวกัน เช่น การแปรรูปอาหาร การขนส่งระบบราง หรือมหาวิทยาลัย องค์กรที่มีลูกค้าร่วมกันและมีสมาชิกของซัพพลายเชน เช่น ห้างสรรพสินค้าสาขา หรือผู้ผลิตรถยนต์ องค์กรที่เป็นสมาชิกของสมาคมการค้า เป็นต้น
ระบบการจัดการพลังงานเป็นกรอบการทำงานสำหรับการจัดการพลังงานที่ครอบคลุมนโยบายองค์กร เป้าหมาย แผนปฏิบัติการและวิธีการวัดความก้าวหน้า การขยายวิธีการทำงานของระบบการจัดการพลังงานไปยังองค์กรสาขาหลายแห่งจะทำให้เกิดความร่วมมือและเป้าหมายร่วมกันที่จะนำไปสู่การประหยัดพลังงานมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ชิเงกิ ซากาโมะโตะ ผู้ประสานงานกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่พัฒนามาตรฐานดังกล่าวระบุว่าตัวอย่างบางอย่างของวิธีการที่มาตรฐานนี้ทำได้นั้นรวมถึงความร่วมมือระหว่างเจ้าของอาคารพาณิชย์และผู้เช่าอาคารหรือซัพพลายเออร์ด้านพลังงานกับลูกค้า ซึ่งมาตรฐาน ISO 50009 มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะนำไปใช้ในทุกสถานการณ์ที่องค์กรต้องการแบ่งปันวัตถุประสงค์ด้านประสิทธิภาพพลังงานร่วมกัน รวมทั้งในสาขาต่างๆ ของบริษัทขนาดใหญ่หรือกลุ่มบริษัทเอสเอ็มอี
หัวใจสำคัญของมาตรฐานนี้คือการร่วมมือและการแบ่งปันความรู้เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
มาตรฐาน ISO 50009 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 301, Energy management and energy savings ซึ่งมีเลขานุการร่วม คือ ANSI ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา และ SAC ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศจีน
ผู้สนใจมาตรฐานดังกล่าวสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา:
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ผลักดันการส่งเสริมสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าไทยและส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในประเทศสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยให้มากขึ้น รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นต่อคู่ค้าในต่างประเทศ มติ ครม. เห็นชอบให้แก้ไขประกาศกฎกระทรวง กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ซึ่งมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา 22 ธันวาคม 2563 เพิ่มหมวด 7/1 พัสดุ ส่งเสริมพัสดุที่ผลิตในประเทศ กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ที่ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อไว้กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้จัดทำระบบการขึ้นทะเบียนออนไลน์ เพื่อขอรับการรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand : MiT) เรียบร้อยแล้ว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mit.fti.or.th
เอกสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม : Download
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ :
ส่วนงานการรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT)
สายงานมาตรฐานอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โทรศัพท์ 02-345-11000
Email : [email protected]
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) : สสปน. มีพันธกิจหลักในการกำหนดมาตรฐานและรับรองคุณภาพของผู้ประกอบธุรกิจการจัดประชุมนานาชาติ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการจัดนิทรรศการในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับภาคการบริการให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในตลาดโลก มีการวางเป้าหมายหลักในการเพิ่มรายได้และยกระดับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการจัดงานและกิจกรรมทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย จึงได้ดำเนินการส่งเสริมให้สถานประกอบการศูนย์ประชุม /อาคารแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ โรงแรม รีสอร์ท องค์กรภาครัฐ และเอกชน ได้การรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย โดยการจัดทำกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและตรวจประเมินมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่สถานประกอบการให้ทราบถึงความสำคัญและความจำเป็นของมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย
2.1 เพื่อสนับสนุนให้สถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม หรือ รีสอร์ท และ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และ เอกชน ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย
2.2 สร้างความเชื่อถือและความนิยมแก่ผู้ใช้บริการ อันเป็นการสร้างพื้นฐานที่มั่นคงแก่การพัฒนาสถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม หรือ รีสอร์ท และ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชน ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
2.3 เพื่อดำเนินการตรวจประเมินสถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม หรือ รีสอร์ท และ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และ เอกชน ตามข้อกำหนดของมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย
4.1 สถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม หรือ รีสอร์ท และองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และ เอกชน ได้พัฒนาตามเกณฑ์ตัวชี้วัดของมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (ประเภทห้องประชุม) มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (ประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้า) และ มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (ประเภทสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ)
4.2 การให้บริการของสถานประกอบการศูนย์ประชุม โรงแรม หรือ รีสอร์ท และ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และ เอกชน เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือมากขึ้น
ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดทั้งกิจกรรม หมดเขตรับสมัคร 30 มิถุนายน 2564 หรือเมื่อครบตามจำนวน
ยื่นใบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมอบรมเสริมสร้างเครือข่าย 4 พื้นที่ ใบสมัครตรวจประเมินพร้อมแบบประเมินตนเอง ได้ที่ :
ข้อมูลการติดต่อ :
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
แผนกหน่วยตรวจ 1 ฝ่ายหน่วยตรวจ
E-mail : [email protected]
เอกสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม
ข้อมูลของสภาเศรษฐกิจโลก หรือ WEF (World Economic Forum) ระบุว่าประชากรโลกมากกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่กันอย่างเบียดเสียดในเมืองซึ่งมีส่วนที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 70% และการที่จะทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เมืองต่างๆ จำเป็นต้องมีแนวทางในการทำให้คาร์บอนเป็นศูนย์
แนวทางที่จะทำได้คือ การทำให้ระบบต่างๆ ของเมืองมีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ เช่น การใช้พลังงานสะอาด การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ การสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งใช้ทรัพยากรน้ำ ของเสีย และวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น
ไอเอสโอมีมาตรฐานอยู่นับพันฉบับที่ช่วยให้ผู้นำของเมืองต่างๆ สามารถดูแลใส่ใจตามคำแนะนำของสภาเศรษฐกิจโลกและทำให้เมืองสะอาดสะอ้านขึ้น ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้นและมีความยั่งยืนมากขึ้นภายใต้กรอบการดำเนินงานที่ต้องต่อสู้ด้วยปฏิบัติการของปัจเจกชนที่ช่วยให้มีการสร้างสภาพแวดล้อมในเมืองที่ตอบสนองความต้องการของพลเมืองในปัจจุบันพร้อมทั้งลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นสำหรับตัวเราเองและโลกของเรา
เริ่มต้นด้วยแนวทางแบบองค์รวมเชิงระบบ
การมีความเข้าใจที่ชัดเจนว่าเมืองที่ยั่งยืนคืออะไรเป็นสิ่งที่มีความหมายและยังเป็นเรื่องที่เมืองจำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษเพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่เมืองแห่งความยั่งยืนได้
มาตรฐาน ISO 37101, Sustainable development in communities – Management system for sustainable development – Requirements with guidance for use ได้จัดเตรียมกรอบการดำเนินงานโดยรวมสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในชุมชนซึ่งช่วยให้เมืองกำหนดวัตถุประสงค์และจัดเตรียมกลยุทธ์ให้พร้อมสำหรับการบรรลุเป้าหมายของเมือง มาตรฐานระบบการจัดการนี้ครอบคลุมทุกสิ่งที่เมืองต้องให้ความสำคัญโดยผู้นำของเมือง เช่น การใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ การจัดการสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่และสุขภาพของพลเมือง การปกครอง เป็นต้น
มาตรฐาน ISO 37101 ได้รับการสนับสนุนโดยมาตรฐานอื่นๆ อีกหลายมาตรฐานในเรื่องต่างๆ เช่น คำศัพท์ (ISO 37100) และตัวชี้วัดหลักสำหรับการวัดสมรรถนะของบริการของเมือง (ISO 37120) เป็นต้น
ผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการไอเอสโอที่พัฒนามาตรฐานนี้ได้พัฒนาเอกสารแนวทางสำหรับโครงสร้างชุมชนอัจฉริยะ รวมทั้งมุมมองที่สำคัญเช่น การขนส่งอย่างมาตรฐาน ISO 37161, Smart community infrastructures – Guidance on smart transportation for energy saving in transportation services ซึ่งจัดเตรียมแนวทางสำหรับอุตสาหกรรมขนส่ง รัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลแห่งชาติพร้อมด้วยคำแนะนำวิธีการลดพลังงานที่ใช้ในการขนส่งสำหรับผู้โดยสาร การขนส่ง และบริการไปรษณีย์
เศรษฐกิจหมุนเวียนคืออนาคตของโลก
การเปลี่ยนแปลงจากสังคมที่ทิ้งขว้างสิ่งของเหลือใช้กลายมาเป็นการให้ความสำคัญกับสิ่งของทุกอย่างซึ่งสามารถนำไปใช้ซ้ำหรือแปรรูปได้อีก คืออนาคตที่ยั่งยืนซึ่งมีการอนุรักษ์ทรัพยากรอันมีค่ายิ่งของโลกเอาไว้ และเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ “เศรษฐกิจหมุนเวียน”
จากข้อมูลของสภาเศรษฐกิจโลก หรือ WEF (World Economic Forum) ระบุว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนคือโอกาสที่มีมูลค่านับล้านล้านเหรียญสหรัฐซึ่งสามารถสร้างงานและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้ ไอเอสโอจึงตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของอนาคตที่ยั่งยืนและได้แต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 80 ประเทศเพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน
มาตรฐานที่คณะกรรมการดังกล่าวกำลังพัฒนาอยู่ก็คือ มาตรฐาน ISO 59004, Circular economy – Framework and principles for implementation ซึ่งให้กรอบการทำงานและหลักการสำหรับการนำเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้ มาตรฐาน ISO 59010, Circular economy – Guidelines on business models and value chains ซึ่งให้แนวทางโมเดลธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่า รวมทั้ง ISO/TR 59031, Circular economy – Performance-based approach – Analysis of cases studies ซึ่งเป็นรายงานวิชาการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่ค้นหาแนวทางเชิงสมรรถนะด้วยการวิเคราะห์กรณีศึกษา
การจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ
การที่องค์กรมีระบบการจัดการพลังงานที่เตรียมพร้อมอยู่เสมอ อย่างมาตรฐาน ISO 50001, Energy management systems – Requirements with guidance for use จะช่วยให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆ สามารถบรรลุประสิทธิผลและรู้ว่าควรปรับปรุงในส่วนใดบ้าง
ส่วนมาตรฐาน ISO 17742, Energy efficiency and savings calculation for countries, regions and cities มีเป้าหมายสำหรับชุมชนโดยเฉพาะและจัดเตรียมวิธีการที่ใช้ตัวชี้วัดเป็นพื้นฐานสำหรับการคำนวณการประหยัดพลังงานซึ่งนำมาพิจารณาสำหรับผู้ใช้งานขั้นสุดท้าย เช่น บ้านเรือน อุตสาหกรรม บริการ เกษตรกรรม และการขนส่ง เป็นต้น
มาตรฐานเพื่อความยั่งยืนสำหรับการใช้พลังงานอาคาร
ขณะที่ประชากรโลกกำลังเพิ่มมากขึ้น ความต้องการในการใช้พลังงานก็มีมากขึ้นตามไปด้วย มีข้อมูลระบุว่าเมื่อปี 2562 (ค.ศ.2019) ภาคส่วนพลังงานทั่วโลกมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28% ซึ่งในด้านอาคารและการก่อสร้างเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเป็นอย่างมากในการปรับปรุงประสิทธิภาพและการบรรลุเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์
คณะอนุกรรมการวิชาการของไอเอสโอ SC 17, Sustainability in buildings and civil engineering works กำลังพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยสร้างโอกาสในการสนับสนุนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในทุกแง่มุมของการค้าด้านอาคาร รวมถึงมาตรฐาน ISO 15392, Sustainability in buildings and civil engineering works – General principles และมาตรฐานชุด ISO 16745 ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ทำให้การวัดและการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอาคารเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมอาคารและอุตสาหกรรมก่อสร้าง
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่เน้นระบบ บริการ และกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองอันมีระบบที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้หลายสิ่งหลายอย่างในเมืองเป็นไปได้นับตั้งแต่การปรับปรุงการใช้พลังงานไปจนถึงการลดปัญหาจราจรติดขัด
แม้ว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก แต่ชุดมาตรฐานใหม่ก็มีส่วนทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นเพราะมีการให้มุมมองของภาพรวมที่ชัดเจนว่าระบบต่างๆ มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร ดังนั้น ผู้นำของเมืองจึงสามารถระบุได้ว่าควรจะปรับปรุงส่วนใดเพื่อความมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับมาตรฐาน ISO/IEC 30145-3, Information technology – Smart City ICT reference framework – Part 3: Smart city engineering framework เน้นเรื่องกรอบการทำงานของวิศวกรรมเมืองอัจฉริยะจากมุมมองด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกอบด้วยระบบวิศวกรรมทั้งแนวตั้งและแนวนอนซึ่งให้ภาพที่ชัดเจนสำหรับเทคนิคที่แตกต่างกันและองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับกระบวนการธุรกิจเมืองอัจฉริยะ
ไอเอสโอได้ร่วมกับไออีซีพัฒนาชุดมาตรฐานใหม่นี้ซึ่งจะรวมถึงมาตรฐาน ISO/IEC 30145-1, Information technology – Smart City ICT reference framework – Part 1: Smart city business process framework, และ ISO/IEC 30145-2, Information technology – Smart City ICT reference framework – Part 2: Smart city knowledge management framework ด้วย
ผู้สนใจมาตรฐานดังกล่าวสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา :
องค์กรหรือบริษัทที่มีห้องปฏิบัติการทดสอบ จำเป็นต้องมีการทวนสอบและพิสูจน์ความใช้ได้ว่าวิธีการทดสอบที่มีอยู่อย่างหลากหลายมากมายนั้นมีความเข้มแข็งเพียงพอที่จะตอบสนองต่อกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของอาหารที่เข้มงวด รวมทั้งทำให้ผู้บริโภคมีความปลอดภัยซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน
ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญของไอเอสโอได้ร่วมกันพัฒนามาตรฐาน ISO 16140-3, Microbiology of the food chain – Method validation – Part 3: Protocol for the verification of reference methods and validated alternative methods in a single laboratory ซึ่งมีคู่มือขั้นตอนการดำเนินงานและการยอมรับเกณฑ์ที่นำไปใช้ในวิธีทดสอบในห้องปฏิบัติการทดสอบ และไอเอสโอได้ประกาศใช้ ISO 16140-3 เมื่อเดือนมกราคม 2564 (ค.ศ.2021)
มาตรฐานฉบับนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ห้องปฏิบัติการทดสอบอาหาร ผู้ผลิตตัวอย่างทดสอบ (test kit) และหน่วยงานที่มีอำนาจภาครัฐรวมทั้งผู้ปฏิบัติงานของภาคเอกชนด้านอาหารของคนและอาหารสัตว์ สามารถนำไปใช้เป็นวิธีทดสอบทางจุลชีววิทยาในห้องปฏิบัติการทดสอบของตนเองได้
มาตรฐานดังกล่าวครอบคลุม 2 ระยะ ได้แก่การศึกษาการทวนสอบการนำไปใช้ และการศึกษาการทวนสอบรายการอาหารด้วยการแบ่งแยกโปรโตรคอลออกมาให้ชัดเจนสำหรับการทวนสอบในเชิงคุณภาพ และวิธีทดสอบทางจุลชีววิทยาในเชิงปริมาณ รวมทั้งการยืนยันและ Typing methods โดยมาตรฐานนี้สามารถนำไปใช้ร่วมกับมาตรฐานอีก 5 ฉบับ ซึ่งมีโปรโตคอลสำหรับการทวนสอบวิธีการใหม่และวิธีการทางเลือกในแบบต่างๆ ได้แก่มาตรฐานดังต่อไปนี้
มาตรฐานชุด ISO 16140 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 34, Food products คณะอนุกรรมการวิชาการ Microbiology มีเลขานุการคือ AFNOR ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศฝรั่งเศส
ผู้สนใจมาตรฐานดังกล่าวสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา : https://www.iso.org/news/ref2614.html
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI พร้อมด้วย นายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับรองระบบ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สรอ. ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด เนื่องในโอกาสที่ได้รับการรับรองระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301:2019 Business Continuity Management System: BCMS) ณ ห้อง SHARING ชั้น 18 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เมื่อ 4 มีนาคม 2564
บริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด โดย คุณแสงชัย วิริยะอำไพวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกิจการกระดาษบรรจุภัณฑ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301:2019) สำหรับโรงงานบ้านโป่ง ในขอบข่าย “การผลิตกระดาษเหนียวสำหรับทำผิวกล่อง ลอนลูกฟูก และกระดาษสำหรับทำแผ่นยิปซั่ม” และ โรงงานวังศาลา ในขอบข่าย “การผลิตกระดาษเหนียวสำหรับทำผิวกล่อง ลอนลูกฟูก และถุงหลายชั้น กระดาษกล่องขาวเคลือบ กระดาษสำหรับทำแผ่นยิปซั่ม และถุงกระดาษอุตสาหกรรม” จากที่ได้รับการรับรองจาก สรอ. ต่อเนื่อง สำหรับ มอก./ISO 9001 ตั้งแต่ปี 2545, มอก./ISO 40001 ตั้งแต่ปี 2546, มอก.18001 & BS OHSAS 18001 ตั้งแต่ปี 2552 และ ISO 45001 ในปี 2563 โดยบริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด เป็นบริษัทฯ แรกที่ได้รับการรับรอง ISO 22301:2019 จาก สรอ.
การได้รับการรับรอง ISO 22301:2019 ของบริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงาน ในการตอบสนองแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหากเกิดสภาวะฉุกเฉินหรือเหตุการณ์การหยุดชะงัก การส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการทั้งปริมาณและภายในระยะเวลาที่กำหนด การรักษาชีวิตและทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้วยนวัตกรรมและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามหลักธรรมาภิบาล ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการของบริษัทฯ เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงาน
ของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมกระดาษเพื่อบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและบริการในระดับโลก เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและผู้มีส่วนร่วมในธุรกิจ ทั้งด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม บนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ตามนโยบายของบริษัทฯ