ธุรกิจที่ยังคงสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้ได้ตามที่ลูกค้าคาดหวัง จำเป็นจะต้องมีการจัดการข้อมูลสารสนเทศที่มีเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมหาศาลได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องคำนึงถึงเพื่อผู้บริโภคและบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยสารสนเทศซึ่งอาจถูกคุกคามด้วยโจรไซเบอร์อัจฉริยะ

ความเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากภัยทางไซเบอร์นั้นมีนับตั้งแต่เรื่องทั่วไปอย่างการแฉภาพที่ทำให้ดาราหรือคนดังต้องรู้สึกอับอายไปจนถึงการสูญเสีย
บันทึกข้อมูลทางการแพทย์ และการคุกคามเพื่อเรียกค่าไถ่ซึ่งโจมตีองค์กรยักษ์ใหญ่ต่างๆ

ในเมื่อข้อมูลขององค์กรประกอบไปด้วยข้อมูลสารสนเทศส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางการแพทย์หรือการเงิน บริษัทจึงจำเป็นต้องมีข้อบังคับทั้งในเชิงกฎหมายและจริยธรรมเพื่อให้ข้อมูลปลอดภัยจากอาชญากรรมทางไซเบอร์   ดังนั้น มาตรฐานชุด ISO/IEC 27000  จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถจัดการกับความมั่นคงปลอดภัยของทรัพย์สิน เช่น ข้อมูลทางการเงิน ทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลลูกจ้างหรือข้อมูลที่องค์กรได้ดำเนินไปเพื่อลูกจ้างและ
ได้รับการรับรองจากบุคคลที่สาม เป็นต้น

ISO/IEC 27001 เป็นมาตรฐานที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในกลุ่มมาตรฐานที่เป็นข้อกำหนดสำหรับระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ (Information Security Management System: ISMS) ซึ่งองค์กรต่างๆ สามารถขอรับการรับรองได้ตามความสมัครใจ

สำหรับคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจประเมินบริษัท มาตรฐานดังกล่าวอาจเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน การเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมิน
จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวและใส่ใจในรายละเอียด  ซึ่งมาตรฐาน ISO/IEC 27007 Information technology —Security techniques — Guidelines for information security management systems จะช่วยในเรื่องการตรวจประเมินให้มีความแม่นยำ และยังช่วยให้ทั้งผู้ตรวจประเมินและผู้ได้รับการตรวจประเมินมีแนวทางการเตรียมตัวที่ชัดเจน

มาตรฐานดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) และได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO/IEC 27001: 2013

มาตรฐานนี้เป็นการจัดเตรียมแนวทางการตรวจประเมินระบบการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ซึ่งเป็นปฏิบัติการตรวจประเมินระบบ
ที่มีความสอดคล้องกับ ISO/IEC 27001และความสามารถและการประเมินของผู้ตรวจประเมินระบบ ISMS

นอกจากนี้ มาตรฐานนี้ยังเป็นการเตรียมแนวทางสำหรับการตรวจประเมินข้อกำหนดทั้งหมดที่ระบุใน ISO/IEC 27001 ซึ่งตั้งใจใช้ร่วมกับแนวทางที่อยู่
ในมาตรฐาน ISO 19011: 2011 และเป็นไปตามโครงสร้างมาตรฐานของไอเอสโอ

มาตรฐาน ISO/IEC 27007 เป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจทุกธุรกิจและได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานทุกประเภทรวมทั้งองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก
ผู้สนใจสามารถศึกษามาตรฐานนี้ได้จากห้องสมุดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของไอเอสโอ https://www.iso.org/standard/67398.html

ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2232.html  

เมืองอัจฉริยะเป็นสิ่งที่มีการกล่าวถึงกันมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  และเนื่องจากพื้นที่ในเมืองคาดว่าจะมีประชากรเพิ่มมากขึ้นถึง 70% ภายในปี 2050

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “มาตรฐาน” จะเป็นสิ่งที่ทำให้เมืองมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น  (Standards make cities smarter) หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน ร่วมกับไออีซีหรือคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ และไอทียู หรือสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ กำหนดให้เป็นวาระสำคัญในการเฉลิมฉลองวันมาตรฐานโลกเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2560 ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้
MASCI Innoversity ได้นำเสนอไว้ในบทความเรื่อง “14 ตุลาคม วันมาตรฐานโลก”

สิ่งที่เมืองสมัยใหม่ต้องทำให้สำเร็จเพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของพลเมือง ได้แก่ น้ำใช้ที่เพียงพอ การเข้าถึงน้ำ
ที่สะอาดทั่วโลก ความสามารถในการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ และความรู้สึกของความมั่นคงและปลอดภัย

การสร้างเมืองอัจฉริยะ ไม่ใช่งานที่ง่ายเลย ทุกๆ เมืองมีศูนย์กลางที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายและต้องการการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองแบบองค์รวม มาตรฐานสากลเป็นสิ่งที่จะช่วยได้เนื่องจากประกอบด้วยความรู้ของผู้เชี่ยวชาญและวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดที่เมืองสามารถใช้ในการพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหา
ที่ออกแบบมาสำหรับแต่ละเมืองที่มีการปรับให้เข้ากับความต้องการที่เฉพาะเจาะจง

มาตรฐานสากลมีความสำคัญในการทำให้เชื่อมั่นในคุณภาพและสมรรถนะ หากปราศจากมาตรฐาน เทคโนโลยีที่แตกต่างกันจะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ มาตรฐานเป็นการอำนวยความสะดวกให้สามารถเปรียบเทียบบริการและผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันได้ ซึ่งสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันและนวัตกรรม
เมื่อมาตรฐานมีการทำงานกับระบบร่วมกัน จะทำให้เกิดการผสมผสานของโครงสร้างและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากซัพพลายเออร์ที่แตกต่างกัน

หากไม่มีมาตรฐานระหว่างประเทศ เมืองจะมีความยากลำบากในการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยและสร้างบริการที่สะดวกสบาย มาตรฐานจึงเป็นพื้นฐานสำหรับการเข้าถึงด้านไฟฟ้าและอุปกรณ์อีกหลายอย่างรวมทั้งระบบที่ใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มาตรฐานสากลเป็นตัวช่วยสนับสนุนให้ข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสารสามารถทำการเก็บรวบรวมข้อมูล แลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข้อมูล และดูแลความมั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลได้ นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมแนวทางที่สำคัญในทุกแง่มุมสำหรับชีวิตในเมือง  เช่น อาคารที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งอัจฉริยะ การบริหารจัดการของเสียที่มีการปรับปรุง
ให้ดีขึ้น และชุมชนที่มีความยั่งยืน เป็นต้น

มาตรฐานสากลยังสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแบบผสมผสานและทำให้มีความสะดวกสบายราบรื่นมากขึ้น ด้วยมาตรฐานสากลนี้เอง จะทำให้เราสามารถสร้างเมืองที่มีความเป็นอัจฉริยะมากยิ่งขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

วันมาตรฐานโลกจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาข้อตกลงทางเทคนิควิชาการแบบสมัครใจซึ่งมีการตีพิมพ์เผยแพร่ออกมาเป็นมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วโลกได้นำไปประโยชน์ต่อไป

ที่มา:  https://www.iso.org/news/ref2231.html  

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) โดยผู้อำนวยการสถาบัน (นางพรรณี อังศุสิงห์) ผู้บริหาร และพนักงาน  ร่วมจัดกิจกรรมร้อยดวงใจถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยการประดับดอกดาวเรือง และต้นดอกดาวเรือง ณ บริเวณหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ชั้น 11 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2560

marigold-masci-3

marigold-masci-5

โดยสถาบันฯ ได้มอบต้นกล้าดาวเรืองให้ผู้บริหารและพนักงานนำกลับไปปลูกที่บ้านในช่วงเดือนสิงหาคม 2560 และนำต้นดอกดาวเรืองที่ปลูกมาประดับ
ณ บริเวณหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ อย่างพร้อมเพรียงกัน

marigold-masci-4

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI ได้รับโล่รางวัลระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย ประเภทหน่วยตรวจสอบรับรองด้านสินค้าเกษตรและอาหารดีเด่น ประจาปี 2560 จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)

นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมคณะผู้บริหาร เข้ารับโล่รางวัลหน่วยตรวจสอบรับรองด้านสินค้าเกษตรและอาหารดีเด่น ประจาปี 2560 จาก พลเอกปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา มกอช. ครบรอบ 15 ปี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ซึ่ง มกอช. จัดให้มีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ประจำปี 2560 เพื่อเป็นการยกย่องผลการปฏิบัติงานและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่หน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารทั่วประเทศ

news-9-oct-2017

สรอ. เป็นหน่วยรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1 Conformity assessment – Requirements for bodies providing audit and certification of management systems – Part 1 Requirements จากมกอช. สาขาระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร (HACCP) และสาขาระบบการจัดการสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ (GMP) ครอบคลุมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม และการปศุสัตว์ และได้รับอนุญาตจาก มกอช. เป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม และปศุสัตว์
อาทิ ผลไม้สด ข้าว น้านมดิบ สัตว์น้า ผักและผลไม้ ผักและผลไม้สดตัดแต่งพร้อมบริโภค สินค้าเกษตรแช่เยือกแข็ง

สรอ. ได้ให้บริการตรวจประเมินและรับรองระบบการบริหารจัดการ/ระบบการผลิต ด้านสินค้าเกษตร อาหาร เครื่องดื่ม น้ำบริโภค ผลิตภัณฑ์นม ตามมาตรฐาน อาทิ GMP, HACCP, ISO 22000, GMP (FDA), มกษ., ISO 9001,ISO 14001, มอก. 18001 ภายใต้ขอบข่ายที่ได้รับการรับรองระบบงานจาก มกอช. และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) การได้รับอนุญาตเป็นหน่วยตรวจประเมินและรับรองสถานที่ผลิตอาหารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และการได้รับอนุญาตเป็นหน่วยรับรองโรงงานผลิตสินค้าพืชจากกรมวิชาการเกษตร(กวก.) ฯลฯ

นอกจากนี้ สรอ. ยังให้บริการที่เกี่ยวข้อง อาทิ การตรวจ การฝึกอบรม การพัฒนาบุคลากรวิชาชีพ การพัฒนาหน่วยตรวจสอบรับรอง ข้อมูลและองค์ความรู้ ครอบคลุมภาคการผลิต/การอุตสาหกรรม การเกษตร การค้า และการบริการ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการในการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและสากล

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) จัดพิธีบำเพ็ญกุศล  เพื่อถวายพระราชกุศล ครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ โดยผู้อำนวยการสถาบัน (นางพรรณี อังศุสิงห์) ผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมบำเพ็ญกุศล ถวายชุดสังฆทานและผ้าไตรจีวรแด่พระภิกษุสงฆ์ และบริจาคปัจจัยบำรุงโรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อถวายพระราชกุศล ครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม 2560  เวลา 09.00 น.  ณ พระวิหารโรงพยาบาลสงฆ์  โดยรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์
นายไชยยงค์  อรุณสุริยศักดิ์ และคณะ ให้เกียรติต้อนรับ

r-i-p-king-bhumibol-king-of-thailand-5
r-i-p-king-bhumibol-king-of-thailand-2

โรงงานซ่อมสีถังก๊าซหุงต้มขอนแก่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้จัดพิธีรับมอบใบรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพ Quality Management System ISO 9001:2015 โดยมี นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรบานไอเอสโอ เป็นผู้มอบใบรับรองให้แก่ คุณสมยศ คงประเวช
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์ หน่วยธุรกิจน้ำมัน ในวันที่ 26 กันยายน 2560 ณ ปตท.สำนักงานใหญ่ โดยมีผู้บริหารของสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ปตท. เข้าร่วมงานและแสดงความยินดีสำหรับหน่วยงานแรกของหน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท. ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 Version ใหม่นี้

ptt-iso9001-2015-certified-2

เมื่อวันศุกร์ที่ 1 กันยายน 2560 นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอได้มอบใบรับรองระบบมาตรฐาน 4 ระบบให้กับสายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่

  1. ระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001:20
  2. ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน ISO 14001:2015
  3. ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มาตรฐาน มอก. 18001:2554/BS OHSAS 18001:2007
  4. ระบบการจัดการแบบบูรณาการ มาตรฐาน IMS

โดยผู้ช่วยผู้ว่าการ ผู้บริหาร และพนักงานสายออกบัตรธนาคาร ร่วมพิธีและแสดงความยินดี

bot-certified

 

การสอบเทียบ เป็นการปฏิบัติประจำวันของห้องปฏิบัติการทดสอบ เช่นเดียวกับการทดสอบและการวิเคราะห์ตัวอย่าง กว่า 60,000 แห่งทั่วโลก แล้วเรา
จะทำให้ลูกค้ามั่นใจในผลของมันได้อย่างไร

เป็นเวลานานหลายปีมาแล้วที่มาตรฐาน ISO/IEC 17025 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ (General requirements for the competence of testing and calibration laboratories) ได้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงระดับสากลสำหรับการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะในการส่งมอบผลที่เชื่อถือได้

มาตรฐานสากลนี้ ไอเอสโอและไออีซีได้ร่วมกันตีพิมพ์เผยแพร่ ประกอบด้วยชุดของข้อกำหนดที่สามารถทำให้ห้องปฏิบัติการทดสอบมีการปรับปรุงความสามารถในการดำเนินการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมของห้องปฏิบัติการทดสอบได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่มาตรฐานได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี 2548 (ค.ศ.2005) ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่จะทบทวนมาตรฐานและรวมเอการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญเข้าไปด้วย  สตีฟ ซิดนีย์ หนึ่งในผู้ประสานงานของกลุ่มงานที่ทบทวนมาตรฐานอธิบายว่า นับตั้งแต่ ISO/IEC 17025 ฉบับล่าสุดได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อปี 2548 เป็นต้นมา เงื่อนไขของตลาดก็ได้เปลี่ยนแปลงไปและจำเป็นต้องมีการปรับปรุงมาตรฐานให้ดีขึ้น

แฮริแบร์ท ชอร์น ผู้ประสานงานกลุ่มงานที่เข้าร่วมในระบบโครงการประเมินความสอดคล้องสำหรับอุปกรณ์และองค์ประกอบอิเล็คทรอเทคนิกส์ (System of Conformity Assessment Schemes for Electrotechnical Equipment and Components) ระบุว่าการทบทวนมาตรฐานมีความจำเป็นเพื่อให้ครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค ซึ่งการพัฒนาเชิงเทคนิคและการพัฒนาในเทคนิคด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่อุตสาหกรรมได้ประสบมานับตั้งแต่มาตรฐานฉบับสุดท้าย นอกจากนี้ มาตรฐานนี้ยังได้นำเอามาตรฐาน ISO 9001 ฉบับใหม่ล่าสุดเข้าไปพิจารณาร่วมด้วย

มาตรฐานนี้มีนัยสำคัญเป็นอย่างสูงสำหรับชุมชนการประเมินความสอดคล้องของไออีซีเนื่องจากเป็นการร่างเค้าโครงข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับการทดสอบในโครงการการประเมินความสอดคล้องทั้งหมดและโปรแกรมที่ทำงานภายในระบบการประเมินความสอดคล้องกันของไออีซี ได้แก่ IEC System of Conformity Assessment Schemes for Electrotechnical Equipment and Components (IECEE),  IECEx ซึ่งเป็นระบบการเตรียมความพร้อมด้วยการพิสูจน์ถึงความสอดคล้องกับมาตรฐานไออีซีด้วยความสมัครใจ, International Electrotechnical Commission Quality Assessment System for Electronic Components (IECQ) และ IEC system for Certification to Standards Relating to Equipment for Use in Renewable Energy Applications (IECRE)

การทบทวนได้เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 (ค.ศ.2015) อันเป็นผลมาจากข้อเสนอร่วมระหว่างองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ (International Laboratory Accreditation Cooperation: ILAC) และสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศแอฟริกาใต้ (the South African Bureau of Standards: SABS) ซึ่งเป็นสมาชิกของไอเอสโอและเป็นเจ้าภาพในคณะกรรมการแห่งชาติของไออีซี

ขณะนี้ กระบวนการทบทวนมาตรฐานระหว่างประเทศ ได้มาถึงร่างมาตรฐานสุดท้ายแล้วและจะมีการตีพิมพ์เผยแพร่ต่อไป

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของการทบทวนมาตรฐาน ISO/IEC 17025 มี 6 ประการ ดังต่อไปนี้

  1. แนวทางกระบวนการ (process approach) ซึ่งตรงกับแนวทางของมาตรฐานระบบคุณภาพ ISO 9001, ISO 15189 (คุณภาพของห้องปฏิบัติการทดสอบทางการแพทย์) และ ISO/IEC 17021-1 (ข้อกำหนดสำหรับการตรวจประเมินและหน่วยรับรอง)  มาตรฐานฉบับใหม่เน้นที่ผลของกระบวนการแทนที่จะเน้นในคำอธิบายในรายละเอียดของงานและขั้นตอน
  2. โฟกัสไปที่เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ปัจจุบัน มาตรฐานนี้ยอมรับว่ามีการใข้ระบบคอมพิวเตอร์ บันทึกอิเล็กทรอนิกส์ และการสร้งผลและรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์ ห้องปฏิบัติการยุคใหม่ทำงานกับข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสารเพิ่มขึ้นและกลุ่มงานก็รู้สึกได้ถึงความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาในหัวข้อนี้
  3. มีเรื่องของการคิดบนพื้นฐานของความเสี่ยง และอธิบายไว้อย่างง่ายๆ ด้วยมาตรฐาน ISO 9001 ฉบับใหม่ ปี 2015
  4. มีการใช้คำศัพท์ที่ทันสมัยเพื่อให้ก้าวทันปัจจุบัน บันทึกคุณภาพและคู่มือที่เป็นเอกสารกำลังค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ตัวอย่างนี้รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของคำศัพท์สากลในด้านมาตรวิทยาที่เรียกว่า VIM ( International Vocabulary of Metrology) และความสอดคล้องกับคำศัพท์ของ ISO/IEC ซึ่งเป็นชุดของคำศัพท์และนิยามศัพท์ทีใช้ร่วมกันสำหรับมาตรฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความสอดคล้อง
  5. มีการรับเอาโครงสร้างใหม่ไปใช้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการประเมินความสอดคล้องของไอเอสโอและไออีซีที่มีอยู่แล้ว เช่น ชุดมาตรฐาน ISO/IEC 17000 ด้านการประเมินความสอดคล้อง
  6. ขอบข่าย ซึ่งได้รับการทบทวนให้ครอบคลุมกิจกรรมของห้องปฏิบัติการทั้งหมดรวมทั้งการทดสอบ การสอบเทียบ และการสุ่มตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับผลการทดสอบและการสอบเทียบ

การใช้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 เป็นการอำนวยความสะดวกความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทดสอบและหน่วยงานอื่นๆ นอกจากนี้ ยังช่วยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์และช่วยให้มาตรฐานและขั้นตอนการดำเนินงานมีความสอดคล้องกลมกลืนกันอย่างที่วอร์เรน เมอร์เคล ผู้ประสานงานอีกคนหนึ่งของกลุ่มงานได้กล่าวไว้ว่า มาตรฐานนี้ส่งผลกระทบถึงห้องปฏิบัติการทดสอบในหลายด้าน  มาตรฐานจำเป็นต้องถึงเกณฑ์ของความสามารถในด้านบุคลากร การสอบเทียบ และการบำรุงรักษาอุปกรณ์รวมถึงกระบวนการทั้งหมดที่ใช้ในการสร้างข้อมูล ซึ่งจำเป็นต้องมีห้องปฏิบัติการที่คิดและทำงานในแบบที่ทำให้มั่นใจว่ากระบวนการนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมและข้อมูลนั้นเชื่อถือได้  และผลนั้นยังทำให้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางระหว่างประเทศต่างๆ ด้วย

มาตรฐาน ISO/IEC 17025 ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่างไอเอสโอและไออีซีในคณะกรรมการการประเมินความสอดคล้องที่เรียกว่า CASCO
(Committee on conformity assessment) และมาตรฐานนี้จะใช้แทนฉบับเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งคาดว่ามาตรฐานฉบับที่พัฒนานี้จะแล้วเสร็จ
ภายในปลายปีนี้

ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2212.html

MASCI Innoversity เคยนำเสนอเรื่อง “มาตรฐานการจัดซื้ออย่างยั่งยืน” เมื่อเร็วๆ นี้มาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ผู้จัดซื้อจำนวนไม่น้อยยังคงเผชิญปัญหากับ “การจัดซื้ออย่างยั่งยืน” แม้ว่าผู้บริหารจะประกาศนโยบายให้มีการจัดซื้อจากซัพพลายเออร์ที่คำนึงถึงความยั่งยืนและใช้แนวทางตามมาตรฐาน ISO 20400 แล้วก็ตาม แต่ผู้จัดซื้อก็ยังพบว่ามีความยากลำบากในการหาซัพพลายเออร์ดังกล่าว

ซัพพลายเออร์บางรายมีพันธสัญญาในการปกป้องสิ่งแวดล้อม บางรายก็มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีเลิศสำหรับพนักงาน และรายอื่นๆ ก็เสนอราคาต่ำ แต่ทั้งหมดก็อาจจะไม่สามารถตอบสนองข้อกำหนดขั้นต่ำทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ และผู้จัดซื้อก็มีหน้าที่ต้องซื้อหาสินค้าหรือบริการที่บริษัทจำเป็นต้องใช้ต่อไป

อันที่จริงแล้ว ความสามารถในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการคิดและการปฏิบัติที่ก้าวไปไกลกว่าการคิดเพียงแค่ภายในบริษัทของตนเอง และต้องใช้เวลาในการดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งต้องมีกลยุทธ์ในระยะยาวและมีความเข้มแข็ง รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจะต้องให้ความใส่ใจในเรื่องของความยั่งยืนด้วย

วารสาร Sloan Management Review ได้นำเสนอแนวทางของการจัดซื้ออย่างยั่งยืนในโลกของความเป็นจริงเอาไว้ว่าการจัดซื้อต้องเริ่มต้นด้วยการรับรู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท ความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืนมักจะอยู่ภายใต้กรอบของคำว่า “win-win” ยกตัวอย่างเช่น บริษัทเชื่อว่าเราสามารถทำให้ต้นทุนต่ำได้แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมลงและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานด้วย เป็นต้น

สิ่งนั้นคือเป้าหมายที่เป็นไปได้ แต่ในทางปฏิบัติ บ่อยครั้งมักมีความขัดแย้งระหว่างวัตถุประสงค์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เราอาจจะต้องการประนีประนอมในเรื่องหนึ่งเพื่อให้ได้ประโยชน์ในอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องนี้เป็นจริงได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น รองเท้าไนกี้ได้ออกรองเท้ารุ่นไนกี้ฟลายนิตซึ่งไม่ได้ทำการตัดเย็บเหมือนรองเท้าทั่วไป แต่เป็นการถักทอจากเส้นด้ายเดี่ยว ด้วยเทคโนโลยีการถักทอเช่นนี้หมายถึงการใช้วัสดุที่ลดลง ของเสียที่ลดลง  จึงเป็นการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมพร้อมไปกับการลดค่าใช้จ่ายอันเป็นผลดีในเชิงเศรษฐกิจด้วย แต่ถ้าเทคโนโลยีนี้นำไปสู่การขายรองเท้าในปริมาณมากขึ้นและไปถึงจุดที่ว่ารองเท้าไม่ได้มีการนำไปรีไซเคิลล่ะ ผลกระทบต่อโลกอาจเป็นผลเสียในระยาวมากกว่า เป็นต้น ซึ่งยังมีคำถามต่อไปว่าอะไรคือวัสดุที่เหมาะสมกับรองเท้าฟลายนิต โมเดลรองเท้าในอนาคตเป็นอย่างไร และอะไรคือกระบวนการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้ว

บริษัทส่วนใหญ่มักจะมีความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ชนิดที่เรียกว่าไม่สามารถทิ้งกันได้ ในบางกรณี ทางเลือกที่จะเลือกซัพพลายเออร์รายอื่นอาจจะไม่มีอยู่จริง ดังนั้น จึงอาจจะไม่มีทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนเลย และบริษัทก็มีความต้องการไปถึงจุดที่ว่าไม่จำเป็นต้องเลือกวัตถุประสงค์ด้านหนึ่งเพื่อทดแทนกับวัตถุประสงค์อีกด้านหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจทำได้ง่าย

วารสาร Sloan Management Review จึงได้นำเสนอวิธีการที่บริษัทระดับโลกจัดการในเรื่องการจัดซื้ออย่างยั่งยืนดังต่อไปนี้

  1. พัฒนาการจัดลำดับของการยอมเลือกสิ่งหนึ่งเพื่อทดแทนอีกสิ่งหนึ่ง ถ้าเรายอมรับว่าการเลือกแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ (เทรดออฟ) เราต้องตัดสินใจอย่างเป็นระบบในการระบุและประเมินการจัดลำดับของสิ่งนั้น ซึ่งจะบังคับให้เราต้องบ่งบอกอย่างชัดเจนถึงสิ่งที่เราให้คุณค่ามากที่สุด เช่น การตัดสินใจที่จะนำเอาเหตุผลหลักด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้ซึ่งต้องการให้เกณฑ์ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอยู่เหนือกว่าด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะทำได้ยาก แต่มันจะช่วยให้ขับเคลื่อนไปสู่ความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืนในระยะยาว  ซึ่งการเทรดออฟเป็นทางเลือกที่ทำได้ไม่ง่ายนัก
  2. เน้นถึงวิธีการจัดซื้อในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยน การเน้นในโครงการจัดซื้ออย่างยั่งยืนด้วยความชัดเจนจะทำให้เกิดการจัดหาซัพพลายเออร์ที่มีความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าจะมีความจำเป็นต้องเน้นไปในระยะยาว เราจะต้องปักธงนำให้รู้ว่าองค์กรของเราจะทำอย่างไรบ้างในแต่ละช่วงเวลา การนำไปสู่เป้าหมายระยะกลางจะทำให้รู้ว่าเราจะทำได้ดีขึ้นหรือแย่ลง แต่นี่คือวิธีการ ไม่ใช่เป้าหมาย การจัดซื้ออย่างยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของความพยายามของซัพพลายเออร์ แต่เป็นเรื่องของการเน้นด้านสมรรถนะ
  3. สร้างสมรรถนะของซัพพลายเออร์ การจัดซื้ออย่างยั่งยืนไม่ใช่เป็นเรื่องของการบอกซัพพลายเออร์ว่าพวกเขาขาดอะไร แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทหรือองค์กรของเราควรช่วยให้ซัพพลายเออร์หลักสร้างความเข้มแข็งในสมรรถนะด้านความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืน การร่วมมือระหว่างกันเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างมากในเรื่องที่ไม่ได้สร้างการแข่งขันที่แตกต่างกันและในเรื่องที่บริษัทของเราเองก็ไม่สามารถทำได้ตามลำพัง
    เช่น หลายบริษัทที่ซื้อของจากซัพพลายเออร์รายหนึ่งอาจร่วมมือกันให้ข้อมูลเพื่อทำให้ซัพพลายเออร์นั้นทำงานมีประสิทธิภาพกับผู้ซื้อเหล่านี้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น  Electronic Industry Citizenship Coalition ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2547 (ค.ศ.2004) โดยการรวมตัวกันของกลุ่มบริษัทเล็กๆ ด้านอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมในด้านความยั่งยืนในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
  1. อย่าปล่อยให้มีความสบายใจจนเกินไปหรืออย่าหยุดพอใจในสมรรถนะที่เรามีอยู่ การมองหาซัพพลายเออร์จากผู้นำอุตสาหกรรมที่เป็นที่ยอมรับอาจไม่ใช่วิธีการที่มีความยั่งยืนเท่าใดนัก เราอาจจะเป็นองค์กรที่ดีที่สุดท่ามกลางองค์กรที่แย่ๆ อีกหลายแห่ง จงอย่าพอใจกับสมรรถนะในระดับที่ยอมรับได้เท่านั้น  ในระยะยาวแล้ว ขอให้ยึดเป้าหมายที่กำหนดไว้และมองหาวิธีการที่ดีกว่าในการทำให้บรรลุเป้าหมายแม้ว่าการจัดซื้ออย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ยากในการทำให้ประสบความสำเร็จ

สุดท้ายแล้วความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืนจำเป็นที่บริษัทของเราและซัพพลายเชนจะต้องสร้างเกณฑ์พื้นฐานโดยมีทางเลือกแบบ win-win และ
จะต้องมีการพัฒนาภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ รวมทั้งอย่าลืมจัดลำดับความสำคัญ และโฟกัสไปที่สิ่งที่เร่งด่วนจริงๆ  ขอให้จำไว้ว้าเราไม่จำเป็นต้องเน้นในทุกเรื่องในครั้งเดียวกัน เราจำเป็นต้องมีการปรับปรุงในการจัดซื้อในเรื่องที่เราสามารถทำได้ และแม้ว่าเราจะทำได้ดีขึ้นแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเราได้บรรลุถึงความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืนแล้ว

ด้วยการนำนโยบายการจัดซื้อย่างยั่งยืนไปใช้ บริษัทของเราก็จะก้าวไปอีกขึ้นหนึ่ง เราต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถสร้างบริษัทที่ยั่งยืนได้ถ้าไม่มีซัพพลายเออร์ที่มีความยั่งยืน แต่ขอให้มั่นใจว่าทุกคนเข้าใจว่าเรากำลังเดินทางไปในระยะยาว และไม่มีวิธีการเริ่มต้นใดๆ ที่จะมีความสมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญคือเมื่อเราก้าวไปเราต้องมีการปรับปรุงทุกเมื่อที่เราสามารถทำได้และขอให้รักษามันไว้ให้ดี และนี่คือวิธีการจัดซื้ออย่างยั่งยืนในระยะยาวที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกองค์กร

ที่มา:

  1. http://sloanreview.mit.edu/article/sustainable-procurement-requires-perseverance/
  2. https://www.cips.org/Documents/Resources/Knowledge%20Summary/Sustainable%20Procurement.pdf

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI จัดฝึกอบรมการบริหารความเสี่ยงสำหรับเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐาน ISO 14971 Application of Risk Management to Medical Devices เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2560  รวม 33 คน  เพื่อต่อยอดการพัฒนาผู้ตรวจประเมินและบุคลากรที่เกี่ยวข้องของสถาบันฯ หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยรับรองเครือข่าย ด้านการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ (ISO 13485)  และระบบคุณภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องมือแพทย์ (Thai GMP, Medical Devices) ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-Curve) โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs

ระบบบริหารงานคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ (ISO 13485)  กำหนดให้องค์กร/ผู้ประกอบการต้องมีกระบวนการในการบริหารความเสี่ยงในการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์/การบริการ ตั้งแต่กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า การออกแบบและการพัฒนา การจัดซื้อ และการเตรียมการผลิต/การบริการ โดยสามารถประยุกต์ใช้การบริหารความเสี่ยงสำหรับเครื่องมือแพทย์ตาม ISO 14971

การบริหารความเสี่ยงสำหรับเครื่องมือแพทย์ (ISO 14971) เป็นมาตรฐานที่กำหนดกระบวนการสำหรับผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ ครอบคลุมการวิเคราะห์ความเสี่ยงรวมทั้งการชี้บ่งอันตราย การประเมินผลความเสี่ยง การควบคุมความเสี่ยง การประเมินผลการยอมรับความเสี่ยงที่ยังเหลืออยู่ในภาพรวม รายงานการบริหารความเสี่ยง และข้อมูลสารสนเทศในการผลิตและหลังการผลิต ตลอดวัฏจักรชีวิตของเครื่องมือแพทย์

การได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ (ISO 13485) โดยมีการประยุกต์ใช้การบริหารความเสี่ยงสำหรับเครื่องมือแพทย์
(ISO 14971)  เป็นการสร้างความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและไม่สามารถต่อรองได้ และแสดงถึงกระบวนการบริหารจัดการขององค์กร/ผู้ประกอบการตามข้อกำหนดของลูกค้าและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

สรอ. ได้เปิดให้บริการตรวจประเมินและรับรองตามมาตรฐาน ISO 13485 การบริการฝึกอบรมสำหรับผู้ตรวจประเมินและผู้เกี่ยวข้อง และบริการที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นปี 2560 เป็นต้นมา