สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI จัดสัมมนาวิชาการ “มาตรฐานระบบการจัดการองค์ความรู้ (ISO 30401:2018 Knowledge Management Systems – Requirements)” โดยมีคุณชานินท์ จันทร์พัฒนะ ผู้จัดการแผนกอาวุโส แผนกบริการฝึกอบรม ฝ่ายบริการเทคนิค เป็นวิทยากรบรรยาย ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562
มีผู้ประกอบธุรกิจทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดย่อม หน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ให้ความสนใจเข้าร่วมสัมมนากว่า 120 ราย
การสัมมนาวิชาการ “มาตรฐานระบบการจัดการองค์ความรู้ (ISO 30401:2018 Knowledge Management Systems – Requirements)” มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักและการเตรียมความพร้อมด้านการจัดการองค์ความรู้สำหรับผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานระบบการจัดการองค์ความรู้ ในการนำไปประยุกต์ใช้หรือพัฒนาการจัดการองค์ความรู้ขององค์กรให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กร
มาตรฐานการจัดการองค์ความรู้ ISO 30401 มีจุดประสงค์ในการช่วยองค์กรพัฒนาระบบการจัดการที่ส่งเสริมและทำให้สามารถสร้างคุณค่าด้วยความรู้อย่างมีประสิทธิผล และมีเจตนารมณ์ในการกำหนดหลักการและข้อกำหนดในการจัดการองค์ความรู้ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับองค์กรที่มีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มคุณค่าขององค์ความรู้ขององค์กร และเพื่อเป็นหลักพื้นฐานในการตรวจประเมิน การรับรอง การประเมินผลและการยอมรับองค์กรที่มีความสามารถด้านการจัดการองค์ความรู้ โดยหน่วยตรวจประเมินภายในและภายนอกที่เป็นที่ยอมรับ มาตรฐานนี้ประกอบด้วยข้อกำหนดในการนำระบบการจัดการองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้ประสบผลสำเร็จภายใต้บริบทขององค์กร และใช้ได้สำหรับองค์กรทุกประเภท ทั้งนี้ สรอ. ได้ให้บริการด้านการฝึกอบรม การตรวจประเมินและการรับรอง และการให้บริการข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน ISO 30401
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกรับรู้อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่ร้อนทะลุบันทึกประวัติศาสตร์ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิในฤดูหนาวในอาร์คติกที่เพิ่มขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียสนับตั้งแต่ปี 2533 (ค.ศ. 1990) ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ปะการังฟอกขาว หรือผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศต่อสุขภาพ ไปจนถึงเรื่องคลื่นความร้อน และความไม่มั่นคงด้านอาหาร
นอกจากนี้ ผลกระทบของภาวะโลกร้อนยังส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ อีกด้วย และเมื่อเร็วๆ นี้ ธุรกิจชั้นนำของโลกมีการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อธุรกิจแล้วพบว่ามีมูลค่าเกือบล้านล้านเหรียญสหรัฐ แสดงว่าเราไม่อาจจะเพิกเฉยต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อีกต่อไป ธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวและไอเอสโอก็ได้พัฒนามาตรฐานระหว่างประเทศฉบับใหม่ขึ้นมาเพื่อช่วยในเรื่องนี้เช่นกัน
สภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นแง่มุมทั้งหมดของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้ ซึ่งยังสร้างโอกาสอีกด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ มีรายงานของ UNFCCC (United Nations Framework Convention on Climate Change) แสดงว่ากลุ่มของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีมูลค่ารวมเกือบ 17 ล้านล้านเหรียญสหรัฐได้ประเมินค่าใช้จ่ายด้านความเสี่ยงเกี่ยวกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่มีต่อธุรกิจไว้ที่เกือบ 1 ล้านล้านเหรีญสหรัฐ หรืออีกด้านหนึ่ง พวกเขาประเมินโอกาสที่จะได้รับจากธุรกิจมีมากกว่าสองเท่า
ดังนั้น การมีแผนการที่รัดกุมและเตรียมพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับความสำเร็จทางธุรกิจ
มาตรฐาน ISO 14090, Adaptation to climate change — Principles, requirements and guidelines เป็นมาตรฐานฉบับแรกที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้องค์กรประเมินผลกระทบในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวอย่างมีประสิทธิผลซึ่งช่วยให้มีการระบุและประเมินความเสี่ยง และรีบทำอะไรกับโอกาสที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มาตรฐานนี้เสนอกรอบการทำงานที่ทำให้องค์กรมีการพิจารณาการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่อมีการออกแบบและการนำนโยบายไปใช้รวมถึงกลยุทธ์ การวางแผน และกิจกรรม
