บุคลากรสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ร่วมกิจกรรม “ร้อยดวงใจเป็นดอกไม้ถวายเพื่อพ่อ” กับกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจัดให้ข้าราชการ
เจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ และสถาบันเครือข่าย ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 9,999 ดอก
![]() |
![]() |
ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (นางพรรณี อังศุสิงห์) ผู้บริหาร และพนักงานได้ร่วมใจกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ “ดอกดารารัตน์” หรือ “แดฟโฟดิล” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความหมายถึงความหวัง และเกียรติยศ ระหว่างวันที่ 14 – 23 มิถุนายน 2560 ส่งมอบให้กระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน
1,226 ดอก
![]() |
![]() |
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI ได้จัดฝึกอบรมหลักสูตร “บุคลากรระบบบริหารงานคุณภาพระดับบริหาร (ISO 9001:2015 for Executive / Manager)” ภายใต้โครงการ MASCI Academy, Phase I โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรระบบบริหารงานคุณภาพระดับบริหารของสถานประกอบการ โดยเฉพาะสถานประกอบการ SMEs และสถานประกอบการในกลุ่ม S-Curve และ New S-Curve ตามนโยบายของรัฐบาล มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ และ/หรือ Health, Wellness & Bio-Med.
การฝึกอบรมดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 โดยมีบุคลากรระดับบริหารของสถานประกอบการขนาดใหญ่ รวมทั้งสถานประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เข้าร่วมฝึกอบรมรวม 77 คน
การพัฒนาบุคลากรวิชาชีพระดับบริหาร (Executive) ของสถานประกอบการในครั้งนี้นับเป็นกิจกรรมหลักของโครงการ MASCI Academy, Phase I ที่มี วัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ในกลุ่มเป้าหมาย ด้านมาตรฐานการบริหารจัดการให้เกิดความเข้าใจในการนำมาตรฐานระบบการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากลไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์ของมาตรฐานระบบการบริหารจัดการเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
สอบถามเพิ่มเติม :
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
คุณอุษาศิริ สิริสุขะ , คุณอลิชา กองไตร
โทรศัพท์ 0-2 617-1727 ต่อ 109, 102
โทรสาร 0-2 617-1703
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเสวนา เรื่อง “การรับรองระบบงานและมาตรวิทยาเพื่อการก่อสร้าง สิ่งแวดล้อม และการคมนาคม” และร่วมจัดนิทรรศการ เนื่องในวันรับรองระบบงานโลกและวันมาตรวิทยาโลก เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม
อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี
องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงาน (International Accreditation Forum: IAF) และองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการประสานงานการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ (International Laboratory Accreditation Cooperation: ILAC) ได้มีมติร่วมกันกำหนดให้วันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปีเป็น “วันการรับรองระบบงานโลก (World Accreditation Day)” ตั้งแต่ปี 2551 เพื่อส่งเสริมให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของการ
ตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน และขอความร่วมมือประเทศสมาชิกให้รณรงค์ส่งเสริมกิจกรรมด้านการรับรองระบบงานในวันดังกล่าวในหัวข้อการรณรงค์
และส่งเสริมที่ IAF/ILAC กำหนดขึ้นในแต่ละปี
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงการยอมรับร่วมของ IAF และ ILAC ส่งผลให้การรับรองระบบงานหน่วยรับรอง หน่วยตรวจ และห้องปฏิบัติการของประเทศไทยเป็นที่เชื่อถือและยอมรับจากประเทศสมาชิก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบการรับรองของประเทศไทยโดยรวม และเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาทำความตกลงให้มีการยอมรับร่วม (Mutual Recognition Agreement: MRA) กับประเทศคู่ค้า รวมถึงการทำ FTA กับต่างประเทศและเป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของสินค้าและบริการของไทยในตลาดโลก โดยในปี 2560 ได้ร่วมกับสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ จัดสัมมนาเชิงวิชาการและนิทรรศการเนื่องในโอกาสวันรับรองระบบโลกและวันมาตรวิทยาโลก ประจำปี 2560 โดยมีหัวข้อรณรงค์และส่งเสริม คือ “สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง ก่อสร้างมั่นใจ ปลอดภัยคมนาคม ด้วยการรับรองระบบงาน และมาตรวิทยา” และได้เชิญนางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ในฐานะหน่วยตรวจสอบรับรอง เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เรื่อง “การรับรองระบบงานและมาตรวิทยาเพื่อการก่อสร้าง สิ่งแวดล้อม และการคมนาคม” และเชิญ สรอ.เข้าร่วมจัดนิทรรศการด้วย
การสัมมนาทางวิชาการและการจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการรณรงค์กิจกรรมการตรวจสอบรับรองรวมทั้งการรับรองระบบงาน และมาตรวิทยา เนื่องในโอกาสวันรับรองระบบงานโลกและวันมาตรวิทยาโลกแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้หน่วยรับรอง หน่วยตรวจ ห้องปฏิบัติการ หน่วยงานเจ้าของกฎระเบียบ และผู้ประกอบการตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของการดำเนินงานการตรวจสอบรับรองรวมทั้งการรับรองระบบงาน และมาตรวิทยาแห่งชาติ และทราบถึงประโยชน์จากผลของการตรวจสอบรับรองของหน่วยตรวจสอบรับรองภายใต้การรับรองระบบงาน โดยเฉพาะในเรื่องการก่อสร้าง
สิ่งแวดล้อม และการคมนาคม รวมถึงศักยภาพในการดำเนินการรับรองระบบงานของไทย
การจัดซื้อที่ยั่งยืนสามารถสามารถช่วยพัฒนาความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และธุรกิจได้ และมาตรฐานสากลของไอเอสโอ “ISO 20400 การจัดซื้ออย่างยั่งยืน” เพิ่งได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินการจัดซื้อโดยการคำนึงถึงความยั่งยืนอันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ
การจัดซื้อมีบทบาทสำคัญยิ่งในทุกองค์กรไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก องค์กรที่ได้รับการสั่งซื้อสินค้านั้นจะเป็นผู้ที่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะการทำงานของลูกค้ารวมทั้งสินค้าที่สั่งซื้อนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อลูกค้าด้วยเช่นกัน การทำให้มั่นใจว่าซัพพลายเออร์มีวิธีปฏิบัติที่ดีและมีจริยธรรมนั้นเกี่ยวข้องกับทุกๆ เรื่องนับตั้งแต่เงื่อนไขในการทำงาน การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่จะทำให้ธุรกิจดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนที่อยู่รอบข้างด้วย
การจัดซื้ออย่างยั่งยืนส่งผลต่อการตัดสินใจในการซื้อซึ่งตอบสนองต่อความต้องการขององค์กรในแบบที่องค์กรให้ประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งครอบคลุมถึงการทำให้มั่นใจว่าซัพพลายเออร์ของบริษัทมีการปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม
ส่วนผลิตภัณฑ์และบริการที่ซื้อนั้นก็จะมีความยั่งยืนและการตัดสินใจซื้อนั้นจะส่งผลดีต่อประเด็นต่างๆ ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
ISO 20400 : 2017 แนวทางการจัดซื้อที่คำนึงถึงความยั่งยืน (Sustainable procurement – Guidance) เป็นมาตรฐานสากลฉบับแรกที่เป็นมาตรฐานด้านการจัดซื้อซึ่งมีเป้าหมายในการช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาและนำนโยบายและวิธีปฏิบัติด้านการจัดซื้ออย่างยั่งยืนไปใช้งาน
ชาคส์ ชแรมม์ ประธานคณะกรรมการวิชาการ ISO/PC 277 ที่พัฒนามาตรฐานดังกล่าวบอกว่าประโยชน์ของการจัดซื้ออย่างยั่งยืนนั้นมีผลที่ยาวไกลกว่าที่คิด ธุรกิจปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่คิดว่าซื้อของจากซัพพลายเออร์แล้วก็แล้วกัน ไม่ต้องมีคำถามอะไรอีก แต่อันที่จริงแล้ว ธุรกิจสามารถได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากจากการที่ได้รู้จักซัพพลายเออร์ การมีความเข้าใจในข้อกำหนดที่ต้องการเป็นอย่างดี เพื่อทำให้มั่นใจในความต้องการอย่างแท้จริงและซัพพลายเออร์ที่ธุรกิจติดต่อด้วยนั้นมีวิธีปฏิบัติที่ดีและมีจริยธรรม
ความเสี่ยงของความไม่รู้และไม่มีการบริหารจัดการตลอดทั้งห่วงโซ่นั้นจะทำให้เกิดปัญหาเป็นอย่างมาก อย่างโชคดีที่สุด ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพจะส่งผลให้สต๊อกสินค้าเสียหาย อย่างโชคร้ายที่สุด ก็อาจเกิดความสูญเสียตามมาอย่างมากมาย เช่นที่เคยเกิดขึ้นในโรงงานแห่งหนึ่งในประเทศบังคลาเทศเมื่อปี 2556 (ค.ศ.2013) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่าพันคนและบาดเจ็บอีกหลายพันคน ดังนั้น การจัดซื้ออย่างยั่งยืนจะช่วยให้ลดความเสี่ยงเหล่านั้นลงได้ด้วยการกระตุ้นให้ผู้ซื้อและซัพพลายเออร์ทำงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีตามความต้องการ
ISO 20400 : 2017 ให้แนวทางสำหรับการนำเอาความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืนไปใช้กับนโยบาย กลยุทธ์ และกระบวนการการจัดซื้อขององค์กร โดยระบุหลักการสำหรับการจัดซื้ออย่างยั่งยืน เช่น ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส การเคารพต่อสิทธิมนุษย์และพฤติกรรมด้านจริยธรรม
ผู้สนใจมาตรฐาน ISO 20400 : 2017 สามารถศึกษาได้จากห้องสมุดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา :
ภาคเกษตรกรรมถูกท้าทายเป็นอย่างมากในการที่จะต้องเลี้ยงดูผู้คนทั่วโลกเป็นจำนวนมากในอนาคต ซึ่งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทำนายว่าจะมีประชากรโลกเพิ่มขึ้นราว 9.6 พันล้านคนภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) และแนวทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือ “ฟาร์มอัจฉริยะ” นั่นเอง
ไอเอสโอได้กล่าวถึงเทคนิคการทำฟาร์มด้วยเทคโนโลยีระดับสูงและเทคโนโลยีที่สามาถปรับปรุงการผลิตและผลผลิตโดยที่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรด้วย ซึ่งผู้นำขององค์การสหประชาชาติและบุคลากรที่เป็นมืออาชีพด้านมาตรฐานจากทั่วโลก ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฟาร์มอัจฉริยะ การผลิตโกโก้ การผลิตผลิตภัณฑ์นมที่เปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่า เป็นต้น
ดร.ฟรังซัว โคลิเยร์ ซึ่งเป็นผู้นำของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลรับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของไอเอสโอในคณะกรรมการวิชาการ ISO/IEC JTC1 (คณะกรรมการวิชาการร่วม)และทำงานด้านนี้มานานนับปีแล้วได้กล่าวว่าตอนนี้ข้อจำกัดของการปฏิวัติสีเขียวได้มาถึงสังคมโลกในศตวรรษที่ 20 แล้ว โลกเราจำเป็นต้องค้นหาหนทางเพื่อทำให้ประชากรโลกมีวิถีชีวิตที่มีความยั่งยืน และแนวทางประการหนึ่งที่จะทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือ การผลิตอาหารโดยคำนึงถึงซัพพลายเชนและการดูแลเรื่องการกำจัดของเสียซึ่งต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตัวอย่างของมาตรฐานที่ไอเอสโอกำลังพัฒนาอยู่ในคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 23, Tractors and machinery for agriculture and forestry และคณะอนุกรรมการ Subcommittee SC 19, Agricultural electronics และ คณะอนุกรรมการ ISO/IEC JTC1 SC 41, IoT and related technology เป็นต้น
ไอเอสโอถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมที่มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ ซึ่งบริษัทเป็นจำนวนมากได้ช่วยสร้างการเจริญเติบโตให้สูงขึ้น สามารถสร้างความได้เปรียบในการทำการเกษตรด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้รวมทั้ง IoT
นอกจากนี้ สมาชิกของไอเอสโอยังมีศักยภาพเป็นอย่างมากที่จะส่งเสริมประโยชน์ในภาคเกษตรกรรม เช่น ชาร์ลส์ ผู้บริหารของสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศเคนยา (Kenya Bureau of Standards: KEBS) กล่าวว่าท่ามกลางความพยายามในการสร้างสมดุลต่อบทบาทของเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายของเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมนั้น มาตรฐานเป็นสิ่งที่ภาคเกษตรกรรมจำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง มาตรฐานเหล่านี้จะให้แนวทางเพื่อนำไปใช้เป็นวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เครื่องจักร และกระบวนการที่เกี่ยวข้องในซัพพลายเชน เช่นเดียวกับหนทางสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน
คำถามที่ว่าภาคเกษตรกรรมจะเป็นอย่างไรภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) นั้น “ฟาร์มอัจฉริยะ” จะเป็นหนึ่งในคำตอบที่ช่วยหล่อเลี้ยงประชากรโลกโดยไอเอสโอได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งการสร้างปรากฏการณ์ในการพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำฟาร์มอัจฉริยะนั่นเอง
ที่มา: https://www.iso.org/news/Ref2182.htm
การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานข้อกำหนดทั่วไปสำหรับหน่วยรับรองบุคลากร ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17024” รุ่นที่ 2 ประจำปี 2560

ในวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง Gemini ชั้น 3 โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการพัฒนาองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพเข้าสู่มาตรฐานสากล (ISO/IEC 17024) ประจำปีงบประมาณ 2560 ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และดำเนินโครงการโดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ซึ่งการอบรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมอบรมเป็นอย่างมาก
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI จัดฝึกอบรมหลักสูตรวิทยากร (Trainer) และผู้ตรวจประเมิน (Auditor) ด้านมาตรฐานการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาบุคลากรวิชาชีพในการให้บริการเพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศในการพัฒนาบุคลากรของสถานประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs และผู้ประกอบการกลุ่ม S-Curve และ New S-Curve ตามนโยบายของรัฐบาล มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ และ/หรือ Health, Wellness & Bio-Med.
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ได้ดำเนินโครงการ MASCI Academy, Phase I โดยมีการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม และกลุ่มนักวิชาการและผู้เกษียณอายุจากภาคอุตสาหกรรม ในพิธีเปิดตัวโครงการ MASCI Academy เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560
สรอ. ได้จัดฝึกอบรมภาคทฤษฎีใน 2 หลักสูตร คือ
โดยผู้ผ่านหลักสูตรวิทยากร (Trainer) ตามเกณฑ์กำหนด และผู้ผ่านหลักสูตรผู้ตรวจประเมิน (Auditor) ตามเกณฑ์กำหนด จะเข้าฝึกปฏิบัติเป็นวิทยากรและผู้ตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการในห่วงโซ่อุปทานขององค์กรที่สังกัดหรือองค์กรเครือข่าย ในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2560 ซึ่งผู้เข้ารับการ
ฝึกอบรมจะต้องผ่านเกณฑ์กำหนดทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จึงจะถือว่าจบหลักสูตร
การพัฒนาวิทยากร (Trainer) และผู้ตรวจประเมิน (Auditor) ด้านมาตรฐานการบริหารจัดการเพื่อขยายผลสู่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของประเทศ โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคการศึกษา นับเป็นการสร้างตัวคูณ (Multiplier) ของผู้ให้บริการที่มีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรฐานการบริหารจัดการ เพียงพอที่จะรองรับการเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรม และพัฒนาผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ในกลุ่มเป้าหมายให้มีความสามารถในการแข่งขันได้ในตลาดโลก
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) จัดการสัมมนา ISO 9001: 2015 & ISO 13485: 2016” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2560 ณ ห้องประกายเพชร ชั้น 2 โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ โดยทีมวิทยากรผู้ตรวจประเมินของสถาบันฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้องค์กรได้รับความรู้และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน ISO 9001: 2015 ระบบบริหารงานคุณภาพ และ ISO 22301 ระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System: BCMS)
ทั้งนี้ องค์กรสามารถนำมาตรฐาน ISO 9001: 2015 ไปใช้เพื่อปรับปรุงสมรรถนะองค์กร และมาตรฐาน ISO 22301 ไปใช้เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยคุกคามต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) จัดการสัมมนา ISO 9001: 2015 & ISO 13485: 2016” เมื่อวันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องกิ่งทอง ชั้น 2 โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ โดยโดยทีมวิทยากรผู้ตรวจประเมินของสถาบันฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้องค์กรได้รับความรู้และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน ISO 9001: 2015 ระบบบริหารงานคุณภาพ และมาตรฐาน ISO 13485: 2016 ระบบบริหารงานคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์
ทั้งนี้ องค์กรทั่วไปสามารถนำมาตรฐาน ISO 9001: 2015 ไปใช้เพื่อปรับปรุงสมรรถนะองค์กร และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์สามารถนำมาตรฐาน ISO 13485: 2016 ไปใช้ตลอดวัฏจักรชีวิตของเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้มีระบบบริหารงานคุณภาพที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
ปัจจุบัน สังคมผู้สูงวัยเริ่มปรากฏอย่างเห็นได้ชัดในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศญี่ปุ่น และยุโรป ซึ่งหุ่นยนต์ได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือผู้สูงวัยเป็นอย่างมาก เช่น การพาผู้สูงวัยออกไปเดินเล่นหรือช็อปปิ้ง นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังสามารถจดจำอารมณ์ของผู้สูงวัย และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าหุ่นยนต์ผู้ช่วยเหลือดูแลนี้จะยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และแพทย์ต่างก็ทำนายว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์และคอมพิวเตอร์ชั้นสูงจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้และสามารถช่วยเหลือผู้สูงวัยได้อย่างเต็มรูปแบบ
ในประเทศญี่ปุ่น ช่วงชีวิตของคนยืนยาวขึ้นในขณะที่อัตราการเกิดลดลง ทำให้มีคนในวัยทำงานลดลงและมีความต้องการผู้ดูแลผู้สูงวัยมากขึ้น และเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ประเทศญี่ปุ่นจึงหันมาใช้สิ่งที่มีความถนัดมากที่สุด ซึ่งก็คือเทคโนโลยี ในยุโรปก็เช่นเดียวกัน สหภาพยุโรปเริ่มลงทุนในการวิจัยเพื่อผู้สูงวัย
โรมีโอเป็นหุ่นยนต์ที่หน้าตาคล้ายมนุษย์ มีความสูง 140 เซนติเมตร ได้รับการออกแบบมาเพื่อสำรวจงานวิจัยเพื่อใช้ช่วยเหลือผู้สูงวัยและคนที่สูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตของตนเอง
จอร์จ ดิแอส จากมหาวิทยาลัยโคอิมบรา ประเทศโปรตุเกส กล่าวว่าการศึกษาของทางยุโรปแสดงให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายด้านการดูแลผู้สูงวัยในระดับประเทศและในยุโรปเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สหภาพยุโรปจึงมุ่งมั่นที่จะกระตุ้นให้เกิดความสามารถในการดำเนินการอย่างยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย จอร์จ ดิแอส ช่วยงานในโครงการที่ได้รับทุนจากสหภาพยุโรปที่มีชื่อว่า GrowMeUp ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้ช่วยดูแลผู้สูงวัยให้มีสุขภาพดีและมีความตื่นตัว วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือ ระบบหุ่นยนต์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการดูแลรักษาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านได้มากกว่าที่จะต้องอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงวัย
ส่วนอีกโครงการหนึ่งที่ชื่อว่า Robot-Era ก็ได้พยายามที่จะทดสอบประสิทธิผลและการยอมรับในบริการหุ่นยนต์เพื่อผู้สูงวัย ซึ่งผู้สูงวัยจำนวน 160 คนในอิตาลีและสวีเดนได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนำร่องเป็นเวลา 4 ปีซึ่งหุ่นยุนต์ได้พาพวกเขาไปซื้อของ ช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน เช่น พาไปทิ้งขยะ ช่วยเปิด-ปิดประตู และดูแลความปลอดภัยต่างๆ อย่างระวังเรื่องแก๊สรั่ว เป็นต้น
ผู้สูงวัยรายหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการกล่าวว่าหุ่นยนต์ที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือนั้นทำให้กิจกรรมในชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบาย การมีชีวิตอยู่คนเดียวโดยมีหุ่นยนต์ช่วยเหลือในบ้านนั้น ทำให้รู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายมากขึ้น
โรดอล์ฟ เจลิน ผู้อำนวยการของศูนย์นวัตกรรมวิจัยของบริษัทที่ผลิตหุ่นยนต์โรมีโอกล่าวว่า หุ่นยนต์ตัวหนึ่งสามารถช่วยเหลือคนได้ใน 3 ด้าน คือ ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจว่าปลอดภัยเมื่ออยู่ที่บ้าน ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้ความช่วยเหลือได้ และทำงานที่ต้องทำในชีวิตประจำวันเมื่ออยู่ในบ้าน
ความได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งของการมีหุ่นยนที่ใช้ชีวิตร่วมกับผู้สูงวัยก็คือ หุ่นยนต์สามารถรู้จักลักษณะนิสัยของผู้สูงวัย เช่น จำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการนอน เวลาที่ใช้ในการรับประทานอาหาร ซึ่งมันจะสามารถติดตาม ดูแลและป้องกันปัญหาโดยสามารถรายงานให้ผู้ดูแลและครอบครัวของผู้สูงวัยทราบข้อมูลเหล่านั้นได้ เครือข่ายการดูแลเสมือนจริงจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์เชิงสังคมและทำให้การดูแลมีความสะดวกมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งกับผู้สูงวัยเองและครอบครัวของพวกเขาซึ่งใช้เวลาน้อยลงในการดูแลผู้สูงวัยด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Iron Hand ซึ่งกำลังพัฒนาและทดสอบถุงมือหุ่นยนต์เพื่อใช้หยิบจับสำหรับผู้สูงวัยที่สูญเสียความสามารถในการใช้มือในชีวิตประจำวันอย่างการหยิบขวดน้ำหรือการเตรียมอาหาร ซึ่งบริษัท โฮโคม่า เป็นหนึ่งในบริษัทที่เกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าวที่ร่วมบุกเบิกพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อการบำบัดให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวร่างกายหรืออวัยวะได้ดีขึ้น
มีคำถามว่าการใช้อุปกรณ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้สูงวัยนั้นจะทำให้พวกเขารู้สึกแปลกแยกหรือไม่ โรดอล์ฟ เจลิน กล่าวว่า ตรงกันข้ามเลย ในบ้านที่มีผู้เกษียณอายุนั้น หุ่นยนต์ได้กลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจและทำให้ผู้สูงวัยมารวมตัวเพื่อพูดคุยกัน หุ่นยนต์เหล่านั้นทำให้มีการเชื่อมโยงกันทางสังคม เช่น ทำให้ปู่ย่าตายายมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับลูกหลานมากขึ้น และทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกดีกว่าการใช้ไม้เท้าหรือเก้าอี้รถเข็น เป็นต้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ยอมรับว่าพยาบาลที่เป็นมนุษย์หรือสมาชิกในครอบครัวนั้นดีกว่าแต่ในสังคมเช่นนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะจ้างพยาบาลหรือขอให้สมาชิกในครอบครัวมาดูแลผู้สูงวัย ดังนั้น การมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยเหลือจึงเป็นทางออกที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่าปล่อยให้ผู้สูงวัยอยู่ที่บ้านคนเดียว
ในประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญมากเพราะวาระสำคัญที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์ก็คือ การเข้าไปเป็นเพื่อนที่ช่วยดูแล ซึ่ง Hasbro บริษัทของเล่นและบอร์ดเกมข้ามชาติของอเมริกาได้พัฒนาแมวหุ่นยนต์โดยมีเป้าหมายเฉพาะคือผู้สูงวัยเพื่อช่วยเติมเต็มความรู้สึกที่ว่างเปล่า หุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่คล้ายกันและมีความคล้ายคลึงมนุษย์ของ SoftBank ก็สามารถจดจำและตอบสนองในเรื่องอารมณ์ได้ ซึ่งได้มีการใช้ในบ้านของผู้เกษียณอายุจำนวนหนึ่งในยุโรปเพื่อใช้ในการส่งข่าวสารและให้ความบันเทิงแก่ผู้เกษียณอายุ
หุ่นยนต์ยังช่วยในเรื่องของแรงงานที่กำลังมีแนวโน้มจะขาดแคลน เช่นที่สนามบินฮาเนดะที่โตเกียวก็มีการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ไซเบอร์ดีนของญี่ปุ่นเพื่อช่วยในเรื่องการทำงาน ของพนักงานที่ต้องใช้ร่างกายส่วนล่างเคลื่อนไหวโดยติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นส่วนของหุ่นยนต์เข้าไปด้วย (เช่น ยกของหนักๆ อย่างกระเป๋า)
เทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ไอเอสโอให้ความสำคัญในการพัฒนามาตรฐานหุ่นยนต์ให้มีคุณภาพและความปลอดภัย โดยพัฒนามาตรฐาน ISO 13482 ขึ้นมาซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น โปรดติดตามในตอนต่อไปซึ่งเป็นตอนจบค่ะ