สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) โดยนายสำราญ สอนผึ้ง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายหน่วยตรวจ ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) โดยนายอิทธิชัย ปัทมสิริวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สศอ. จัดสัมมนาประชาสัมพันธ์เปิดตัวรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทอุตสาหกรรมศักยภาพ และ
การอบรมหลักเกณฑ์การคัดเลือก และเกณฑ์การตัดสิน ประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์เปิดตัวรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นประเภทอุตสาหกรรมศักยภาพ และให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคัดเลือก การให้คะแนน และเกณฑ์การตัดสิน
เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อมอบรางวัล
กระทรวงอุตสาหกรรมได้ริเริ่มดำเนินการคัดเลือก “อุตสาหกรรมและโรงงานดีเด่น” เพื่อประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี
พ.ศ. 2524-2525 ต่อมาในปี 2536 ได้พัฒนารูปแบบการคัดเลือกและการมอบรางวัลเป็นการจัดงาน “อุตสาหกรรมดีเด่น” ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเป็นการ
มอบรางวัลของนายกรัฐมนตรี (Prime Minister’s Industry Award) ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นกำลังใจ และเป็นแบบอย่าง
แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมให้มีความคิดริเริ่ม และความวิริยะอุตสาหะในการสรรสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ และเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร โดยในปี 2561 ได้กำหนดให้มีรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นรวม 9 ประเภท ได้แก่ การเพิ่มผลผลิต การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การบริหารความปลอดภัย การบริหารคุณภาพ การจัดการพลังงาน การบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม การจัดการ
โลจิสติกส์ อุตสาหกรรมศักยภาพ และความรับผิดชอบต่อสังคม โดย สศอ. รับผิดชอบรางวัลประเภทอุตสาหกรรมศักยภาพ และเป็นปีแรกที่มีการพิจารณามอบรางวัลประเภทนี้ ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve, New S-Curve และ Second Wave S-Curve เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแปรรูปอาหาร หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การแพทย์ครบวงจร สิ่งทอและแฟชั่น วัสดุ ปิโตรเคมีและพลาสติกสะอาด เป็นต้น
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) โดยนายสำราญ สอนผึ้ง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายหน่วยตรวจ ร่วมกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยนางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดสัมมนา “ยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการธุรกิจบริการสุขภาพสู่เกณฑ์มาตรฐาน” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง ปีงบประมาณ 2561 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ห้องประชุมฉลาดลบเลอสรรค์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสปา ธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพ และธุรกิจดูแลผู้สูงอายุเห็นถึงความสำคัญ และสามารถยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการให้เป็นมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับแก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ได้แก่
ธุรกิจบริการสุขภาพนับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาภาคบริการและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ การยกระดับการบริหารจัดการ
ของธุรกิจบริการสุขภาพให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน จะทำให้เกิดความเชื่อถือและยอมรับแก่ผู้ใช้บริการทั้งในระดับประเทศและระดับสากลอย่างต่อเนื่อง
และช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับธุรกิจให้สามารถขยายการให้บริการในวงกว้างต่อไป
ประชากรโลกกำลังก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งปัจจุบันมีประชากรมากกว่า 21% ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ดังนั้น รัฐบาล ชุมชน และธุรกิจต่างๆ จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมสูงวัย ปัจจุบัน ไอเอสโอได้แต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการและการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสังคมสูงวัยแล้ว
จากรายงานประชากรสูงวัยขององค์การสหประชาชาติเมื่อปีที่แล้ว ระบุว่าจำนวนประชากรทั่วโลกที่มีอายุ 60 ปีหรือมากกว่า มีจำนวนมากกว่า 2 เท่า
ของปี 2523 (ค.ศ.1980) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีกครั้งภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) ซึ่งคาดว่าจะมีประชากรเกือบ 2.1 พันล้านคน
การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ของสังคมนำมาซึ่งแรงกดดันและความท้าทายหลายเรื่องนับตั้งแต่การดูแลสุขภาพไปจนถึงรถบัสที่ใช้ในท้องถิ่น แต่
ในด้านโอกาสก็ยังมีอีกมากมายเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ ไอเอสโอได้แต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 314 – Ageing Society โดยมีเป้าหมายในการพัฒนามาตรฐานและแนวทางการแก้ไขปัญหาในสาขาต่างๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อที่จะต่อสู้กับความท้าทายรวมทั้งโอกาสที่เกิดขึ้นมาจากประชากรสูงวัย
เลขานุการคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 314 Nele Zgavc จากสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นสมาชิกของไอเอสโอ กล่าวถึง
การดูแลภาวะสมองเสื่อมเชิงป้องกัน แรงงานสูงวัย เทคโนโลยีและการเข้าถึงเทคโนโลยีว่าเป็นเพียงหนึ่งในสาขาด้านการมาตรฐานที่คณะกรรมการวิชาการเสนอให้มีการดำเนินงานเท่านั้น แต่อันที่จริง สังคมสูงวัยมีนัยสำคัญอยู่ทั่วโลก รัฐบาลและผู้ให้บริการจำเป็นต้องนำเอาความต้องการของประชากรสูงวัยไปพิจารณาในฐานะที่เป็นวัยที่ยังคงสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวมด้วย
มาตรฐานสากลจึงมีความจำเป็นต้องสนับสนุนเรื่องนี้เพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้สูงขึ้นและประสานโอกาสต่างๆ ที่สังคมสูงวัยมีส่วนทำให้เกิดขึ้น
ISO/TC 314 จึงเป็นผลการทำงานในด้านนี้ของไอเอสโอรวมทั้งการพัฒนาข้อตกลงที่เรียกว่า International Workshop Agreement IWA 18, Framework for integrated community-based life-long health and care services in aged societies ซึ่งนำไปสู่การสร้างกลุ่มที่ปรึกษา
เชิงกลยุทธ์ของไอเอสโอ (ISO Strategic Advisory Group: SAG) ในเรื่องสังคมสูงวัย
การยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องนี้ SAG ได้ยืนยันถึงความต้องการและการตัดสินใจกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์และขอบข่ายของการมาตรฐานในอนาคต
ในเรื่องนี้แล้ว
ปัจจุบัน คณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 314 Ageing Societies ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ 30 ประเทศ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องในคณะ SAG และในการพัฒนาของ IWA 18 ด้วย
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2261.html
องค์การสหประชาชาติมีแผนปฏิบัติการระดับสากลระหว่างปี 2561 – 2571 (ค.ศ.2018 – 2028) ที่มีชื่อว่า “น้ำเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Water for Sustainable Development) ซึ่งเน้นไปที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนและมีการจัดการที่ผสมผสานเรื่องของทรัพยากรให้บรรลุวัตถุประสงค์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
สำหรับไอเอสโอ ได้พัฒนามาตรฐานที่สามารถใช้ได้ทั่วโลกเพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ การบริหารจัดการที่ดีในการบริการเกี่ยวกับน้ำและการลดมลพิษ
ใน 4 เรื่องหลัก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนดังกล่าวเป็นอย่างมาก ดังต่อไปนี้
ปัจจุบันมีคนจำนวน 5.2 พันล้านคนที่บริโภคน้ำดื่มที่มีการจัดการอย่างปลอดภัย (เช่นบริการที่ตั้งอยู่ในสถานที่ที่เข้าถึงได้เมื่อจำเป็นและปราศจาก
การปนเปื้อน) ซึ่งมาตรฐานที่ช่วยส่งเสริมการเข้าถึงบริการน้ำดื่มได้ก็คือ ISO 24512 (Activities relating to drinking water and wastewater services – Guideline for the management of drinking water utilities and for the assessment of drinking water services)
นอกจากนี้ มีข้อมูลว่าคนจำนวน 1.8 พันล้านคนที่บริโภคน้ำดื่มที่ปนเปื้อนซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยได้ ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐาน
ISO 30500 – Non-sewered sanitation systems ขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ในระบบการสุขาภิบาลที่ไม่เชื่อมต่อกับท่อน้ำทิ้ง
ไอเอสโอได้มีส่วนสำคัญในการพัฒนามาตรฐานเพื่อให้คนทั่วโลกสามารถใช้ทรัพยากรน้ำอันมีค่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุน
ให้แผนปฏิบัติการระดับสากลในเรื่อง“น้ำเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ขององค์การสหประชาชาติประสบความสำเร็จต่อไปด้วย
ที่มา: https://www.iso.org/isofocus_126.html
นายฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายรับรองระบบ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) มอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015
ให้แก่ บริษัท ปัญญธารา จำกัด และ บริษัท ออลล์ เทรนนิ่ง จำกัด ณ ศูนย์ฝึกอบรมธาราพาร์ค ห้อง 302 โดยมีคุณปัทมา เอื้ออรรถการ รองกรรมการ
ผู้จัดการ บริษัท ปัญญธารา จำกัด และ คุณสุรพันธ์ ปุสสเด็จ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบ
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561
ตามที่ บริษัท ปัญญธารา จำกัด และบริษัท ออลล์ เทรนนิ่ง จำกัด ได้รับตรวจประเมินระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001:2015
เมื่อวันที่ 8-11 มกราคม 2561 โดยขอบข่ายที่ได้รับการรับรอง คือ
“สำนักงานส่วนกลางและศูนย์ฝึกอบรมธาราพาร์ค :
สรอ. ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองบริษัทฯ ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 อันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหาร และ
เจ้าหน้าที่ในการพัฒนาระบบการจัดการของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยนำบริบทองค์กรมาพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านต่างๆ ที่ส่งผลกระทบ
ต่อการดำเนินการของบริษัทฯ และมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งสอดคล้องตามข้อกำหนดของมาตรฐานสากล ที่หน่วยงานทั่วโลกได้ให้
ความสำคัญ และหวังว่าการได้รับการรับรองในครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ พัฒนาไปสู่ความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืน
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงานของสถาบันฯ พร้อมใจกันสักการะองค์พระพรหม
ณ บริเวณด้านหน้าอาคารยาคูลท์ ที่ทำการของสถาบันฯ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่วันมาฆบูชา ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ
เดือน 4 ในวันที่ 1 มีนาคม 2561
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI โดยผู้อำนวยการสถาบันฯ (นางพรรณี อังศุสิงห์) ผู้บริหาร และพนักงานสถาบันฯ ให้การต้อนรับ
คณะผู้ตรวจประเมินจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) หรือ National Bureau of Agricultural Commodity and Food Standards (ACFS) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2561
สรอ. ได้รับการรับรองความสามารถในการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1:2015 จาก มกอช. ขอบข่ายหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) และระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (HACCP) ขอบข่ายย่อยการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม และการปศุสัตว์ สำหรับมาตรฐาน Codex และมาตรฐานสินค้าเกษตร ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน โดยการตรวจประเมินครั้งนี้เป็นการตรวจประเมินเพื่อต่ออายุการรับรองเป็นรอบที่ 4
การได้รับการรับรองความสามารถในการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารจาก มกอช. ของ สรอ. นับเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม และการปศุสัตว์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความเชื่อมั่น ชื่อเสียง ด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหารไทยทั้งในประเทศ ภูมิภาคและตลาดโลก ลดความซ้ำซ้อนด้านการตรวจสอบรับรองสินค้าเกษตรและอาหารของผู้ประกอบการ ณ ประเทศปลายทาง ลดอุปสรรคทางการค้า อำนวยความสะดวก
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ร่วมพิธีมอบรางวัลศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center
ดีเด่น) ประจำปี พ.ศ. 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
ส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาการให้บริการของตนเองให้มีมาตรฐาน และสามารถชดเชยเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้บริโภคในทางตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสามารถลดปริมาณเรื่องร้องเรียนที่จะเข้าสู่ระบบของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง
ผู้บริโภค (สคบ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สรอ. ได้รับมอบหมายจาก สคบ. ให้เป็นที่ปรึกษาในการจัดทำเกณฑ์การมอบรางวัล Call Center ดีเด่น การให้ความรู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเกณฑ์
การมอบรางวัล และการทวนสอบผลการปฏิบัติตามเกณฑ์การมอบรางวัลของผู้ประกอบธุรกิจที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่จัดทำหลักเกณฑ์และพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบธุรกิจที่จะได้รับรางวัลในแต่ละปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยในปี พ.ศ. 2560 ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ) เป็นประธานมอบรางวัล โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (พลตำรวจตรีประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์) และผู้บริหาร สคบ. ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลรวม 40 แห่ง ครอบคลุม 5 ประเภทธุรกิจ คือ
ภายในงานยังมีการบรรยายหัวข้อ “ความรับผิดชอบต่อสังคมด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center)” โดยวิทยากรจาก สคบ. และ สรอ. เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจตระหนักถึงความสำคัญ และพัฒนางานบริการด้าน Call Center ขององค์กรเข้าสู่เกณฑ์รางวัล Call Center ดีเด่น อันเป็นการยกระดับการให้บริการที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบธุรกิจในวงกว้างต่อไป
ธรรมาภิบาลเป็นระบบและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทำให้มั่นใจในการบริหารจัดการที่ดีขององค์กร ได้แก่ ทิศทาง ความมีประสิทธิผล การชี้แนะ และความรับผิดชอบขององค์กร
ไม่ว่าจะเป็นธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาข้ามชาติ องค์การสหประชาชาติ (UN) คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) หรือสถาบันด้านการพัฒนาที่สำคัญของโลก ต่างกล่าวว่าการส่งเสริมธรรมาภิบาลเป็นวาระสำคัญของการดำเนินงาน
เมื่อเร็วๆ นี้ คำถามที่ว่า “จะปรับปรุงธรรมาภิบาลอย่างไร” ได้กลายเป็นหัวข้อหลักในระดับโลก อันที่จริง ธรรมาภิบาลเป็นหัวใจหลักขององค์กรสากลที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์และขับเคลื่อนให้เกิดการปรับปรุงรวมทั้งรักษาไว้ซึ่งจุดยืนทางจริยธรรมและเรื่องทางกฎหมายในมุมมองของผู้ถือหุ้นและชุมชนในวงกว้าง
มีคำถามว่าธรรมภิบาลสามารถปรับปรุงได้อย่างไร และเราจะวัดหรือประเมินคุณภาพของธรรมาธิบาลได้อย่างไร เซอร์จิโอ มูจิก้า เลขาธิการไอเอสโอกล่าวในฐานะที่เป็นผู้นำขององค์กรระดับสากลว่า ธรรมาภิบาลเป็นส่วนสำคัญหลักขององค์กรใน 3 ระดับ
ระดับแรก ไอเอสโอเป็นระบบที่ประกอบด้วยสมาชิกจากทุกส่วนของโลกซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติรวม 162 ประเทศ วิสัยทัศน์ของไอเอสโอคือการนำไปสู่ความหลากหลายและชุมชนสมาชิกที่กำลังเติบโตและมีส่วนร่วมหรือได้รับผลกระทบจากการมาตรฐาน ประการที่สอง กลไกที่โปร่งใสและอยู่บนพื้นฐานของความเห็นพ้องต้องกันในการริเริ่มและส่งมอบมาตรฐานสากลที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ ขอบข่ายและการจัดการด้านความร่วมมือทำให้ไอเอสโอมีกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ประการที่สาม ไอเอสโอตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของสังคมและผู้ที่มีบทบาทในด้านเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น ไอเอสโอได้ตีพิมพ์เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมาภิบาลเมื่อเร็วๆ นี้ซึ่งเป็นเรื่องของระบบการจัดการการต่อต้านการติดสินบนและมาตรฐานระบบการจัดการด้านความสอดคล้องประเด็นธรรมาภิบาลได้กลายเป็นเรื่องที่มีความโดดเด่น และไอเอสโอได้มีส่วนร่วมที่สำคัญในการพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องและประสบความสำเร็จในปัจจุบันด้วย กล่าวคือ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการไอเอสโอ ISO/TC 309, Governance of organizations ซึ่งมีการพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับธรรมภิบาลในทุกแง่มุม รวมทั้งทิศทาง การควบคุม และความรับผิดชอบ ประเด็นนี้ยังให้ความสำคัญกับขอบข่ายที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น การบริหารความเสี่ยง ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการจัดซื้ออย่างยั่งยืนด้วยการเพิ่มความโปร่งใสและความรับผิดชอบขององค์กร
สำหรับไอเอสโอแล้ว เลขาธิการไอเอสโอกล่าวว่าการที่ไอเอสโอมี “แบรนด์เนม” ที่มีชื่อเสียงที่เกี่ยวข้องกับการแสดงถึงคุณภาพและเป็นที่รับรู้ไปทั่วโลกว่าเป็นองค์กรสากลนั้นก็ยังไม่เพียงพอ ไอเอสโอจะต้องค้นหาความก้าวหน้าและประเมินความต้องการ ความคาดหวัง และความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสม่ำเสมอด้วย ซึ่งจากการประชุมสมัชชาของไอเอสโอที่กรุงเบอร์ลินเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้ไอเอสโอได้มีโอกาสค้นหาสิ่งต่างๆ ดังกล่าว และได้ชี้แจงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการทบทวนในบางประเด็นของเรื่องธรรมภิบาลซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการ รวมทั้งอัพเดทชุดเอกสารที่ประกอบด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กฎระเบียบ คู่มือขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่งานและความโปร่งใส
ไอเอสโอจึงสามารถทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากขึ้น รวมทั้งมีโครงสร้างธรรมาภิบาลที่ดีและมีความสอดคล้องกับวิธีปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
เลขาธิการไอเอสโอกล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำของไอเอสโอ เขามีบทบาทที่จะทำให้มั่นใจว่าองค์ประกอบของระบบนี้ ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 162 ประเทศ เปรียบเสมือนครอบครัวที่มีความมั่นคง มีผู้เชี่ยวชาญที่มีพันธสัญญา มีหุ้นส่วนระดับสากลที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างดี และธรรมาภิบาลที่ดีจะทำให้ทุกประเทศก้าวหน้าไปพร้อมๆ กันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ที่มา:
เป็นที่ทราบกันดีว่าการรับประทานอาหารที่มาจากธรรมชาติตามฤดูกาลจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ แต่หากพูดถึงส่วนผสมของอาหารที่เป็นธรรมชาติ อาหารแบบไหนถึงจะเรียกว่าเป็นอาหาร “ธรรมชาติ” ขณะนี้ ไอเอสโอมีข้อกำหนดทางเทคนิคใหม่ที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มพูดภาษาเดียวกัน
แม้ว่าความสนใจของผู้บริโภคมากมายจะมุ่งไปหาทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็น “ธรรมชาติ” แต่สิ่งที่เป็นส่วนผสมของอาหารธรรมชาตินั้น เป็นที่ถกเถียงกันมานานแล้ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ คณะกรรมาธิการที่มีชื่อว่า Codex Alimentarius Commission ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิก Codex ทุกประเทศรวมทั้งประเทศที่เป็นสมาชิกของ FAO หรือ WHO ได้มีความพยายามในการจัดทำข้อกำหนดด้านกระบวนการอาหารและส่วนผสมอาหารธรรมชาติ แต่ก็ยังไม่ออกมาเป็นรูปร่างจนกระทั่งปัจจุบัน ไอเอสโอได้กำหนดข้อกำหนดทางเทคนิค ISO/TS 19657: 2017 นิยามและเกณฑ์ทางวิชาการสำหรับส่วนผสมอาหารที่เป็นธรรมชาติ (Definitions and technical criteria for food ingredients to be considered as natural) ขึ้นมา
วัตถุประสงค์ของเอกสารนี้ก็คือ เพื่อจัดเตรียมเกณฑ์ที่จำเป็นสำหรับส่วนผสมของอาหารที่เป็นธรรมชาติซึ่งอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐสามารถนำไปใช้อ้างอิงเมื่อทั่วโลกทำการค้าเสรี
ในบางภูมิภาคของโลก การขาดเกณฑ์ในลักษณะนี้ได้นำไปสู่การฟ้องร้องมากมาย มาตรฐานใหม่ ISO/TS 19657 จึงเสนอเกณฑ์สำหรับการสื่อสารสำหรับประเภทธุรกิจกับธุรกิจเกี่ยวกับส่วนผสมของอาหารธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้มีการปฏิบัติทางธุรกิจที่เป็นธรรมสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม แต่เอกสารนี้ไม่ได้นำไปใช้กับการสื่อสารผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค เช่น ฉลากบรรจุภัณฑ์
โดมินิค แทย์มานส์ ผู้ประสานงานกลุ่มที่พัฒนาข้อกำหนดทางวิชาการ อธิบายว่าข้อกำหนดทางวิชาการประกอบด้วยแนวทางพื้นฐานที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มพูดภาษาเดียวกัน ซึ่งเป็นหัวข้อที่อาจจะดูซับซ้อน จึงให้ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมืออาชีพมีแนวทางพื้นฐานร่วมกันเพื่อก้าวสู่การกำหนดมาตรฐานที่เป็นแนวทางเดียวกันต่อไป
ISO/TS 19657: 2017 เน้นความต้องการของบริษัทอาหารและเครื่องดื่ม และผู้ผลิตส่วนผสมของอาหารทุกบริษัท โดยไม่จำเป็นว่าจะเป็นบริษัทขนาดใดและมีความซับซ้อนเพียงใด ซึ่งเอกสารมาตรฐานนี้จะทำให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นธรรมสำหรับธุรกิจทุกประเภท
มาตรฐาน ISO/TS 19657:2017 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 34, Food products ภายใต้กลุ่ม 18 ส่วนผสมอาหารธรรมชาติ ซึ่งผู้สนใจสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2254.html