จอห์น ดอรา ผู้ประสานงานร่วมกลุ่มการทำงานที่พัฒนามาตรฐานนี้กล่าวว่าผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น อากาศที่ไม่พึงคาดหวังและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ สามารถมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อส่วนที่สำคัญที่สุดขององค์กรถ้าหากไม่มีการเตรียมการในเรื่องนั้นมาก่อนซึ่งเป็นเพราะความเสียหายด้านโครงสร้างหรือการดิสรัพท์ต่อธุรกิจของพวกเขา ความเข้าใจผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือไม่เพียงแต่มีการนำเอาปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอกาศเข้ามาใช้เท่านั้น แต่การตัดสินใจขององค์กรยังสามารถทำได้บนพื้นฐานของความเสี่ยงและโอกาสด้วย ดังนั้น ความเข้าใจในเรื่องความยืดหยุ่น จึงเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อห่วงโซ่คุณค่า เช่น ในการจัดซื้อ การลงทุน และการประกันภัย เป็นต้น
เหลียง ซัน ผู้ประสานงานร่วมอีกคนหนึ่งกล่าวว่า มาตรฐาน ISO 14090 จะช่วยให้องค์กรประเมินและเตรียมการสำหรับผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและทำให้เกิดความยืดหยุ่นได้มากขึ้น และยังช่วยให้องค์กรเน้นถึงโอกาสที่เป็นไปได้เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
มาตรฐานใหม่ของไอเอสโอเป็นประโยชน์สำหรับองค์กรทุกประเภท ไม่ว่าจะมีแผนการปรับตัวอยู่หรือไม่ก็ตาม การนำไปใช้ยังช่วยให้ผู้ใช้มีส่วนสนับสนุนโดยตรงต่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติในเรื่องปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) ด้วย
มาตรฐาน 14090 ได้รับการพัฒนาโดยคณะทำงานกลุ่มที่ 9 ของคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 207, Environmental management คณะอนุกรรมการที่ 7, Greenhouse gas management and related activities ซึ่งมีเลขานุการร่วมคือ SAC สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศจีน และ SCC สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศแคนาดา
มาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานที่นำมาใช้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและคณะกรรมการก็กำลังทำงานด้านมาตรฐานอื่นๆ ที่จะช่วยดำเนินการต่อในเรื่องแนวทางต่อไป ซึ่งรวมถึง ISO14091, Adaptation to climate change — Vulnerability, impacts and risk assessment และ ISO 14092, GHG Management and related activities: requirement and guidance of adaptation planning for organizations including local governments and communities.
อนาคตโลกของเราขึ้นอยู่กับความพยายามในการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการจัดการปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมาตรฐานสากลที่กล่าวมาข้างต้นจะช่วยให้องค์กรสามารถจัดลำดับความสำคัญและพัฒนาการปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายด้านปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้ จึงนับว่าเป็นการพลิกวิกฤตโลกร้อนให้เป็นโอกาสทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี
ผู้สนใจมาตรฐานดังกล่าวสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา :
1. https://www.iso.org/news/ref2405.html
2. https://www.iso.org/obp/ui/#iso:std:iso:14090:ed-1:v1:en
3. https://www.un.org/en/climatechange/un-climate-summit-2019.shtml
จากข้อมูลของมูลนิธิเอลเลน แมคอาร์เธอร์ คาดการณ์ว่าภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) ขยะพลาสติกในมหาสมุทรจะมีจำนวนมากกว่าปลา และสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ได้ระบุว่าหัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือ การก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนนั่นเอง ซึ่งจะทำให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยมีนวัตกรรมใหม่ๆ การสร้างงาน และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นการออกแบบเศรษฐกิจที่เน้นการนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ เป็นการสร้างคุณค่าขึ้นใหม่ ทำให้เกิดของเสียน้อยลงและมีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแอนเดอร์ส ไวค์มาน อดีตเอกอัครราชทูตของกระทรวงต่างประเทศสวีเดน อดีตผู้ช่วยเลขาธิการและผู้อำนวยการด้านนโยบายของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เลขาธิการสมาคมอนุรักษ์ธรรมชาติสวีเดน และสมาชิกสภาสหภาพยุโรป ได้กล่าวไว้ว่า
“ถ้าทั้งโลกมีเป้าหมายร่วมกันจริงๆ เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน
สิ่งแรกที่ต้องทำคือเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจเสียใหม่เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน”
