นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ มอบเกียรติบัตรมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1) ให้แก่บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ในขอบข่ายการบริหารจัดการนวัตกรรมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยจัดขึ้นในงาน Pruksa Innovation AWARDs 2017 วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ได้รับเกียรติบัตรรายแรกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย
มาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรมีแนวทางการดำเนินงานให้บรรลุตามความต้องการของลูกค้า เพิ่มโอกาสทางธุรกิจและเปิดตลาดใหม่ เพิ่มการเติบโตและรายได้จากนวัตกรรม ลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ตลาด ประหยัดต้นทุน
และลดความเสี่ยงในการสร้างนวัตกรรม ปรับปรุงประสิทธิภาพและสมรรถนะขององค์กรในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาความคิดให้เปิดใจรับรูปแบบทางธุรกิจและวิธีการใหม่ๆ สามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านกระบวนการของนวัตกรรม เช่น การสร้าง
เครือข่ายในชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น และเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจขององค์กร เพื่อเผชิญกับความท้าทายและ
การเปลี่ยนแปลง
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ มอบเกียรติบัตรมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1) ให้แก่บริษัท
ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 4 แห่ง ใน 4 สายธุรกิจ ได้แก่
ซึ่งจัดขึ้นในงาน CPF CEO AWARDs 2017 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต จ.ปทุมธานี
มาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรมเป็นมาตรฐานที่ช่วยให้องค์กรมีการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนให้องค์กรดำเนินการได้ตามนโยบายและวัตถุประสงค์ด้านนวัตกรรม ช่วยให้องค์กรพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์/บริการ กระบวนการ วิธีการด้านการตลาด รูปแบบธุรกิจ สถานที่ทำงาน หรือความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก รวมทั้งช่วยสร้าง/เพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมทั้งองค์กร
นับตั้งแต่ปี 2554 (ค.ศ.2011) องค์กรได้นำแนวทางเชิงระบบตามมาตรฐาน ISO 50001 ไปปฏิบัติและประสบผลสำเร็จในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในด้านประสิทธิภาพพลังงาน ประสิทธิผลพลังงาน และการใช้พลังงาน
เช่นเดียวกับมาตรฐานสากลอื่นๆ ISO 50001 ไอเอสโอได้ทำการทบทวนเพื่อทำให้มั่นใจว่ามาตรฐานจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในภาคส่วนพลังงาน งานด้านนี้มีการดำเนินงานโดยคณะกรรมการวิชาการไอเอสโอซึ่งรับผิดชอบด้านการจัดการพลังงานแลการประหยัดพลังงาน (ISO/TC 301) ซึ่งมีสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเลขานุการ ซึ่งดำเนินการควบคู่ไปกับสมาชิกของไอเอสโอคือสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศจีน (SAC)
การเปลี่ยนแปลงหลักของมาตรฐาน ISO 50001 จากการบอกเล่าของศาสตราจารย์ดีนน์ แห่งสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียและผู้ประสานงานกลุ่มงานที่ทำการทบทวนมาตรฐานดังกล่าว ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของมาตรฐานฉบับปี 2018 ก็คือการรวมเอาโครงสร้างระดับสูงซึ่งจัดเตรียมความเข้ากันได้ที่มีการปรับปรุงร่วมกับมาตรฐานระบบการจัดการอื่นๆ ที่สามารถเข้ากันได้นั่นเอง
โครงสร้างระดับสูง (high-level structure (HLS) เป็นแนวคิดที่มีประสิทธิภาพและเรียบง่าย เนื่องจากบ่อยครั้ง องค์กรมีการนำมาตรฐานระบบการจัดการบางอย่างไปใช้ ซึ่งมีการใช้โครงสร้างร่วมกัน รวมทั้งคำศัพท์และนิยามศัพท์ และช่วยให้ทุกสิ่งทุกอย่างง่ายขึ้น ซึ่งมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรอื่นๆ ที่เลือกปฏิบัติงานระบบการบริหารจัดการแบบรวมระบบที่สามารถตอบสนองข้อกำหนดมาตรฐานระบบการจัดการได้หนึ่งระบบหรือมากกว่าหนึ่งระบบไปพร้อมๆ กัน
