เนื่องในโอกาสการจัดกิจกรรม “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” กระทรวงอุตสาหกรรม วันที่ 29 สิงหาคม 2561 พัฒนาพื้นที่และดูแลรักษาท่อระบายน้ำในพื้นที่บริเวณกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฯ และนำคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการและพนักงานกระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้บริหารและพนักงานสถาบันเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรมถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมกล่าวปฏิญาณตน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
ซึ่งสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ โดยนางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบัน พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานสถาบันฯ เข้าร่วมปฏิบัติงาน ณ บริเวณลานประดิษฐานองค์พระนารายณ์ และบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับผู้บริหารและจิตอาสาของหน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) และผู้บริหาร สรอ. ขอแสดงความยินดีกับธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการพลังงาน ตามมาตรฐาน มอก. 50001-2555 (ISO 50001:2011)
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยนายพฤทธิพงศ์ ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายช่วยงานบริหาร พร้อมนางสุรีย์ จิรรัตนโสภา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรการและบริหารอาคาร ผู้บริหารและพนักงาน ธปท. รับมอบใบรับรองระบบการจัดการพลังงาน ตามมาตรฐาน มอก. 50001-2555 (ISO 50001:2011) ในขอบข่าย “การบริหารอาคาร ณ สำนักงานใหญ่ ธนาคารแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นสถาบันการเงินการธนาคารแห่งแรกที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการพลังงาน ตามมาตรฐาน มอก. 50001-2555 (ISO 50001:2011) จาก สรอ. เมื่อวันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2561 ณ ห้องจินตาทัศน์ อาคาร 2 ชั้น 5 ธปท. สำนักงานใหญ่
การได้รับการรับรองระบบการจัดการพลังงาน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ในการพัฒนาระบบการจัดการพลังงานของ ธปท. รวมทั้งการลดการใช้พลังงานโดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการปรับปรุงสมรรถนะด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายอนุรักษ์พลังงานที่กำหนดให้การอนุรักษ์พลังงานเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของ ธปท. สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้านระบบการจัดการพลังงาน มอก. 50001- 2555 (ISO 50001:2011) ของ ธปท. เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของ ธปท. ตามพันธกิจ “มุ่งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจการเงินที่มีเสถียนรภาพ และมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนและทั่วถึง”
ตามที่ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI ได้ดำเนินโครงการ SME Promotion Project III ในปี 2561 ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาและภาคประชาชน เพื่อยกระดับการพัฒนาความรู้และทักษะบุคลากรของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและขนาดเล็กมาก (SME: Small and Medium Enterprise & VSE: Very Small Enterprise) ในการนำมาตรฐานระบบการบริหารจัดการ/การบริหารจัดการสากลไปปฏิบัติ จากระดับพื้นฐานสู่ระดับที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีกิจกรรมการสร้างความตระหนักด้านมาตรฐานระบบการบริหารจัดการ ส่วนภูมิภาค ด้วย
สรอ. ได้จัดสัมมนา เรื่อง “มาตรฐานแรงงานไทย กฎหมายแรงงาน และความปลอดภัย” ครอบคลุมเส้นทางการพัฒนา SME & VSE ด้านมาตรฐานการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน หรือ “SME Roadmap to Sustainability” ของ สรอ. โดยวิทยากรของ สรอ. และวิทยากรจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา ในวันที่ 15 สิงหาคม 2561 ณ โรงแรมบุรีศรีภู บูติกโฮเต็ล จังหวัดสงขลา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนา 126 คน