ในการที่จะก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน แคทเธอรีน เชอโวช ประธานคณะกรรมการของไอเอสโอในเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน กล่าวว่าจำเป็นต้องมีโมเดลทางเศรษฐกิจแบบใหม่ ธุรกิจก็จำเป็นต้องมีโมเดลธุรกิจใหม่ สิ่งที่ยังขาดอยู่คือการมีวิสัยทัศน์ระดับโลกว่าจริงๆ แล้วเศรษฐกิจหมุนเวียนคืออะไร รวมทั้งโมเดลที่องค์กรต่างๆ สามารถรับเอาไปใช้ได้
ปัจจุบัน ไอเอสโอมีคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 323, Circular economy ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ 65 ประเทศและกำลังมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แนวคิดสำหรับคณะกรรมการเริ่มต้นด้วยการสัมมนาที่ AFNOR สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศฝรั่งเศส จัดขึ้น โดยมีผู้นำทางธุรกิจจากภาคส่วนต่างๆ มาร่วมแสดงความต้องการในการเปลี่ยนไปใช้รูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาแล้วก็คือ มาตรฐานของประเทศฝรั่งเศส XP X30-901, Circular economy – Circular economy project management system – Requirements and guidelines ซึ่งเผยแพร่เมื่อปี 2561 และมีเสียงสะท้อนในทางที่ดีจนกระทั่งมีการจัดตั้งคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 323, Circular economy
คณะกรรมการวิชาการตั้งใจจะสร้างชุดของหลักการที่เห็นพ้องต้องกันในระดับสากลสำหรับคำศัพท์ กรอบการทำงานของเศรษฐกิจหมุนวียน และพัฒนามาตรฐานระบบการจัดการ และจะพิจารณารูปแบบธุรกิจทางเลือกและวิธีการวัดและประเมินเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วย
แคทเธอรีน กล่าวว่ามีความเร่งด่วนที่จะต้องก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากผลกระทบของทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังจะหมดไป การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเพิ่มขึ้นของความไม่เท่าเทียมกันในประเทศต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับรูปแบบการผลิตและการบริโภคของประชากรโลก และคณะกรรมการต่างก็เห็นด้วยว่าจำเป็นต้องพัฒนามาตรฐานในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
คณะกรรมการ ISO/TC 323, Circular economy มีเป้าหมายที่จะเปิดเผยทุกแง่มุมของเศรษฐกิจหมุนเวียนรวมทั้งการจัดซื้อภาครัฐ การผลิต การกระจาย และตลอดทั้งช่วงชีวิตรวมทั้งในเรื่องที่กว้างขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนสังคม และการประเมิน เช่น ฟุตพริ้นท์ของระบบหมุนเวียนหรือดัชนีชี้วัด เป็นต้น
คณะกรรมการวิชาการนี้จะได้รับประโยชน์จากคณะกรรมการวิชาการไอเอสโออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย ซึ่งได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก เช่น การจัดซื้ออย่างยั่งยืน การจัดการคุณภาพและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
การทำงานของคณะกรรมการวิชาการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญโดยตรงต่อเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติในหัวข้อที่ 8 การส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Decent Work and economic growth) หัวข้อที่ 12 การผลิตและการบริโภคที่มีความรับผิดชอบ (Responsible consumption and production) หัวข้อที่ 13 การดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน (Climate action) และหัวข้อที่ 15การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืนของระบบนิเวศบนบก (Life on land)
หากทั่วโลกร่วมมือร่วมใจกันก้าวไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแล้ว นอกจากลูกหลานของเราจะไม่ประสบกับปัญหาขยะพลาสติกมากกว่าปลาในมหาสมุทรแล้ว แต่ยังจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าเดิมและมีความยั่งยืนกว่าเดิมอีกด้วย
ที่มา :
1. https://www.iso.org/news/ref2402.html
2. https://www.the101.world/circular-economy/
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI นายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายรับรองระบบ และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ขอแสดงความยินดีกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (ศลช.) หรือ TCELS ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน มอก.9001-2559 (ISO 9001:2015)
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) โดย ดร. นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยา-ศาสตร์ (องค์การมหาชน) คณะผู้บริหารและบุคลากร ศลช. ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน มอก.9001-2559 (ISO 9001:2015) ขอบข่ายการบริหารงานวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์และการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ทั้งในและต่างประเทศ และการให้คำปรึกษาภาคเอกชน บริการข้อมูลและความรู้ด้านชีววิทยาศาสตร์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ณ ห้องประชุม ชั้น 9 อาคาร SPE
