เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2559 EU ได้ประกาศข้อเสนอเกี่ยวกับการควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ (Heavy Duty Vehicles – HDV) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ European Strategy for Low-Emission Mobility ตามเป้าหมายของ EU ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคการคมนาคมขนส่งลง 60% ภายในปี 2050 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 1990
รถยนต์ HDV คือ ยานพาหนะที่มีขนาดตั้งแต่ 3.5 ตัน หรือรถโดยสารมากกว่า 8 ที่นั่ง เช่น รถบรรทุก และรถประจำทาง เป็นต้น
ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 4 ประการ ได้แก่ 1. การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการคมนาคม 2. การส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก 3. การส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานสะอาด (Zero-emission vehicle) 4. นโยบายส่งเสริมการคมนาคมที่มีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (low emissions mobility) โดยข้อเสนอเกี่ยวกับการควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับรถยนต์ HDV อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 ซึ่งประกอบด้วยข้อเสนอ 4 ข้อ ประกอบด้วย
1. ข้อเสนอเกี่ยวกับขั้นตอนการขอใบรับรองการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับรถยนต์ HDV
2. ข้อเสนอเกี่ยวกับระบบการติดตามและรายงานข้อมูลของรถยนต์ HDV ที่ได้รับการรับรอง
3. ข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง (fuel efficiency standards)
4. การทบทวนเพื่อปรับปรุงข้อบังคับ Directive 2009/33 on Promotion of clean and energy-efficient road transport vehicles
ทีมงาน thaieurope.net ได้สอบถามนาย Dimitrios Savvidis ผู้เชี่ยวชาญนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) เกี่ยวกับความคืบหน้าของข้อเสนอดังกล่าว และได้รับคำตอบว่า คณะกรรมาธิการยุโรปมีแผนจะออกข้อเสนอภายในปี 2559 โดยข้อเสนอดังกล่าวจะถูกผนวกรวมอยู่ในกรอบข้อบังคับ EU Directive 2007/46/EC (Framework Directive) หรือที่รู้จักในชื่อ Framework Directive on the type-approval of motor vehicles ดังนั้น รถยนต์ HDV ที่มีแผนวางจำหน่ายหลังจากที่กฎระเบียบฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะต้องได้รับการรับรองการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ตลอดจนการรายงานและติดตามรถยนต์ HDV ที่ได้รับการรับรอง เพิ่มเติมจากมาตรฐาน Euro VI (Commission Regulation (EU) 582/2011 implements and amends Regulation (EC) No 595/2009 with respect to emissions from heavy duty vehicles) ที่ครอบคลุมเพียงก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NO และ NO2) คาร์บอนมอนน็อกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอนต่างๆ เท่านั้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีสถิติการส่งออกรถยนต์ HDV ไปยัง EU ภายใต้พิกัด HS Code 8702 (Motor Vehicles for the transport of ten or more persons, including driver) HS Code 8704 (Motor Vehicles for the transport of goods) HS Code 8709 (Works trucks) และ HS Code 8716 (Trailers and semi-trailers) รวมมูลค่าถึง 21,231,715,754 บาท ในปี 2558
ที่มา :
วันที่ 28 เมษายน เป็นวันอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของโลก (World Day for Safety and Health at Work) ในปีนี้ องค์การแรงงานโลก (International Labour Organization: ILO) กล่าวถึงเรื่องความเครียดในที่ทำงานว่าเป็นความท้าทายที่สะสมมานานและเป็น หัวข้อที่ ILO ให้ความสนใจรวมทั้งผลกระทบของความเครียดอันแนวโน้มของโลกที่เห็นได้ชัดใน ปัจจุบัน
โลกทุกวันนี้ ผู้ใช้แรงงานหรือผู้ที่ปฏิบัติงานในองค์กรต่างๆ มีการเผชิญหน้ากับความเครียดในการตอบสนองกับชีวิตการทำงานสมัยใหม่ ความเสี่ยงทางกาย เช่น การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ความคาดหวังที่สูงขึ้นจากสมรรถนะการทำงานและชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน เป็นต้น ล้วนทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่มีความเครียด เป็นต้น
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่ามีความสนใจในผลกระทบของความเสี่ยงทางกายและความเครียดที่เกี่ยวข้องกับ การทำงานมากขึ้นในหมู่นักวิจัย ผู้ปฏิบัติงานและผู้กำหนดนโยบาย รวมทั้งอาชีพอื่นๆ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานทั้งในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้วในบริบทอันซับ ซ้อนดังกล่าว สถานที่ทำงานเป็นแหล่งที่มีความสำคัญในแง่ของความเสี่ยงทางกายและสถานที่ อื่นๆ ซึ่งอันที่จริงแล้ว เราสามารถปกป้องสุขภาพและสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานได้
ยกตัวอย่างที่ประเทศจีน วารสารข่าว ILO ได้ไปติดตามการทำงานของพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่งในเสิ่นเจิ้น ซึ่งมีวิศวกร คนหนึ่งกำลังตรวจสอบที่จุดปฏิบัติงานและกำลังมีการผลิตชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์และประเมินสภาพความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน ก่อนที่จะมีการตรวจสอบในลักษณะนี้ ผู้ปฏิบัติงานคนนั้นมีการทำงานที่เกินชั่วโมงทำงานปกติ หลังจากจัดให้มีการตรวจสอบแล้ว ปัญหาการทำงานเกินชั่วโมงจึงได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ ยังมีการดูแลในเรื่องความปลอดภัยและการยศาสตร์ด้วย (Ergonomics เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพการทำงานที่สัมพันธ์ระหว่งผู้ปฏิบัติงานกับ สิ่งแวดล้อม เช่น สถานที่ทำงานและการออกแบบการทำงาน เพื่อช่วยป้องกันปัญหาด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน) ปัจจุบัน อุตสาหกรรมในประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสนใจทั้งสองประเด็นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นใน ที่ทำงาน
ไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานช่วยในเรื่องดังกล่าว ได้ อันที่จริงแล้ว มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถป้องกันและจัดการกับความเครียดดังกล่าวได้
มาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของไอเอสโอที่กำลังจะมา นั้นสามารถช่วยให้องค์กรปรับปรุงสุขภาพและสวัสดิการของพนักงานรวมทั้งลดความ เครียดในที่ทำงานด้วยการนำเอามาตรฐานระบบการจัดการดังกล่าวไปใช้งาน
มาตรฐานนี้ระบุถึงอันตรายและความเสี่ยงรวมทั้งการจัดการด้วย นอกจากนี้ ยังมีการนำมาตรการที่จะทำให้ลูกจ้างมั่นใจ ว่าจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไปและได้รับคำแนะนำที่เพียงพอรวมทั้งกระบวนการที่ ชัดเจนในการสื่อสารและการให้ คำปรึกษาระหว่างผู้บริหารและพนักงาน
ที่มา:
1. http://www.iso.org/iso/home/news_index/news_archive/news.htm?refid=Ref2071
2. http://www.ilo.org/safework/events/safeday/lang–en/index.htm
นายวีระชัย ศรีขจร ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพมอบโล่เกียรติคุณแก่ 15 องค์กรต้นแบบที่ยกระดับเข้าสู่มาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 ในการเป็นองค์กรทดสอบและรับรองสมรรถนะของบุคคล เมื่อ 28 กรกฎาคม 2559 โดยมี ดร.สุทธิเวช ต.แสงจันทร์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ดร.ณัชนพงศ์ วชิรวงศ์บุรี รองอธิบดีและ ดร.จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฎิบัติการ น.ส. วรชนาธิป จันทนู ผู้อำนวยการสำนักรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ และ นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี
ทั้งนี้ องค์กรต้นแบบทั้ง 15 แห่ง ได้แก่ สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย, อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันไทย-เยอรมัน, ศูนย์รับรองสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, วิทยาลัยดุสิตธานี, สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย, โรงเรียนเสริมสวยและออกแบบทรงผมนานาชาติณรงค์, ศูนย์การศึกษาด้านการสื่อสารและการบริการครบวงจร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, บริษัท เฮลท์ ล้านนา จำกัด, ฝ่ายครัวการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา, วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี, บริษัท สุโข สปา จำกัด, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่, วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ซึ่งเข้ารับคำปรึกษาภายใต้โครงการพัฒนาองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพเข้าสู่มาตรฐานสากล (ISO/IEC 17024) ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และดำเนินโครงการโดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
งานสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 2 หัวข้อ : “เตรียมความพร้อมการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานและกฎระเบียบต่อภาคอุตสาหกรรม” ภายใต้โครงการสร้างระบบข้อมูลและองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระบบการจัดการและการเตือนภัย ปีพ.ศ.2559 (Intelligence Unit) จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2559 ณ ปาล์มสวย รีสอร์ท อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด โดย สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ร่วมกับหน่วยร่วมดำเนินการ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตราด
การจัดสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวน 52 คน แบ่งออกเป็นผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และ ผู้แทนจากหน่วยงานราชการในจังหวัดตราด และจังหวัดใกล้เคียง
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแนะนำภาพรวมกิจกรรมโครงการสร้างระบบข้อมูลและองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระบบการจัดการและการเตือนภัย (Intelligence Unit) โดย น.ส.สุวิมล เล็กสกุล นักวิชาการมาตรฐาน ฝ่ายหน่วยตรวจ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และการบรรยาย หัวข้อ “ติดตามความเคลื่อนไหว : ทำความรู้จักมาตรฐานเพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานที่สำคัญ” รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ : แนวทางการปรับตัวสู่ ISO 9001: 2015 โดย นางจุรีพร บุญหลง ผู้จัดการอาวุโสแผนกการมาตรฐาน ฝ่ายหน่วยตรวจ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ซึ่งงานสัมมนาดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นอย่างมาก
ภาพบรรยากาศงานสัมมนาแถลงผลการดำเนินโครงการพัฒนาเครือข่ายนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรม
วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2559 ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์
โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
ทางสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มีคำแนะนำในการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (โรงงานจำพวกที่ 3)
การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (โรงงานจำนวนที่ 3) และค่าธรรมเนียมรายปี (โรงงานจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3) ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูล
ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบกิจการ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
(ข้อมูล ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2559)
กระทรวงอุตสาหกรรม
75/6 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร : 02-202-3000 โทรสาร : 02-202-3048
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ จัดฝึกอบรมหลักสูตร Integrate Management System Internal Auditor
(ISO 9001:2015, ISO 14001:2015 & TIS 18001:2011)
เมื่อวันที่ 8 – 10 มิถุนายน 2559 ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค รัชดา กรุงเทพฯ
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ จัดฝึกอบรมหลักสูตร IRCA Certified ISO 9001:2015 Auditor/Lead Auditor Training Course (IRCA/9153) (IRCA Reg. No. A18126) (Licensed By IQCS Certification (IRCA Approved T.O. No. A09422))
เมื่อวันที่ 23 – 27 พฤษภาคม 2559 ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอส่งเสริมสถานประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดทำมาตรฐานระบบการจัดการสากลตามโครงการ SMEs Promotion ปี 2 โดยจัดฝึกอบรม หลักสูตร Beginner รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 30 – 31 มีนาคม 2559 ณ โรงแรมเอเชีย ราชเทวี กรุงเทพฯ และหลักสูตร Beginner รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 17 – 18 พฤษภาคม 2559 ณ โรงแรมบางกอกชฎา (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
เมื่อวันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2559 นายชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็นประธานในการสัมมนาเปิดตัวโครงการ (Kick off) โครงการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานนำเกณฑ์มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR-DPIM) ไปประยุกต์ใช้ในสถานประกอบการปี 2559 และพิธีมอบรางวัลสถานประกอบการที่ได้รับรางวัล CSR-DPIM ปี 2558 จำนวน 10 แห่ง และสถานประกอบการที่ได้รับรางวัลสถานประกอบการ CSR-DPIM Network ปี 2558 จำนวน 41 แห่ง ณ ห้องประชุมทองคำ ชั้น 1 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ซึ่งมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานจำนวน 230 คน