สรอ. ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยตรวจสอบรับรองด้าน มรท./TLS 8001 ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตั้งแต่ปี 2549 และได้รับการรับรองระบบงานสำหรับหน่วยรับรองในสาขา มรท./TLS 8001 จากคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ (กมช.) รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการจัดทำ/ทบทวนมาตรฐานแรงงานไทยและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐและสร้างความเชื่อมั่นในการให้การรับรองมาตรฐานแรงงานไทยที่มีคุณภาพ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
นอกจากนี้ สรอ. ได้ให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการบริหารจัดการ ทั้งการตรวจประเมินและรับรอง การฝึกอบรม การพัฒนาเกณฑ์/มาตรฐาน การตรวจ การเป็นพี่เลี้ยง และการให้บริการข้อมูลองค์ความรู้ เช่น
เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งภาคอุตสาหกรรม/การผลิต ภาคการค้า ภาคเกษตรและภาคบริการ รวมทั้งผู้ประกอบการ SME & VSE) ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิผลในการยกระดับศักยภาพ มาตรฐาน ผลิตภาพ นวัตกรรมและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
กระทรวงอุตสาหกรรม จัดงาน “Thailand Industry Expo 2018” ภายใต้แนวคิด “CHANGE to SHIFT” เปลี่ยนเพื่อปรับ ยกระดับอุตสาหกรรมไทย เพื่อแสดงศักยภาพและยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล วันที่ 2-5 สิงหาคม 2561 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน โดย ดร. อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารจากภาคเอกชนให้การต้อนรับ
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ได้ร่วมสนับสนุนงานดังกล่าวในการจัดสัมมนาทางวิชาการ การจัดแสดงสินค้า/ผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมของลูกค้าของ สรอ. และงบประมาณ โดยมีการจัดสัมมนาวิชาการด้าน Service-Inno SHIFT (Service Enhancement), Agro-Inno SHIFT (Food/Agro) และ Manufacture-Inno SHIFT (Digital) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายภาคเอกชนและภาคการศึกษา เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีความรู้ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับมาตรฐานระบบการบริหารจัดการ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิตัลและการพัฒนาสังคม ใน 4 เรื่อง คือ
และจัดให้มี Facebook Live เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจสามารถรับฟังการสัมมนาได้ที่ Facebook@MASCIThailand
และมีการจัดแสดงสินค้า/ผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมของลูกค้าของ สรอ. ที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วมแสดงสินค้า/ผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม ในโซน Agro-Inno SHIFT, Manufacture-Inno SHIFT และ Service-Inno SHIFT โดยนางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบัน พร้อมทีมวิทยากรและบุคลากรของ สรอ. ร่วมกันต้อนรับและเยี่ยมชมบูธ
สรอ. ได้ให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการบริหารจัดการ ทั้งด้านการตรวจประเมินและรับรอง การฝึกอบรม การตรวจ การพัฒนาเกณฑ์มาตรฐาน การพัฒนาระบบงาน การบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน การบริการข้องมูลองค์ความรู้ และการบริหารโครงการ เช่น ระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001, ISO 29001, ISO 13485) ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001, ISO 50001, ISO 14064-1, ISO 14064-2, CDM/GHG) ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (TIS 18001, OHSAS 18001, ISO 45001, มอก. 2677) มาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001) ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของอาหาร (GMP, HACCP, ISO 22000, มกษ., GMP (FDA)) ระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ (ISO/IEC 27001) ระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301) ระบบการจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1) เศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม (มอก. 9999) การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (ISO 26000) การบริหารความเสี่ยง (ISO 31001), ระบบงานสำหรับหน่วยตรวจสอบรับรอง (ISO 17000 Series) รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน (GRI) และอื่นๆ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิผล ยกระดับศักยภาพ มาตรฐาน ผลิตภาพ และความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
ตามที่ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI ได้ดำเนินโครงการ SME Promotion Project III ในปี 2561 ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาและภาคประชาชน เพื่อยกระดับการพัฒนาความรู้และทักษะบุคลากรของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และขนาดเล็กมาก (SME: Small and Medium Enterprise & VSE: Very Small Enterprise) ในการนำมาตรฐานระบบการบริหารจัดการ/การบริหารจัดการสากลไปปฏิบัติ จากระดับพื้นฐานสู่ระดับที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีกิจกรรมการสร้างความตระหนักด้านมาตรฐานการบริหารจัดการ ส่วนภูมิภาค ด้วย
สรอ. ได้จัดการสัมมนา เรื่อง “CSR/SR และ CSV (Creating Shared Value: Guideline for Inclusive Growth” โดยวิทยากรของ สรอ. และวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมแปซิฟิคปาร์ค ชลบุรี มีผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนา 103 คน ครอบคลุม เรื่อง เส้นทางการพัฒนา SME & VSE ด้านมาตรฐานการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน หรือ “SME Roadmap to Sustainability” ของ สรอ.,
CSR: Corporate Social Responsibility, SR: Social Responsibility และ CSV: Creating Shared Value โดยการแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานขององค์กร และสามารถต่อยอดพัฒนาไปสู่ CSV รวมถึงแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การปรับใช้แนวคิด CSV ในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ และกรณีตัวอย่างทั้งในและต่างประเทศ
สรอ. ได้ให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน ตาม SME Roadmap to Sustainability เพื่อยกระดับการพัฒนาจาก SR Firm สู่ SD Firm ทั้งการตรวจประเมินและรับรอง การพัฒนามาตรฐานและเกณฑ์มาตรฐาน การฝึกอบรมและการเป็นพี่เลี้ยง การทวนสอบ และการให้บริการข้อมูลและองค์ความรู้ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคม (ISO 26000, CSR-DIW, CSR-DPIM) อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (AA 1000) ระบบการบริหารจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1) เศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรม (TIS 9999-1) การบริหารความเสี่ยง (ISO 31000) ระบบการจัดการก๊าซเรือนกระจก (ISO 14064) โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM: Clean Development Mechanism) ระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301) การรายงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability Reporting) การกำกับดูแลองค์กรที่ดี/ธรรมาภิบาล (Good Corporate Governance) เป็นต้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งภาคการผลิต/อุตสาหกรรม การค้า การบริการและการเกษตร ให้มีความเป็นเลิศด้านความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืน
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI จัดสัมมนา “The transition from ISO 14001:2004 to ISO 14001:2015 & ISO 9001:2008 to ISO 9001:2015” เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินการตามเอกสาร IAF Communique, Important information for Certification Bodies regarding transition to ISO 9001 and ISO 14001 วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 จังหวัดระยอง มีผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนากว่า 100 ราย
โดยมีนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร รองผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าวต้อนรับและแนะนำสถาบันฯ รวมทั้งชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้ารับการสัมมนาได้รับความรู้ มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน ทั้งโครงสร้างของมาตรฐาน ข้อกำหนดของมาตรฐานที่เปลี่ยนแปลง บริบทองค์กร การวางแผน และแนวทางการประยุกต์ใช้ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น รวมถึงการเตรียมความพร้อมขององค์กรเพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนการรับรองตามมาตรฐานฉบับใหม่ได้ทันก่อนวันสิ้นสุดการรับรองตามมาตรฐานฉบับเดิม ในวันที่ 14 กันยายน 2561