การได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพของ ศลช. แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ ในการพัฒนาระบบบริหารงานของ ศลช. ตามมาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนและบ่มเพาะงานวิจัยและนวัตกรรม ให้เกิดผลิตภัณฑ์และบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ สร้างสภาพแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรในประเทศให้เหมาะสมกับการเกิดนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพระดับมาตรฐานสากล ผลักดันผลงานวิจัยให้นำไปใช้ได้จริง เชื่อมโยงและนำพาเครือข่ายร่วมกันพัฒนาธุรกิจและการลงทุนให้พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบการบริหารจัดการของ ศลช. ตามมาตรฐานสากล เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของ ศลช. ในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น ด้วยค่านิยมขององค์กรโดยเฉพาะความเป็นมืออาชีพ การทำงานร่วมกันเป็นทีม และคิดแบบชนะชนะ
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI โดยนางพรรณี อังศุสิงห์
ผู้อำนวยการสถาบัน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานสถาบันฯ จัดกิจกรรมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยร่วมกันถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” และ “สดุดีจอมราชา” และลงนามถวายพระพร ณ ที่ทำการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI นายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายรับรองระบบ และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ขอแสดงความยินดีกับบริษัท สิงห์ชัย อุตสาหกรรม จำกัด ที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (Good Manufacturing Practice System: GMP) ตามมาตรฐาน Codex
บริษัท สิงห์ชัย อุตสาหกรรม จำกัด โดยคุณธนัชพร สิงห์ชัย ผู้จัดการฝ่ายออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และหัวหน้าทีม GMP และคุณจารุณี สิงห์ชัย ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทฯ ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบการจัดการสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) ตามมาตรฐาน Codex ขอบข่าย “การผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษ และการแบ่งบรรจุสินค้า” จาก สรอ. เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2562 ณ ห้อง SHARING ชั้น 18 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
การได้รับการรับรองระบบ GMP ตามมาตรฐาน Codex ของบริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ ในการดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบการจัดการ โดยเฉพาะความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหาร (Food Safety) ด้วยการประยุกต์ใช้ข้อกำหนดของระบบ GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการประกันคุณภาพที่สากลยอมรับ เพื่อการผลิตบรรจุภัณฑ์เกี่ยวกับอาหาร ที่มุ่งเน้นการป้องกันการเกิดปัญหามากกว่าการแก้ไขปัญหา การบริหารและพัฒนางานให้มีความสะอาดและปลอดภัยกับผู้บริโภค การปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพปลอดภัยและตรงตามความต้องการของลูกค้า
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบการบริหารจัดการของบริษัทฯ เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบุคลากรสู่มาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ของประเทศสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI จัดสัมมนา “Sustainable Procurement กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวทางมาตรฐาน ISO 20400” ในงาน Thailand Industry Expo 2019 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562
การจัดงาน Thailand Industry Expo 2019 กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Synergy for Success” การสานพลัง ร่วมใจ วิวัฒน์อุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างสรรค์โอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้ภาพรวมนโยบายของอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่นโยบายและยุทธศาสตร์ต้นทางสู่การพัฒนาโครงการ และการสร้างความร่วมมือต่างๆ ในมิติต่างๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการผลิตและทำการตลาดของผู้ประกอบการไทย มุ่งเน้นเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในโลกปัจจุบันด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ประกอบกับปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประธานอาเซียน ซึ่งบ่งบอกถึงทิศทางการขับเคลื่อนอาเซียนที่สำคัญ
ในงานดังกล่าวได้จัดให้มีการสัมมนาทางวิชาการ ซึ่ง สรอ. ได้ร่วมจัดสัมมนา เรื่อง “Sustainable Procurement กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวทางมาตรฐาน ISO 20400” โดยมีนางกัสมา วารีรักษ์จรุงกิจ ผู้จัดการแผนกอาวุโส แผนก Business Excellence ฝ่ายบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นวิทยากรบรรยาย
การจัดซื้อจัดจ้างเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญขององค์กร เนื่องจากสินค้าและบริการที่จัดซื้อจัดจ้างจะส่งผลกระทบต่อองค์กร ทั้งสมรรถนะ สวัสดิภาพของพนักงาน ชื่อเสียง และความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย ดังนั้นการจัดซื้อจัดจ้างจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยบูรณาการการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในการกำกับดูแลองค์กร ซึ่งมาตรฐานแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ISO 20400 ให้แนวทางในการบูรณาการความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืน เข้ากับนโยบาย กลยุทธ์และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร โดยระบุหลักการของการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน เช่น ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส การเคารพต่อสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม เป็นต้น ซึ่ง สรอ. ได้ให้บริการด้านการฝึกอบรม การเป็นพี่เลี้ยง (Coaching) การทวนสอบผลการดำเนินงาน (Verify) และการให้บริการข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ISO 20400
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI ร่วมงานสัมมนา “Assessor Day: ผู้ตรวจประเมินองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพของประเทศไทยก้าวสู่สากล” สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรมพูลแมน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ มีผู้ร่วมงานกว่า 400 คน
งานสัมมนา Assessor Day มีวัตถุประสงค์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการประเมินให้มีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้กระบวนการตรวจประเมินเป็นที่ยอมรับและมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการตรวจประเมินองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพตามแนวทางสากล ซึ่งในงานได้จัดให้มีการเสวนา “เส้นทางความสำเร็จสู่มาตรฐาน ISO/IEC 17024” โดยนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ สคช. นางสาวสมเพชร ศรีชัยโย ผู้อำนวยการโรงเรียนเสริมสวยและออกแบบทรงผมนานาชาติณรงค์ นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการ สรอ. และนางปริยดา พยุงธรรม
ผู้อำนวยการฝ่ายบริการเทคนิค สรอ. เป็นผู้ร่วมเสวนา โดยมีนางสาวจุลลดา มีจุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สคช. เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
โครงการพัฒนาองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพเข้าสู่มาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 สคช. มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้องค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพสามารถพัฒนาระบบงานในการรับรองฯ เข้าสู่มาตรฐานสากล โดยมอบหมายให้ สรอ. ดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2557 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมมาตรฐาน ISO/IEC 17024, หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ, การตรวจประเมินภายใน, การตรวจประเมินระบบบริหารจัดการ ISO 19011, และมาตรฐานอาชีพ รวม 1,962 คน
จาก 463 องค์กร และมีการพัฒนาระบบงานขององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลฯ รวม 35 องค์กร ซึ่งได้รับการรับรองระบบงาน
จากคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม แล้ว 3 องค์กร
การได้รับการรับรองระบบงานขององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลฯ ตาม ISO/IEC 17024 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล จะเป็นการยกระดับการรับรองสมรรถนะบุคลากรไทยด้วยมาตรฐานวิชาชีพสู่สากล ให้เกิดความเชื่อถือในกระบวนการทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานวิชาชีพขององค์กร รวมทั้งความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากรวิชาชีพของประเทศ เป็นการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐานและการตรวจสอบรับรอง และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI จัดฝึกอบรมบุคลากรของผู้ประกอบการ SME/VSE/Start Up หลักสูตรด้านการจัดการคุณภาพ ระดับเบื้องต้น (Beginner) และหลักสูตรด้านมาตรฐานเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม ระดับเบื้องต้น (Beginner) และระดับนักปฏิบัติ (Practitioner) ภายใต้โครงการการสร้างความสามารถในการดำเนินการด้านระบบการบริหารจัดการและแข่งขันได้ในตลาดโลก สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปีที่ 4 (SME Promotion Project IV)

สรอ. ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอในการดำเนินโครงการ SME Promotion Project ปี 1-3 ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา โดยความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาชน และสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบการบริหารจัดการ/การบริหารจัดการของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และขนาดเล็กมาก (Very Small Enterprise: VSE) และ Start Up ตาม “เส้นทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน (Roadmap to Sustainability)” ซึ่งสามารถสร้างบุคลากรวิชาชีพของ SME/VSE/Start Up ด้านมาตรฐานระบบการบริหารจัดการ/การบริหารจัดการในระดับเบื้องต้น (Beginner) ระดับนักปฏิบัติ (Practitioner) และระดับนักปฏิบัติขั้นก้าวหน้า (Advanced Practitioner) รวม 1,175 คน 647 สถานประกอบการ โดยมีผลรวมเฉลี่ยการนำความรู้ไปปฏิบัติจริง 83.69% คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 16 – 517 ล้านบาท และได้ดำเนินโครงการ SME Promotion Project IV ต่อเนื่องในปี 2562
โครงการ SME Promotion Project IV มีวัตถุประสงค์หลักในการยกระดับความรู้ความสามารถและทักษะด้านมาตรฐานการบริหารจัดการของ SME/VSE/Start Up ต่อเนื่อง จากระดับพื้นฐานสู่ระดับที่มีความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืน และขยายผลการพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะด้านมาตรฐานการบริหารจัดการของ SME/VSE/Start Up ในระดับพื้นฐานอีกครั้ง โดยได้จัดฝึกอบรมหลักสูตรด้านการจัดการคุณภาพ ระดับเบื้องต้น (Beginner) รุ่นที่ 1 ที่สุพรรณบุรี เมื่อ 6 มิถุนายน 2562 รุ่นที่ 2 ที่ขอนแก่น เมื่อ 20 มิถุนายน 2562 และจัดฝึกอบรมหลักสูตรด้านมาตรฐานเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม ระดับเบื้องต้น (Beginner) รุ่นที่ 1 & 2 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 14 และ 28 มิ.ย. 2562 และได้คัดเลือกผู้ที่สอบผ่านระดับเบื้องต้น (Beginner) เข้ารับการพัฒนาต่อยอดในหลักสูตรระดับนักปฏิบัติ (Practitioner) รุ่นที่ 1 & 2 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 4-5 และ 11-12 ก.ค. 2562 และ
จะมีการจัดฝึกอบรมหลักสูตรด้านการจัดการคุณภาพ
- ระดับเบื้องต้น (Beginner) รุ่นที่ 3 วันที่ 24 ก.ค. 62
และหลักสูตรด้านมาตรฐานเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม
- ระดับเบื้องต้น (Beginner) รุ่นที่ 3 วันที่ 31 ก.ค. 62
- ระดับนักปฏิบัติ (Practitioner) รุ่นที่ 3 วันที่ 8-9 ส.ค. 62 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
สอบถามรายละเอียดและสมัครได้ที่ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.)
โทรศัพท์ : 02 617 1727-36 ต่อ 201, 343, 802 และ 815
เว็บไซต์ : www.masci.or.th
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม (สรอ.) หรือ MASCI ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันฯ ขอแสดงความยินดีกับบริษัท ซีเอสพีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน มอก. 9001-2559 (ISO 9001:2015)
บริษัท ซีเอสพีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายเมธี อนิวรรตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมผู้บริหารและบุคลากรของบริษัทฯ รับมอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน มอก. 9001-2559 (ISO 9001:2015) ขอบข่าย “การออกแบบ การติดตั้ง และการบริการซ่อมบำรุงรักษา ระบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมสำหรับอาคารโดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบปรับอากาศ ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบรักษาความปลอดภัย” จาก สรอ. เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ณ ห้อง SHARING ชั้น 18 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
การได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพของบริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ ในการพัฒนาระบบบริหารงานคุณภาพของบริษัทฯ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีความตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพงานบริการ ส่งมอบบริการตามข้อตกลงด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว ตรงตามเวลา ทั่วประเทศ
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพของบริษัทฯ เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ในการให้บริการออกแบบ บริหารจัดการ ติดตั้งและบำรุงรักษา อุปกรณ์สนับสนุนเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า ความเป็นมืออาชีพของบุคลากร และการดำเนินธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน