เมื่อปี 2512 (ค.ศ.1969) ผู้คนทั่วโลกยังคงฟังเพลงจากเทปคาสเซ็ทและไม่มีชิปไมโครโพรเซสเซอร์ แต่ในปีนั้นเอง เป็นปีที่ประวัติศาสตร์โลกได้บันทึกไว้ว่ามนุษยชาติได้เดินทางไปเหยียบดวงจันทร์แล้ว และความตื่นเต้นของมวลมนุษยชาติที่ได้เห็นมนุษย์เดินทางไปเหยียบดวงจันทร์ก็ได้ผ่านไปแล้วเป็นเวลา 50 ปี
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เป็นวันครบรอบการเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ของยานอพอลโล่ 11 โดยมีนักบินอวกาศที่ลงเหยียบพื้นดวงจันทร์คนแรกเมื่อ 50 ปีที่แล้ว คือ นีล อาร์มสตรอง ตามด้วยบัซ อัลดริน และไมเคิล คอลลินส์ นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา นาซายังคงดำเนินภารกิจในการสำรวจจักรวาลต่อไป แต่สิ่งที่คนทั่วโลกได้รับประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิมก็คือ “มาตรฐานสากล” ซึ่งได้เข้ามามีบทบาทในเรื่องความปลอดภัยและปรากฏอยู่ในความสำเร็จของความพยายามในการสำรวจจักรวาลนั้นเอง
มีรายงานว่ามนุษย์คนแรกที่เหยียบดวงจันทร์จะมาร่วมฉลองงาน World Space Week 2019 ระหว่างวันที่ 4 – 10 ตุลาคมนี้ด้วย ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อเฉลิมฉลองสัปดาห์อวกาศโลก โดยในปีนี้มีการให้ความสำคัญในหัวข้อ “ดวงจันทร์: ประตูสู่ดวงดาว” (The Moon: Gateway to the Stars) เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีสำหรับภารกิจการเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ของยานอวกาศอพอลโล 11 และความสำคัญของดวงจันทร์ในอนาคต (สำหรับประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISDA ได้จัดงานมหกรรมอวกาศระดับนานาชาติ 2019 ไปแล้วเมื่อวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2562 ณ อิมแพคท์ ฟอรั่ม เมืองทองธานี )
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 นักบินอวกาศทั้งสามคนได้แก่ นีล อาร์มสตรอง บัซ อัลดริน และไมเคิล คอลลินส์ ได้เดินทางไปเยือนสำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติที่กรุงนิวยอร์ค และได้กล่าวในตอนท้ายของงานว่าในเมื่อความหวังที่พลเมืองโลกมีให้กับการแก้ไขปัญหาที่อยู่นอกโลกยังเกิดขึ้นได้ ก็มีความหวังที่จะแก้ปัญหาที่อยู่บนโลกให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน
ไม่ว่าการสำรวจอวกาศจะทำให้อะไรเกิดขึ้นในอีก 50 ปีข้างหน้าก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่จะยังคงอยู่อย่างแน่นอนก็คือการมาตรฐานซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการปรับปรุงความปลอดภัยของยานอวกาศต่อไป
ปัจจุบัน ความพยายามในเรื่องของการมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของยานอวกาศปรากฏอยู่ในการดำเนินงานของคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 20 20, Aircraft and space vehicles ซึ่งมีผลงานการพัฒนามาตรฐานแล้วเสร็จไปถึง 668 ฉบับ และยังมีมาตรฐานที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาอีก 218 ฉบับ โดยมีเลขานุการของคณะกรรมการวิชาการคือ ANSI ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นประเทศที่ได้ส่งนักบินอวกาศไปสำรวจดวงจันทร์เป็นคนแรกของโลกนั่นเอง
ที่มา :
ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญกำลังประชุมกันเพื่ออภิปรายถึงมาตรฐานใหม่ของไอเอสโอที่จะช่วยวัดปริมาณผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศของสสารที่สามารถนับปริมาณได้
ระบบการคำนวณที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน มีการเน้นไปที่การวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นส่วนใหญ่ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์หรือมีเทน และไอเอสโอมีจำนวนมาตรฐานที่สนับสนุนเรื่องนี้อยู่แล้ว เช่น ชุดมาตรฐาน ISO 14064 เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยังมีสาระสำคัญอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศซึ่งระบบการวัดในมาตรฐานที่มีอยู่เดิมไม่ครอบคลุม
มาตรฐานใหม่ที่กำลังพัฒนานี้มีพื้นฐานอยู่บนแนวคิดที่เรียกว่าการแผ่รังสี (radiative forcing) ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่มีการดูดซับไปโดยโลกของเราและพลังงานที่มีการแผ่รังสีกลับไปยังอวกาศ ซึ่งเมื่อพลังงานที่กำลังแผ่เข้ามายังโลก มีมากกว่าพลังงานที่กลับออกไป ชั้นบรรยากาศของโลกจึงเกิดความอุ่น ดังนั้น อุณหภูมิของโลกจึงสูงขึ้น
มีหลายสิ่งที่สามารถมีผลต่อการแผ่รังสี รวมทั้งก๊าซเรือนกระจก ไอน้ำ และฝุ่นละออง มาตรฐานใหม่จึงเน้นไปที่วิธีการใหม่ในการคำนวณปริมาณนี้ี
บริททิน แอล โบนนิ่ง ผู้จัดการคณะกรรมการกลุ่มพัฒนามาตรฐานได้กล่าวไว้ว่า มาตรฐานแนวทางของ ISO 14082 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะขยายขอบข่ายมาตรฐานไอเอสโอเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกไปด้วยการพิจารณาถึงฟุตพริ้นท์ด้านสภาพอากาศของสสารที่มีผลกระทบต่อการแผ่รังสี
สสารเช่นผงผุ่นเขม่าดำและฝุ่นอื่นๆ ไม่ได้มีการพิจารณาอยู่ภายใต้นิยามของก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064 ดังนั้น เราจึงรู้ว่าเราจำเป็นต้องมีมาตรฐานใหม่ที่ใช้ในการวัดและคำนวณผลกระทบของสิ่งที่มีอิทธิพลในด้านสภาพภูมิอากาศซึ่งมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครซึ่งไม่ใช่แก๊สทั้งในเชิงกายภาพและเคมี หากมาตรฐานดังกล่าวแล้วเสร็จ จะช่วยให้มีหลักการและแนวทางในการคำนวณและการรายงานฟุตพริ้นท์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการแผ่รังสี
ในอนาคต มาตรฐานนี้จะช่วยให้ระบุโครงการและปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศที่มีส่วนในการบริหารจัดการด้านการแผ่รังสีอย่างมีประสิทธิผล และสนับสนุนความน่าเชื่อถือ ความคงเส้นคงวา และความโปร่งใสในเรื่องดังกล่าวรวมถึงการลดของปริมาณและการรายงานด้วย
ร่างมาตรฐานนี้เป็นเอกสารแนวทางสำหรับการวัดตัวชี้วัดและการวัดปริมาณ ซึ่งไม่รวมถึงข้อแนะนำสำหรับวิธีขององค์กรที่สามารถเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการแผ่รังสีหรือมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ แต่เป็นการเน้นไปที่วิธีการคำนวณและวัดผลกระทบต่อการแผ่รังสีที่สสารอาจมีผลกระทบไปถึง
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญได้กล่าวย้ำว่าเทคนิควิศวกรรมดาวเคราะห์ (geoengineering) เช่น การบริหารจัดการรังสีจากดวงอาทิตย์ และการบริหารจัดการรังสีจากโลกนั้น อยู่นอกเหนือขอบข่ายของเอกสารนี้
มาตรฐาน ISO/AWI 14082, Radiative Forcing Management – Guidance for the Quantification and Reporting of Radiative Forcing-Based Climate Footprints and Mitigation Efforts อยู่ในระหว่างการพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนจากสมาคมผู้บริโภค ภาคการศึกษา เอ็นจีโอ และรัฐบาล
ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกของไอเอสโอซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 160 ประเทศ ซึ่งไอเอสโอได้มีความพยายามเป็นอย่างมากในการทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานมากขึ้นรวมทั้งนำเอาความต้องการของผู้บริโภคเข้ามาพิจารณาด้วย กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการร่างมาตรฐานใหม่นี้ยังมีการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมโยงงานให้เข้ากับศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศซึ่งได้มีการตีพิมพ์เผยแพร่โดย IPCC ด้วย
การเตรียมการสำหรับมาตรฐานดังกล่าวเป็นผลจากความพยายามในการลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเรื่องที่เกี่ยวกับการแผ่รังสีซึ่งยังไม่เคยมีการพิจารณาในเรื่องนี้ และไอเอสโอหวังว่าจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้เป็นอย่างดี
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2425.html
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI พร้อมด้วย นายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายรับรองระบบ และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ขอแสดงความยินดีกับบริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด ที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐาน มอก.14001-2559 (ISO 14001:2015)
บริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด โดยนายวุฒิชัย ชนปิยางกูร ผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยผู้บริหารของบริษัทฯ ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐาน มอก.14001-2559 (ISO 14001:2015) ขอบข่ายการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ณ ห้อง SHARING ชั้น 18 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
การได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัท ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ จำกัด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ ในการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินธุรกิจและการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจภายในกลุ่ม ปตท.
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ตามมาตรฐานสากล เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำให้มีความมั่นคง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี วันสถาปนาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และเข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ ‘หน่วยตรวจสอบรับรองด้านสินค้าเกษตรและอาหารดีเด่น” ปี 2562 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 ณ มกอช.
สรอ. โดยนางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ นายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายรับรองระบบ และนางปริยดา พยุงธรรม ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายบริการเทคนิค ร่วมแสดงความยินดีและร่วมกิจกรรมการกุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี วันสถาปนา มกอช. โดยได้รับเกียรติจาก นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี และเข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ ‘หน่วยตรวจสอบรับรองด้านสินค้าเกษตรและอาหารดีเด่น” ปี 2562 จากนางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการ มกอช. ซึ่ง มกอช. ได้จัดให้มีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นการยกย่องผลการปฏิบัติงานและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่หน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารทั่วประเทศ
สรอ. ได้รับการรับรองความสามารถในฐานะหน่วยรับรองระบบการจัดการ ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1 จาก มกอช. ในสาขาหน่วยรับรองหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) และระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม (HACCP) ครอบคลุมการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม และการทำปศุสัตว์ โดยได้รับการรับรองระบบงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา และได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) จาก มกอช. ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม ปศุสัตว์ ข้าว สัตว์น้ำ ผัก ผลไม้สด ผักและผลไม้สดตัดแต่งพร้อมบริโภค สินค้าเกษตรแช่เยือกแข็ง น้ำนมดิบ และทุเรียนแช่เยือกแข็ง
การที่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม การทำปศุสัตว์ สินค้าเกษตร อาหาร สินค้าพืช ได้รับการรับรองจาก สรอ. ซึ่งได้รับการรับรองระบบงานและการอนุญาตดังกล่าวข้างต้น จะเป็นการยกระดับและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการจัดการ รวมทั้งการจัดการความเสี่ยง กระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การจัดหา/การจัดการวัตถุดิบให้มีความปลอดภัยได้คุณภาพ การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การลดต้นทุนการผลิต การสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร การเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เป็นต้น
สรอ. ให้บริการตรวจประเมินและรับรองระบบ GMP, HACCP, ISO 22000, มกษ., GMP (FDA) และที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการฝึกอบรม ครอบคลุมหลักสูตร FSPCA Preventive Controls for Human Food ตามเกณฑ์ขององค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) การพัฒนาบุคลากรวิชาชีพ การพัฒนาหน่วยตรวจสอบรับรอง (Conformity Assessment Body: CAB) การให้บริการข้อมูลองค์ความรู้ ครอบคลุมภาคอุตสาหกรรม/การผลิต ภาคการค้า ภาคเกษตรและภาคบริการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร การได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและสากล และการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อวันที่ 8 – 13 กันยายน 2562 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (สมอ.) ในฐานะสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 292/WG 2 Continuity and Organizational Resilience ณ โรงแรมพูลแมน คิงส์พาวเวอร์ กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 150 คน จาก 30 ประเทศ