สรอ. ได้ให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการบริหารจัดการ ทั้งด้านการตรวจประเมินและรับรอง และการฝึกอบรมตามมาตรฐานระบบการบริหารจัดการสากล เช่น ระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001, ISO 29001, ISO 13485) ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001, ISO 50001, ISO 14064-1, ISO 14064-2, CDM/GHG) ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (TIS 18001, OHSAS 18001, ISO 45001) ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของอาหาร (GMP, HACCP, ISO 22000, มกษ., GMP (FDA)) ระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ (ISO/IEC 27001) ระบบการบริหารความมั่นคงปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทาน (ISO 28000) ระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (ISO 22301) ระบบการจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1) และอื่นๆ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิผล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร สรอ. มีการพัฒนากระบวนการตรวจประเมินและการรับรองอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่หลากหลายสำหรับมาตรฐานการบริหารจัดการสากล เพื่อรองรับความต้องการในการฝึกอบรมที่แตกต่างกันในแต่ละองค์กรธุรกิจ ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม/การผลิต ภาคการค้า ภาคเกษตร และภาคบริการ รวมทั้งผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และขนาดเล็กมาก (SME&VSE)
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และผู้บริหารสถาบันฯ ขอแสดงความยินดีกับสถาบันพลาสติก ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ มอก. 9001-2559 (ISO 9001:2015)
สถาบันพลาสติก โดยนายเกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติกพร้อมผู้บริหาร และพนักงานสถาบันฯ รับมอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ มอก. 9001-2559 (ISO 9001:2015) ในขอบข่าย “การให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติก” ได้แก่
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ณ ห้องศาลาแดง โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
การได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหาร และการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับของสถาบันพลาสติก (สพต.) ในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกของประเทศไทย โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นหน่วยงานให้คำปรึกษา (Think Tank) ให้หน่วยงานกำหนดนโยบาย รวมทั้งเป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนตลอดสายโซ่มูลค่าในการผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกไทย ทั้งด้านเทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการตลาดเพื่อนำไทยไปสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมพลาสติกอาเซียน และเป็นหน่วยปฏิบัติการที่จะดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติก
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพของ สพต. เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุน สพต. ในการเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกไทยอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของ สพต.
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ได้รับเชิญเข้าร่วมเสวนาหัวข้อ “การรับรองระบบงานทำให้โลกปลอดภัยยิ่งขึ้น” (Accreditation: Delivering a Safer World) และร่วมจัดนิทรรศการ เนื่องในวันรับรองระบบงานโลก (World Accreditation Day) ซึ่งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกันจัดขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายน 2561 โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายสมชาย หาญหิรัญ) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย และสร้างความปลอดภัย” มีผู้ร่วมงานจากภาครัฐ ภาคเอกชน และ
ผู้เกี่ยวข้องกว่า 500 คน ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ กรุงเทพฯ
องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงาน (International Accreditation Forum: IAF) และองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ (International Laboratory Accreditation Cooperation: ILAC) มีมติร่วมกันกำหนดให้วันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปีเป็น “วันการรับรองระบบงานโลก (World Accreditation Day)” ตั้งแต่ปี 2551 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน โดย IAF/ILAC ขอความร่วมมือประเทศสมาชิกให้ช่วยรณรงค์และส่งเสริมกิจกรรมด้านการรับรองระบบงานในวันดังกล่าว และกำหนดหัวข้อการรณรงค์และส่งเสริมทุกปี ซึ่งในปี 2561 นี้ คือ “การรับรองระบบงานทำให้โลกปลอดภัยยิ่งขึ้น (Accreditation: Delivering a Safer World)”
การจัดงานครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมโดยเน้นให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของการตรวจสอบและรับรองตามมาตรฐาน ในการช่วยสนับสนุนและยกระดับระบบมาตรฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานของโลก (Global Infrastructure) ให้มีคุณภาพและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่ง สรอ. ได้ร่วมจัดนิทรรศการ และร่วมการเสวนาโดยนางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
สรอ. ในฐานะในฐานะหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก สมอ. และ มกอช. ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการยอมรับร่วมในการรับรองระบบงาน
(IAF MLA: Multilateral Recognition Arrangement) และคณะกรรมการบริหารกลไกพัฒนาที่สะอาดภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ได้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานระบบการบริหารจัดการ/การบริหารจัดการที่ทำให้โลกปลอดภัยขึ้น ทั้งการตรวจประเมินและการรับรอง การตรวจ การพัฒนามาตรฐาน การฝึกอบรม และการพัฒนาระบบงาน ซึ่งเป็นการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ตามแนวทางมาตรฐานสากล อาทิ ISO 45001/OHSAS 18001/TIS 18001 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย, TLS 8001 ระบบการจัดการด้านแรงงาน, ISO 22301 ระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ, ISO/IEC 27001 ระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ, TIS 2677 ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี, ISO 22000/HACCP/GMP ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของอาหาร, ISO 13485 ระบบบริหารงานคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์, ISO 31000 การบริหารความเสี่ยง, ISO 50001 ระบบการจัดการพลังงาน, ISO 14001 ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม, ISO 14064 ระบบการจัดการด้านก๊าซเรือนกระจก, Clean Development Mechanism: CDM, FSPCA Preventive Controls for Human Food – US FDA มาตรการควบคุมเชิงป้องกันสำหรับอาหารมนุษย์, ISO 17000 Series ระบบงานสำหรับหน่วยตรวจสอบรับรอง เป็นต้น ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม/การผลิต ภาคการค้า ภาคเกษตร และภาคบริการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ กลุ่ม S- curve & New S-curve รวมทั้งผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และขนาดเล็กมาก (SME & VSE)
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) จัดสัมมนาวิชาการ หัวข้อ “The transition from ISO 14001:2004 to ISO 14001:2015 & ISO 9001:2008 to ISO 9001:2015” เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับความรู้ มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนของมาตรฐานฯ จากฉบับเดิม ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 15 มิถุนายน 2561 ซึ่งการจัดสัมมนาครั้งนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ ภาครัฐ และอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าร่วมสัมมนามากกว่า 50 ราย
มาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 (QMS) และ มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015 (EMS) มีการปรับเปลี่ยนจากมาตรฐานฉบับเดิม โดยพิจารณาในมุมมองที่กว้างขึ้นและในระดับที่สูงขึ้น ยกระดับจากระดับปฏิบัติการ (Operational Level) เป็นระดับกลยุทธ์ (Strategic Level) โดยเน้นบทบาทของผู้บริหารระดับสูงที่จะพิจารณาความสัมพันธ์ของการบริหารด้าน QMS และ EMS เข้ากับทิศทางกลยุทธ์ขององค์กร และสามารถบรูณการ (Integrate) เข้ากับมาตรฐานการจัดการอื่นๆ ได้ ผลลัพธ์สุดท้ายของการปรับนี้จะทำให้องค์กรของลูกค้าสามารถที่จะดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยมีการศึกษาสภาพแวดล้อมจากภายนอกเพื่อใช้ในการปรับเปลี่ยนภายในองค์กร และการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งการชี้บ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร และการบริหารจัดการความคาดหวังและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้บรรลุถึงประสิทธิผลของ QMS และ EMS โดยกำหนดให้มีการชี้บ่งและจัดการความเสี่ยงและโอกาส เพื่อช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์และป้องกันการเกิดผลกระทบในด้านลบ

สรอ. ได้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานระบบการบริหารจัดการด้านการตรวจประเมินและการรับรอง การฝึกอบรม และการพัฒนามาตรฐานและเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงการให้บริการข้อมูลและองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับมาตรฐานระบบการบริหารจัดการและมีความยินดีที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการด้านความสามารถขององค์กรในการพัฒนาประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในด้านคุณภาพ
บทความเรื่อง คำถามเพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตอนที่ 1 ได้กล่าวถึงวิธีการดำเนินธุรกิจให้ยั่งยืนไปพร้อมๆ กับการสร้างผลกำไร ซึ่งจากบทความในวารสาร Sloan Management Review ระบุว่าเราสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จากการศึกษาของคณะกรรมการว่าด้วยมาตรฐานทางบัญชีความยั่งยืน (Sustainability Accounting Standards Board: SASB) พบว่าบริบทของ SDGs ในแนวคิดเรื่องประเด็นสำคัญ (Materiality) เป็นศูนย์กลางของการเชื่อมผลลัพธ์ ESG (Environment, Social and Governance) กับผลกระทบของ SDGs (Sustainable Development Goals)
ในรายงานทางการเงิน ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักลงทุน ประเด็น SDGs ยังเพิ่มความสำคัญมากขึ้นรวมทั้งในประเด็น ESG ด้วย SASB ได้ระบุประเด็น ESG ที่สำคัญใน 10 สาขาอุตสาหกรรม (แบ่งออกเป็น 79 สาขาอุตสาหกรรม) และใน Provisional Standards ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ SASB พัฒนาขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมทั้ง 79 สาขา ได้รับการแนะนำให้เป็นตัวชี้วัด (KPIs) ในรายงานการทางการเงินด้วย
เราสามารถคาดเดาล่วงหน้าถึงผลสำเร็จของ SDGs ได้ด้วยการปรับปรุงผลลัพธ์ของ ESG ผ่านกระบวนการ 3 ขั้นตอน คือ ทำความเข้าใจผลลัพธ์ของ ESG ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญสำหรับบริษัท กำหนดวิธีที่สมรรถนะของผลลัพธ์ที่มีส่วนสำคัญใน SDGs ข้อใดข้อหนึ่งหรือมากกว่านั้น และสุดท้าย ติดตามการปรับปรุงสมรรถนะของผลลัพธ์ ESG ที่มีผลกระทบต่อ SDGs
เพื่อทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างผลลัพธ์ของ ESG และผลกระทบของ SDG จึงทำการจับคู่ประเด็นทั้งสองโดยใช้โมเดลที่พัฒนาโดยทรูแวลูแล็บส์ แล้วทำการจับคู่ประเด็นสำคัญที่ระบุสำหรับทั้ง 79 สาขาอุตสาหกรรมสำหรับ SDG 16 หัวข้ออีกครั้ง ซึ่งผู้นำองค์กรจะต้องเข้าใจในการสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้นและมีส่วนสำคัญใน SDGs ซึ่งพวกเขาได้ทำการคำนวณดัชนีผลกระทบ SDG ของอุตสาหกรรม (ซึ่งมีวิธีการต่างๆ เช่น ใช้อัตราส่วนระหว่างจำนวนประเด็นสำคัญของ ESG ที่เกี่ยวข้องกับ SDG และจำนวนประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ SDG แล้วคูณด้วยหนึ่งร้อย และวิธีการอื่นๆ เป็นต้น) การคำนวณนี้แสดงให้เห็นว่าแต่ละสาขาหรือภาคส่วนของอุตสาหกรรม มี SDGs เฉพาะด้านซึ่งมีผลกระทบสูง สำหรับแต่ละ SDG มีบางสาขาที่มีผลกระทบสูงและยังมีความสำคัญมากกว่า SDG ในภาพรวมมากกว่าสาขาอื่น เช่น สาขาการบริโภคมีผลกระทบในวงกว้างโดยเฉพาะ สำหรับ SDG ข้อ 2 (การยุติความหิวโหย) และข้อ 15 (ระบบนิเวศน์ที่ยั่งยืน) เป็นต้น ซึ่งผลลัพธ์พบว่า SDG ทั้ง 16 ข้อ (ไม่นับข้อ 17 ซึ่งเป็นเรื่องของความร่วมมือหรือหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) ส่งผลกระทบต่อภาคส่วนที่สำคัญมากที่สุด 3 ลำดับแรก ดังต่อไปนี้
ทั้งนี้ โดยรวมแล้ว ภาคส่วนที่มีความสำคัญมากที่สุด 4 อันดับแรกต่อ SDGs ได้แก่ การดูแลสุขภาพ การบริโภค การแปลงทรัพยากร และทรัพยากรที่ไม่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ได้อีก ซึ่งธุรกิจสามารถนำไปพิจารณาประยุกต์ใช้ได้ด้วยการใช้ตัวชี้วัดสมรรถนะด้าน ESG ของ SASB ในการพิจารณาวิธีการดำเนินธุรกิจให้ยั่งยืนไปพร้อมๆ กับการสร้างผลกำไร เช่น การระบุและวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายสำหรับภาคส่วนที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อการลงทุนละความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เป็นต้น
ผู้สนใจรายละเอียดสามารถศึกษาได้จากบทความใน Sloan Management Review ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2561
ที่มา :