สำหรับการปรับปรุงมาตรฐาน ISO 50001 ฉบับปี 2561 (ค.ศ.2018) เพื่อทำให้มั่นใจว่าแนวคิดหลักที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะด้านพลังงานมีความชัดเจนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งมีความสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจในการใช้มาตรฐานระบบการจัดการโดย SMEs และบ่อยครั้งตั้งสมมุติฐานว่าผลประโยชน์ของมาตรฐานสากลส่วนใหญ่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจข้ามชาติได้ซึ่งอาจไม่รวมถึง SMEs แต่มาตรฐานที่ปรับปรุงในครั้งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและลดค่าใช้จ่ายในทุกแง่มุมของธุรกิจทุกประเภทรวมทั้งการตอบสนองข้อกำหนดด้านกฎระเบียบได้
ประสิทธิผลด้านพลังงานมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมสำหรับธุรกิจทุกขนาด ทุกประเภท การส่งเสริมความเข้าใจในมาตรฐาน ISO 50001 เป็นส่วนสำคัญในงานของไอเอสโอ ซึ่งโครงการต่างๆ ทำให้มีการใช้งาน ISO 50001 เพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในงานของ Clean Energy Ministerial (CEM) และ United Nations Industrial Development Organization (UNIDO)
งานของ Clean Energy Ministerial (CEM) มีการจัดทำโครงการรางวัลรัฐมนตรีพลังงานสะอาดซึ่งเป็นรางวัลที่ยอมรับองค์กรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จในการจัดการด้านพลังงานและการใช้มาตรฐาน ISO 50001 เพื่อเน้นการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงาน องค์กรที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 50001 สามารถส่งผลงานเป็นกรณีศึกษาเพื่อสร้างการยอมรับโดยเข้าประกวด โดยสมัครได้ในเว็บไซต์นี้ 2018 Energy Management Leadership Awards
ร่างมาตรฐาน ISO/DIS 50001ได้ผ่านการอนุมัติแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 และไอเอสโอคาดว่าร่างมาตรฐานฉบับใหม่จะได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในปีหน้า ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้ https://www.iso.org/iso-50001-energy-management.html
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2248.html
การเรียนรู้จากประสบการณ์ของมนุษย์มักมีหนทางที่ยากลำบาก แต่ในขณะที่มีการเรียนรู้และเกิดความเสี่ยงขึ้นนั้น ความเสี่ยงอาจแปรเปลี่ยนไปเป็นโอกาสได้ ยกตัวอย่าง การเกิดแผ่นดินไหวและพายุไต้ฝุ่นอย่างรุนแรงในประเทศญี่ปุ่น ได้นำไปสู่การพัฒนาระบบการจัดการฉุกเฉินที่มีความทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและยังมีการนำขีปนาวุธที่ใช้ในการป้องกันประเทศมาใช้งานเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งปัจจุบันทางการสามารถส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในประเทศและสามารถส่งข้อความแทรกไปยังการกระจายเสียงทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ได้ด้วย
ในยุคที่โลกเข้าสู่ความเป็น “อัจฉริยะ” เช่นนี้ เทคโนโลยีจึงเป็นกลุ่มความเสี่ยงใหม่ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ Artificial Intelligence, machine learning หรือ IoT ดังนั้น องค์กรน้อยใหญ่ทั่วโลกจึงจำเป็นต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเหล่านั้น ซึ่งต้องรวมเอาการจัดการความเสี่ยงเข้าไปไว้ในกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ซึ่งขอบข่ายของมาตรฐาน ISO 31000 ซึ่งเป็นมาตรฐานตัวแรกในกลุ่มของมาตรฐานการจัดการความเสี่ยงนั้น ไม่ได้มีการพัฒนาไว้สำหรับอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งโดยเฉพาะ หรือสำหรับระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องในสาขาใดสาขาหนึ่ง แต่เป็นการจัดเตรียมแนวทางและโครงสร้างวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดให้กับส่วนปฏิบัติการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยง
กลุ่มเธลส์ เป็นตัวอย่างขององค์กรชั้นนำในภาคส่วนของธุรกิจด้านความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งระบุว่าการจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมและพัฒนามาตรฐานใหม่และกระบวนการถือเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันความเสี่ยง
เจสัน บราวน์ ผู้อำนวยการด้านความมั่นคงและความปลอดภัยแห่งชาติของเธลส์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นประธานของคณะกรรมการวิชาการไอเอสโอ ISO/TC 262 – การบริหารความเสี่ยง กล่าวว่า มาตรฐาน ISO 31000 สามารถนำไปใช้ในการการวางแผนและการตัดสินใจในด้านต่างๆ เช่น การเงิน วิศวกรรม การบินอวกาศ และความมั่นคงปลอดภัยระหว่างประเทศ เป็นต้น
ไอเอสโอได้บุกเบิกมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงและอยู่ในระหว่างการทบทวนมาตรฐาน ISO 31000 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2561
ในการทำให้มั่นใจว่าหลักการและแนวทางในมาตรฐานดังกล่าวยังคงเกี่ยวข้องกับผู้ใช้งาน มาตรฐาน ISO 31000 และ ISO Guide 73 ไอเอสโอจึงได้กำหนดนิยามศัพท์เชิงปฏิบัติการ ซึ่งในการทบทวนมาตรฐานครั้งใหม่นี้นับเป็นอีก
ก้าวหนึ่งในการทำให้การบริหารความเสี่ยงง่ายขึ้นและชัดเจนขึ้น ข้อความได้ถูกลดทอนลงให้เป็นแนวคิดพื้นฐานเพื่อสร้างเอกสารใหม่ที่สั้น ชัดเจนขึ้น และมีความกระชับมากขึ้นเพื่อให้อ่านได้ง่ายแต่ก็ยังคงใช้งานได้ดีด้วย
บราวน์ได้เน้นในความจริงที่ว่าโมเดลที่อยู่บนหลักการของมาตรฐาน ISO 31000 ที่เน้นในเรื่องของการประเมินความเสี่ยงนั้น จะทำให้มีความมั่นใจในมาตรฐาน ซึ่ง “รัฐบาล องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็ก และองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการบรรลุเป้าหมายมากขึ้นในโลกที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นนั้น จะได้ใช้ประโยชน์จากการใช้มาตรฐาน ISO 31000 มาเป็นแนวทางในการจัดการความเสี่ยง”
เขาแนะนำว่ามาตรฐานฉบับใหม่มีการทำให้กระชับขึ้นและได้รวมเอาองค์ประกอบหลักและเน้นในเรื่องธรรมชาติของกระบวนการ ประเด็นความสำคัญของโมเดลนี้ก็คือความเกี่ยวข้องในการลดความไม่แน่นอนในสภาพแวดล้อมเชิงปฏิบัติการที่มีความรุนแรงสูงและมีความไม่แน่นอน ซึ่งข้อกำหนดสำหรับการติดตามและการประเมินอย่างต่อเนื่องของความเสี่ยงนั้นบ่อยครั้งมักเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ภายนอก
ภูมิภาคหนึ่งของโลกที่มีการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของมาตรฐาน ISO 31000 คือ ลาตินอเมริกา จอร์จ เอสคาเลร่า สมาชิกของผู้เข้าร่วมประชุมชาวเม็กซิกันในคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 262, Risk management และ ISO/TC 292, Security and resilience ระบุว่าหัวข้อของการบริหารความเสี่ยงอาจมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องใหม่ในลาตินอเมริกาแต่มันก็มีการเติบโนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เขาเปิดเผยว่าองค์กรกำลังดำเนินงานในเชิงรุกมากขึ้นในการพิจารณาที่จะนำมาตรฐาน ISO 31000 ไปใช้บริหารความเสี่ยงร่วมกับระบบการจัดการทั่วไปขององค์กร
เอสคาเลร่า เป็นผู้อำนวยการของ Risk Mexico ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา การออกใบรับรองและการให้คำปรึกษาทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน เขากล่าวว่า Risk Mexico ส่งเสริมการนำการจัดการความเสี่ยงไปใช้ในมาตรฐาน ISO 31000 และในการปรึกษาแต่ละครั้ง มีหลักการในการปฏิบัติงานพื้นฐานคือการอิงอยู่บนการจัดการความเสี่ยงที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน
ความร่วมมือในการจัดการความเสี่ยงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญทั้งหมด และแม้ว่าการพัฒนาวัฒนธรรมที่มีความเข้มแข็งนั้นไม่ใช่งานที่ง่าย มาตรฐาน ISO 31000 เป็นก้าวสำคัญในทิศทางนี้ แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีมากกว่าการนำ ISO 31000 ไปใช้งานเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ เช่น ปัญหาด้านการเงิน แต่ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยในการทำความเข้าใจถึงสาเหตุและระบุการจัดการที่จำเป็นเพื่อลดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตด้านการเงิน
เจสัน บราวน์กล่าวว่า มีความจำเป็นที่หุ้นส่วนต้องเต็มใจในอันที่จะปฏิบัติการที่จำเป็นเพื่อลดความไม่แน่นอน ปฏิบัติการบางอย่างต้องรวมไปถึงความโปร่งใสของปฏิบัติการด้านการเงิน กฎระเบียบและความสอดคล้องที่ดี ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบ และสำคัญที่สุดคือ ธรรมาภิบาลด้วย
แล้วอนาคตของมาตรฐานนี้จะเป็นอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องนี้ กิจกรรมของคณะกรรรมการวิชาการจะเน้นไปที่การเพิ่มความเข้าใจในมาตรฐานไปยังทั่วโลก จริงๆ แล้ว ตัวอย่างของความสนใจในมาตรฐาน ISO 31000 มีมากขึ้นในลาตินอเมริกา บราวน์กล่าวว่ายังมีแนวคิดจากประเทศสมาชิกจำนวนหนึ่งซึ่งรวมถึงการแปลเป็นภาษาสเปนของคณะทำงานเฉพาะกิจและจะขยายไปสู่อเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้ สเปน อัฟริกาและยุโรปด้วย
อย่าลืมทำความรู้จักกับมาตรฐาน ISO 31000 ให้มากขึ้นแล้วมาร่วมกันเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสเพื่ออนาคตที่ดีขององค์กร
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2239.html
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ขอแสดงความยินดีกับนางสาวชื่นกมล อาชวพิสิฐ (เจ๊นกหมูสด) ที่ได้รับใบรับรองระบบการจัดการสุขลักษณะที่ดี
ในสถานประกอบการ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ. 2543 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและเก็บรักษาอาหาร: GMP (FAD) ในขอบข่าย “การผลิตเนื้อหมูสดตัดแต่งแช่เย็น” วันที่ 27 ธันวาคม 2560
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ กล่าวแสดงความยินดีกับนางสาวชื่นกมล อาชวพิสิฐ (เจ๊นกหมูสด) ในโอกาสรับมอบใบรับรองระบบการจัดการสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ. 2543 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนางสาวชื่นกมล อาชวพิสิฐ (เจ๊นกหมูสด) และเจ้าหน้าที่ในการพัฒนาระบบการจัดการของสถานประกอบกิจการฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นให้มีมาตรฐานทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การรับวัตถุดิบ กระบวนการตัดแต่ง การบรรจุ และการเก็บรักษา เพื่อให้วัตถุดิบมีความปลอดภัยได้คุณภาพเป็นที่มั่นใจเมื่อถึงมือผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องตามข้อกำหนดของมาตรฐานที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนด การได้รับการรับรองครั้งนี้จะเป็นก้าวแรกของสถาน
ประกอบการฯ ที่จะพัฒนาความสามารถในการดำเนินการไปสู่มาตรฐานสากล
การประปานครหลวง ได้จัดพิธีรับมอบใบรับรองระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (HACCP) ให้แก่ ฝ่ายโรงงานผลิตน้ำสามเสน โดยมี คุณพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นผู้มอบใบรับรองระบบ HACCP ให้แก่ คุณสมบูรณ์ สุนันทพงศ์ศักดิ์ รองผู้ว่าการ (ผลิตและส่งน้ำ) ผู้บริหาร และพนักงานการประปานครหลวง ในวันอังคารที่ 19 ธันวาคม 2560 ณ ห้องประชุมปิยราษฎร์ ชั้น 6
อาคารสำนักงานใหญ่ การประปานครหลวง
ทั้งนี้ การได้รับใบรับรองระบบในครั้งนี้เป็นการต่ออายุใบรับรองครั้งที่ 3 ให้กับโรงงานผลิตน้ำสามเสนซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำแห่งแรกในการประปานครหลวง
ที่มีการจัดทำระบบ HACCP โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตน้ำประปาให้สะอาด ปลอดภัย มีคุณภาพ โดยนำเอาหลักการของระบบคุณภาพ HACCP ที่มีการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหารมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการงานประปาที่ถูกสุขอนามัย และ
ได้มาตรฐานในระดับสากล
กรอบวงเงินสินเชื่อ วงเงิน 20,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% ปลอดเงินต้น 3 ปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี
วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท

คุณสมบัติของ SMEs ที่สามารถเข้าร่วมโครงการ
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center : 1358 หรือ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ www.smessrc.com
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นหน่วยงานที่ให้บริการรับรองและฝึกอบรมมาตรฐานระบบการจัดการ บริการตรวจสอบและพัฒนามาตรฐานและเกณฑ์สำหรับองค์กรที่ต้องการจัดทำคู่มือการ ปฏิบัติต่างๆ บริการพัฒนาระบบงานด้านการตรวจสอบและรับรอง บริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น
การเป็นพี่เลี้ยง การประเมินในการพัฒนาองค์กร เป็นต้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการและบุคลากรของภาคอุตสาหกรรมและองค์กรต่างๆ
ทางสถาบันฯได้มีการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) ให้กับผู้ประกอบการ ณ สถานประกอบการ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการให้เกิดความยั่งยืนทางธุรกิจ โดยมีหลักสูตรจำนวน 2 หลักสูตร ดังนี้
ทางสถาบันฯจึงขอเรียนเชิญท่านผู้ประกอบการฯหรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมฯหลักสูตรดังกล่าว โดยมีค่าใช้จ่ายหลักสูตรละ 40,000 บาท
ดาวน์โหลดเอกสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม
และหากท่านสนใจสมัครเข้าร่วมฝึกอบรม หรือต้องการขอข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อตามเบอร์โทร และอีเมล์ด้านล่าง
ฝ่ายหน่วยตรวจ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
คุณทัชชะพงศ์ คุณสุจินดา และคุณวริษฐา
โทรศัพท์: 0-2617-1727 ต่อ 207, 209, 223
E-mail : [email protected], [email protected], [email protected]
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI ได้รับเกียรติจากผู้อำนวยการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารเข้าพบหารือเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานการบริหารจัดการ รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs มีขีดความสามารถในการดำเนินการด้านมาตรฐานการบริหารจัดการและสามารถยกระดับศักยภาพไปสู่มาตรฐานสากล เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ณ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับผู้อำนวยการสถาบัน SMI นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล และคณะฯ โดยผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานได้ประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ร่วมกัน อาทิ การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากรในการให้บริการ การร่วมดำเนินการกิจกรรม/โครงการ เพื่อสร้างความตระหนัก ความรู้ความเข้าใจ และการเตือนภัยเกี่ยวกับมาตรฐานการบริหารจัดการที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SMEs ร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค การพัฒนาโครงการร่วมเพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการของผู้ประกอบการ SMEs จากระดับพื้นฐานที่เหมาะกับ SMEs แต่ละระดับไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวทางสากล
รอยัล พารากอน ฮอลล์ ได้จัดพิธีรับมอบใบรับรองมาตรฐานสากล 3 ระบบ ได้แก่
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2560 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ โดยมี คุณพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นผู้มอบใบรับรอง
ให้กับนายทาลูน เทง กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารรอยัล พารากอน ฮอลล์ พร้อมทั้งเข้าร่วมการสัมมนาเรื่อง “Sustainable Event Management”
เพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE Industry) ของประเทศไทย