โดยมีผู้แทนสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการวิชาการดังกล่าว คือ ดร. ชวาธิป จินดาวิจักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและกำกับฝายบริการเทคนิค และนายสำราญ สอนผึ้ง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายหน่วยตรวจ ซึ่งการประชุม ISO/292 ในครั้งนี้ ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ และการแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานระบบการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ Continuity and Organizational Resilience (ISO 22301) ร่วมกับสมาชิก ISO/TC 292 อีกด้วย ทั้งนี้ ผู้แทนประเทศไทย ดร.ชวาธิป จินดาวิจักษณ์ (สรอ.) ได้เข้าร่วมการประชุม ISO/292 เมื่อ 20 -24 ตุลาคม 2562 ณ เมืองเดลฟ์ ราชอาณาจักรเนเธอแลนด์ เพื่อเสนอ มอก. 9999 เล่ม 1 – 2556 เป็นเอกสาร ISO ซึ่งข้อเสนอของไทยในขั้นตอน Preliminary Work Item (PWI) ได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิกใน ISO/TC 292 เป็นส่วนใหญ่ และได้ข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับชื่อเอกสาร/มาตรฐาน ISO ที่จะจัดทำคือ Principles and Guidelines for Sufficiency and Viability
การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ISO/TC 292 ในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีของประทศไทยนำเสนอ มอก. 9999 เล่ม 1-2556 เป็นมาตรฐาน ISO ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 292 และได้มีการเสวนา The Role of TC 292 in Economic Resilience to Support UN SDGs เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำเสนอมาตรฐาน ISO/TR 22XXX:20XX Security and Resilience – Organization Resilience – Principles and Guidelines for Sufficiency and Viability ต่อคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 292 ต่อไป
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI จัดสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนินงานและกิจกรรมเครือข่ายนวัตกรรม “What’s Next for Innovation? ก้าวต่อไปของนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรม” ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างนวัตกรรมอย่างเป็นระบบและพัฒนาเครือข่ายนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรม ปี พ.ศ. 2562 และมอบเกียรติบัตรแก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมยกระดับสถานประกอบการด้วยการสร้างนวัตกรรมอย่างเป็นระบบตามแนวทางสากล จำนวน 25 แห่ง โดยได้รับเกียรติจากนายอดิทัต วะสีนนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เป็นประธานมอบเกียรติบัตร และมีผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ นักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และสถาบันการเงิน ร่วมแสดงความยินดีกว่า 200 คน
สรอ. ได้รับมอบหมายจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ให้ดำเนินโครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างนวัตกรรมอย่างเป็นระบบและพัฒนาเครือข่ายนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรม มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรมให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและปัญหาด้านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การเข้าถึงแหล่งข้อมูลงานวิจัย นักวิจัย แหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัย และการผลักดันให้เกิดการผลิตในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นระบบ รวมถึงการเชื่อมโยงความต้องการนวัตกรรมของภาคอุตสาหกรรมไปสู่หน่วยงานสนับสนุนต่างๆ ซึ่งในปี พ.ศ. 2562 มีการพัฒนาและส่งเสริมเครือข่ายนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรมที่เสริมสร้างความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยมุ่งเน้นกลุ่มเกษตรแปรรูป (Agro-base) ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร เกษตรแปรรูป และกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยี (Engineering-based) ได้แก่ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเครื่องมือแพทย์ กลุ่มพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงอุตสาหกรรมและบริการสนับสนุนที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งก่อให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการกับภาควิจัย ภายใต้ชื่อเครือข่ายนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรม หรือ InnoThai Network ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 400 คน นอกจากนี้ยังมีการจับคู่ระหว่างผู้ประกอบการกับหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ เพื่อพัฒนาแนวคิดและโครงการนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการต่อยอดและขยายผลในเชิงพาณิชย์ เช่น นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ และการสร้างโครงสร้างพื้นด้านข้อมูลผ่านเว็บไซต์ www.innothai.net
ในการจัดงานสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนินงานและกิจกรรมเครือข่ายนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรม ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเครือข่ายฯ เช่น สถาบันพลาสติก สถาบันอาหาร ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และสมาชิกเครือข่ายฯ ร่วมออกบูธแนะนำผลิตภัณฑ์ และเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์เส้นทางการพัฒนานวัตกรรมและการดำเนินการตามมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1:2013)
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI ได้จัดทำและดำเนินโครงการ “มอบถุงผ้า ใส่ยากลับบ้าน” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานจิตอาสากระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกอันเป็นส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อมและบรรเทาผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อม และเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ป่วยของโรงพยาบาล
สรอ. ได้ดำเนินโครงการจิตอาสา “มอบถุงผ้า ใส่ยากลับบ้าน” ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2562 โดยมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วมโครงการร่วมใจกันจัดทำ จัดหาและติดตราสัญลักษณ์บนถุงผ้า 3 ขนาดสำหรับใส่ยาที่ผู้ป่วยรับจากโรงพยาบาลเพื่อนำกลับบ้าน และได้ส่งมอบให้โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ในวันที่ 10 กันยายน 2562 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 21 ปี ของการจัดตั้ง สรอ.โดยนายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี พร้อมด้วยนางศรีรัตน์ บวรโกศล รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล และ ภญ.ชุลีกร ปรีชาวิบูลย์ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานเภสัชกรรมบริการผู้ป่วยนอก ให้เกียรติรับมอบถุงผ้า รวม 1,246 ใบ จากนางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน สรอ. ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ ชั้น 11 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี โดยในช่วงเช้าของวันดังกล่าวผู้อำนวยการสถาบัน คณะผู้บริหารและพนักงาน สรอ. ได้ร่วมกันสักการะองค์พระพรหม ณ บริเวณด้านหน้าอาคารยาคูลท์ สนามเป้า ที่ทำการของ สรอ.
ตามที่ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI ได้ดำเนินโครงการ SME Promotion Project ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ในพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศด้านมาตรฐานการบริหารจัดการ รวมทั้งการตรวจสอบรับรองตามแนวทางสากล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และขนาดเล็กมาก (Very Small Enterprise: VSE) รวมทั้ง Start Up ให้มีความสามารถในการดำเนินการระบบบริหารจัดการ/การบริหารจัดการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในตลาดโลก
สรอ. จัดฝึกอบรมบุคลากรของผู้ประกอบการ SME/VSE/Start Up หลักสูตรด้านการจัดการคุณภาพ ระดับเบื้องต้น (Beginner) และหลักสูตรด้านมาตรฐานเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม ระดับเบื้องต้น (Beginner) และระดับนักปฏิบัติ (Practitioner) ภายใต้โครงการ “การสร้างความสามารถในการดำเนินการด้านระบบการบริหารจัดการและแข่งขันได้ในตลาดโลก สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปีที่ 4 (SME Promotion Project IV)” โดยจัดฝึกอบรมหลักสูตรด้านการจัดการคุณภาพ ระดับเบื้องต้น (Beginner) รุ่นที่ 1 ที่สุพรรณบุรี เมื่อ 6 มิ.ย. 2562 รุ่นที่ 2 ที่ขอนแก่น เมื่อ 20 มิ.ย. 2562 และจัดฝึกอบรมหลักสูตรด้านมาตรฐานเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม ระดับเบื้องต้น (Beginner) รุ่นที่ 1 & 2 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 14 และ 28 มิ.ย. 2562 และ รุ่นที่ 3 & 4 เมื่อ 31 ก.ค. 62 และ 30 ส.ค. 62 และได้คัดเลือกผู้ที่สอบผ่านระดับเบื้องต้น (Beginner) เข้ารับการพัฒนาต่อยอดในหลักสูตรระดับนักปฏิบัติ (Practitioner) รุ่นที่ 1 & 2 เมื่อ 4-5 และ 11-12 ก.ค. 2562 และรุ่น 3 & 4 เมื่อ 8-9 ส.ค. 62 และ 5 – 6 ก.ย. 62 ที่กรุงเทพฯ ตลอดระยะเวลาการจัดอบรม มีผู้เข้าอบรมหลักสูตรด้านการจัดการคุณภาพ ระดับเบื้องต้น (Beginner) รวม 3 รุ่น จำนวน 160 คน 79 บริษัท และผู้เข้าฝึกอบรมหลักสูตรด้านมาตรฐานเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม ระดับเบื้องต้น (Beginner) รวม 4 รุ่น จำนวน 153 คน 96 บริษัท และหลักสูตรระดับนักปฏิบัติ (Practitioner) รวม 4 รุ่น จำนวน 131 คน 85 บริษัท สรอ. กำหนดให้มีการจัดสัมมนาเผยแพร่ผลการดำเนินงาน ประโยชน์ที่ได้รับ และมอบประกาศนียบัตรในลำดับต่อไป
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI ได้รับเชิญให้เข้าร่วมออกบูธจัดนิทรรศการทางวิชาการงาน “Network Show & Share คลัสเตอร์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและคลัสเตอร์การแพทย์ครบวงจร” จัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) หรือ EEI ในการดำเนินโครงการพัฒนาการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตามแนวทางคลัสเตอร์ (Cluster) วันที่ 26 สิงหาคม 2562 ณ ห้องแซฟไฟร์ ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน มีผู้บริหารและบุคลากรสฟอ. ผู้ประกอบการคลัสเตอร์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และคลัสเตอร์การแพทย์ครบวงจรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เข้าร่วมงานกว่า 100 คน
การจัดงาน “Network Show & Share คลัสเตอร์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและคลัสเตอร์การแพทย์ครบวงจร” เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
S-Curve ในการสร้างเครือข่ายให้เกิดเป็นพันธมิตรธุรกิจ มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ในกระบวนการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการประกอบการ ควบคู่กับการพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงบริการ ของหน่วยงานผู้ให้บริการ SME เกิดการบูรณาการร่วมกันขับเคลื่อนคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้เติบโต มีผลิตภาพ และนวัตกรรม อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
สรอ. เข้าร่วมออกบูธจัดนิทรรศการทางวิชาการ ซึ่งมีผู้บริหารและผู้ประกอบการคลัสเตอร์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และคลัสเตอร์การแพทย์ครบวงจร เยี่ยมชมบูธสถาบันฯ และให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่ง สรอ. ได้ให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ และนวัตกรรม ทั้งการตรวจประเมินและรับรอง การพัฒนามาตรฐานและเกณฑ์มาตรฐาน การฝึกอบรมและการเป็นพี่เลี้ยง การทวนสอบ และการให้บริการข้อมูลองค์ความรู้ เช่น ระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001) ระบบบริหารงานคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ (ISO 13485) ระบบการบริหารจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1) ระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ (ISO/IEC 27001) เป็นต้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งภาคการผลิต/อุตสาหกรรม การค้า การบริการและการเกษตร รวมถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมาย กลุ่ม S-curve & New S-Curve ให้มีความเป็นเลิศด้านความสามารถในการดำเนินการอย่างยืน
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ขอแสดงความยินดีกับอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิเพื่อสถาบันอาหาร (สอห.) หรือ NFI ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน มอก.9001-2559 (ISO 9001:2015)
สถาบันอาหาร โดยนางนิตยา พิระภัทรุ่งสุริยา รองผู้อำนวยการสถาบัน รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ผู้บริหารและบุคลากรสถาบัน ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน มอก.9001-2559 (ISO 9001:2015) ขอบข่ายการบริการฝึกอบรม การบริการทวนสอบด้านการกำหนดกระบวนการผลิตอาหารที่ฆ่าเชื้อด้วยความร้อน การบริการศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย การบริการศึกษาและวิจัยด้านความปลอดภัยอาหาร การบริการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมอาหาร การบริการปรึกษาแนะนำ การบริการวิจัยและข้อมูลอุตสาหกรรมอาหาร และการบริการประเมินความปลอดภัยอาหารใหม่ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 ณ ห้องประชุมสถาบันอาหาร
การได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพของสถาบันอาหาร แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ ในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากลเพื่อสนับสนุนบทบาทของสถาบันอาหารด้านความปลอดภัย การวิจัยและพัฒนา การเป็นแหล่งวิจัยเชิงลึก และการพัฒนาธุรกิจของสถาบันอาหาร
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบการบริหารจัดการของสถาบันอาหารตามมาตรฐานสากล เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันอาหารในการสร้างคุณค่าด้านวิชาการ เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ล้ำสมัย ทันสถานการณ์ที่ตอบสนองความต้องการของภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหาร รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ และการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม