วารสาร MASCIInnoversity ได้นำเสนอบทความเรื่อง “มาตรฐานสากลช่วยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยเน้นถึงความร่วมมือของไอเอสโอกับกลุ่มธนาคารโลก และเรื่องของ “มาตรฐานสากล” ที่เป็นตัวช่วยที่สำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับบทความในครั้งนี้จะกล่าวถึงบทบาทไอเอสโอในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาพรวมดังต่อไปนี้
มาตรฐานไอเอสโอมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากไอเอสโอจะพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมโดยตรงแล้ว ไอเอสโอยังได้รวมเอาประเด็นสำคัญด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าไปในการพัฒนามาตรฐานสากลทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการด้วย โดยไอเอสโอได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกในการพัฒนามาตรฐานสากลตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เน้นทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างพื้นฐานของไอเอสโอได้รับการพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมกับวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือรวมเข้ากับกลไกอื่น ๆ รวมทั้งกลยุทธ์ ISO 2030 (ISO Strategy 2030) ด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2535 (ค.ศ.1992) ได้มีการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “Earth Summit 1992” และนำไปสู่ความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมหลายฉบับ รวมทั้งอนุสัญญาที่เป็นรากฐานของกฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศอันเป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมในครั้งนั้นคือ อนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (The United Nations Framework Convention on Climate Changeหรือ UNFCCC)
ในปี 2539 (ค.ศ.1996) ไอเอสโอได้เผยแพร่มาตรฐาน ISO 14001 version 1996 (มีที่มาจากมาตรฐาน BS 7750 version 1992) ต่อมา ได้ปรับปรุงเป็น version 2015 (ISO 14001, Environmental management systems – Requirements with guidance for use) มาตรฐานฉบับนี้ทำให้องค์กรสามารถปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจภายในและเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงงานที่มองเห็นได้ชัด และลดความไม่แน่นอนด้านสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงภายในดังกล่าวสามารถนำไปสู่การ
ลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการวัสดุ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดการเศษวัสดุ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมสีเขียวด้วย ซึ่งในการเริ่มต้นการจัดการสิ่งแวดล้อม อาจจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากความจำเป็นในการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบใหม่ แต่ต้นทุนขั้นสุดท้ายขององค์กรสามารถลดลงได้เนื่องจากการลดขั้นตอนและเวลาที่ใช้ในกระบวนการภายใน ส่งผลต่อการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่ดีสำหรับองค์กร และเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายระดับโลกที่อยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืนได้
แม้ว่า SDGs จะกำหนดเป้าหมายไว้ในปี 2573 (ค.ศ.2030) และประเทศต่าง ๆ มีการจัดลำดับความสำคัญอย่างสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ แต่ก็ต้องใช้ความพยายามร่วมกันเพื่อทำให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นจริง และการพัฒนามาตรฐานเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยคำนึงถึงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
สำหรับการพัฒนามาตรฐานสากลของไอเอสโอมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้เป็นโลกที่ยั่งยืน การรวมเอาประเด็นด้านความยั่งยืนไว้ในมาตรฐานสากลหมายความว่าประเด็นเหล่านี้ได้รับการกล่าวถึงในแกนหลักของมาตรฐาน
จากเรื่องของความยั่งยืนในระดับแนวหน้าของวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2030 หรือ 2030 Agenda ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกสนับสนุนให้พิจารณาวาระนี้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการพัฒนามาตรฐาน ซึ่งจะช่วยป้องกันผลกระทบในระดับโลกในประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญที่สุด และไอเอสโอได้ให้ความสำคัญโดยนำวาระเหล่านี้ไปพัฒนาเป็นมาตรฐาน ISO Guide 82, Guidelines for addressing sustainability in standards การเพิ่มคุณค่าให้กับสังคมเช่นนี้จะช่วยสร้างมาตรฐานที่ดีขึ้นสำหรับคนทั่วโลก และส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
ที่มา:
โดยทั่วไป ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานหรือสถานประกอบการต่างๆ ต้องปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการจัดการในสถานที่ทำงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอันตรายทางกายภาพ ผลกระทบทางจิตวิทยา หรือปัญหาด้านการยศาสตร์ (Ergonomics) องค์กรจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงผู้ปฏิบัติงานให้มีความสามารถในการทำงานได้อย่างสมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพและผลผลิตของสถานประกอบการ และจำเป็นต้องอาศัยวิชาวิทยาศาสตร์ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ใช้ในการจัดการดูแลผลกระทบอันเกิดจากการทำงาน สร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ หากองค์กรไม่มีโครงการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ก็อาจจะทำให้ดูแลได้ไม่ครอบคลุมอย่างเพียงพอ ทำให้องค์กรทั่วโลกนำมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001 – Occupational health and safety management systems — Requirements with guidance for use ไปใช้งาน แต่สำหรับองค์กรที่ได้นำเอามาตรฐาน ISO 45001 ไปใช้งานแล้ว ยังพบว่ามีคำถามอยู่มากมายในการนำมาตรฐานไปใช้งานจริง ไอเอสโอก็ได้พัฒนามาตรฐานขึ้นมาอีกฉบับหนึ่งเพื่อให้แนวทางแก่องค์กรในการนำมาตรฐาน ISO 45001 ไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กรโดยมีคำแนะนำพร้อมตัวอย่างให้นำไปใช้งานได้ในชีวิตจริงซึ่งก็คือ มาตรฐาน ISO 45002 – Occupational Health and Safety Management Systems — General guidelines for the implementation of ISO 45001: 2018
ไอเอสโอได้เผยแพร่มาตรฐาน ISO 45002 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 283, Occupational Health and Safety Management โดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดทำ การใช้งาน การบำรุงรักษา และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OH&S) ที่สามารถช่วยให้องค์กรปฏิบัติตาม ISO 45001 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม
สำหรับข้อกำหนดส่วนใหญ่ในมาตรฐานดังกล่าว มีกรณีที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับวิธีการที่องค์กรประเภทต่างๆ ดำเนินการตามข้อกำหนด แต่ก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำวิธีการนี้วิธีการเดียวหรือวิธีที่ดีที่สุดในการนำไปใช้งาน เป็นเพียงเพื่ออธิบายวิธีหนึ่งที่องค์กรสามารถนำไปใช้งานได้เท่านั้น แต่องค์กรทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ รวมไปถึงองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ก็สามารถนำคำแนะนำแต่ละข้อในมาตรฐาน ISO 45002 ไปปฏิบัติและประยุกต์ใช้ตามข้อกำหนดทั้งหมดของ ISO 45001 พร้อมกับศึกษาตัวอย่างในชีวิตจริงได้เป็นอย่างดี รวมทั้งไอเอสโอยังได้ให้ตัวอย่างที่เป็นวิธีปฏิบัติที่สุดทั้งในระดับพื้นฐานและในระดับสูงด้วย
แนวทางในมาตรฐาน ISO 45002 ครอบคลุมประเด็น OH&S เช่น บริบท การให้คำปรึกษาและการมีส่วนร่วม การระบุอันตรายรวมทั้งปัจจัยทางสังคม และวิธีการจัดการงาน ความเสี่ยงและโอกาส การควบคุมการปฏิบัติงาน รวมทั้งการจัดการการเปลี่ยนแปลง และผู้รับเหมาช่วง เป็นต้น
ดังนั้น มาตรฐาน ISO 45002 จึงเป็นประโยชน์ต่อองค์กรที่นำไปใช้งานในการสนับสนุนการจัดทำระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างสอดคล้องกับมาตรฐานสากลดังกล่าว และทำให้องค์กรได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม นอกจากนี้ มาตรฐานนี้ยังมาจากความเห็นพ้องต้องกันของผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศที่ร่วมกันพัฒนามาตรฐาน ISO 45001 มากกว่าความคิดเห็นของแต่ละบุคคลหรือที่ปรึกษาด้านมาตรฐานด้วย จึงทำให้มาตรฐาน ISO 45002 เป็นประโยชน์ต่อผู้นำไปใช้งานอย่างแท้จริง และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวที่น่าสนใจของมาตรฐานใหม่ล่าสุดซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรที่นำมาตรฐาน ISO 45001 ไปใช้งาน
ที่มา:
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ร่วมแสดงความยินดีกับศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ ISO 13485: 2016 จาก MASCI ณ ห้องประชุม SHARING สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566
ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ผศ. ดร. ธนากร โอสถจันทร์ รักษาการ รองผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ ISO 13485: 2016 ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการพัฒนาและเพิ่มสมรรถนะระบบการจัดการขององค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการประยุกต์ข้อกำหนดของการบริหารงานคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ เพื่อการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือแพทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อส่งเสริมศักยภาพและยกระดับความรู้ขององค์กร ควบคู่กับการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ คือ “องค์กรวิจัยแห่งความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ บนฐานแห่งความยั่งยืนและการยอมรับในระดับสากล”
MASCI ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้ของศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาบุคลากรและองค์กร รวมทั้งเป็นสนับสนุนระบบนิเวศ (Ecosystem) ของงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์ไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย ให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบริการทางการแพทย์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตที่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นผู้นำทางการแพทย์และสุขภาพครบวงจร เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ของอาเซียนภายในปี 2569 ต่อไป
ติดต่อสอบถามบริการ
สาระสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave No One Behind) นั้น อันที่จริงแล้ว มีแนวทางและเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับทุกประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญในการพัฒนาของแต่ละประเทศซึ่งเราเองไม่ว่าจะอยู่ในฐานะปัจเจกชนหรือองค์กรก็สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมได้ในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตเพื่อลูกหลานของเรา
เมื่อปี 2558 (ค.ศ.2015) องค์การสหประชาชาติได้กำหนดแผนงาน 15 ปีในการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่โลกต้องเผชิญซึ่งทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ และมีส่วนร่วมในการดำเนินการทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม และสำหรับองค์กรสากลอย่างไอเอสโอก็ได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกซึ่งได้รับประโยชน์สูงสุดจากการกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศของไอเอสโอ และประเทศสมาชิกต่างนำมาตรฐาน สากลของไอเอสโอไปใช้งานซึ่งมาตรฐานแต่ละฉบับได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วย
องค์กรและบริษัทต่างๆ ที่ต้องการมีส่วนร่วมใน SDGs ต่างพบว่ามาตรฐานสากลมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้พวกเขาก้าวไปสู่ความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิผล และมาตรฐานสากลยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้รัฐบาล
อุตสาหกรรม และผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการความสำเร็จของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อด้วยดังต่อไปนี้
รัฐบาล
หน่วยงานกำกับดูแลสามารถพึ่งพามาตรฐานไอเอสโอซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงในการกำหนดนโยบายสาธารณะที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ต่อไป เช่น สิทธิมนุษยชน ประสิทธิภาพการใช้น้ำและพลังงาน สาธารณสุข และอื่นๆ มาตรฐานสากลยังช่วยให้รัฐบาลบรรลุพันธสัญญาในระดับชาติและระดับระหว่างประเทศอีกด้วย
อุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการบรรลุ SDGs ทั้งหมดโดยมาตรฐานไอเอสโอได้ให้แนวทางและกรอบการทำงานในทุกเรื่อง ตั้งแต่สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน การใช้พลังงาน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ผู้บริโภค
ในขณะที่การมีส่วนร่วมกับ SDGs อยู่ในอันดับสูงในวาระการประชุมของผู้นำทางธุรกิจและนักลการเมือง ผลประโยชน์หลายอย่างนั้นสามารถเห็นได้ชัดในระดับชุมชน ท้องถิ่น ความยากจนที่ลดลง สุขภาพที่ดีขึ้น น้ำที่สะอาดและอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยและมั่นคงเป็นเพียงผลประโยชน์บางส่วนที่ได้รับจากการนำมาตรฐานไอเอสโอไปใช้เท่านั้น ยังมีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกมากมายสำหรับผู้บริโภค
ไอเอสโอได้เผยแพร่มาตรฐานสากลและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปแล้วมากกว่า 22,000 ฉบับซึ่งเป็นแนวทางและกรอบการทำงานที่ได้พัฒนาขึ้นมาจากฉันทามติ และได้รับการยอมรับทั่วโลกจากความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นรากฐานที่มั่นคงซึ่งทำให้นวัตกรรมสามารถเติบโตได้ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้รัฐบาล อุตสาหกรรม และผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการบรรลุผลสำเร็จของ SDG ทั้ง 17 ข้อด้วย
เราสามารถตรวจสอบว่ามาตรฐานแต่ละฉบับมีส่วนในการบรรลุเป้าหมาย SDGs ข้อใดจากเว็บไซต์ของไอเอสโอในหน้าหลักของมาตรฐานไอเอสโอแต่ละฉบับ เช่น มาตรฐาน ISO 13485, Medical devices — Quality management systems — Requirements for regulatory purposes มีส่วนสำคัญในการบรรลุ SDGs ข้อ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) และข้อ 10 ลดความไม่เท่าเทียมกันหรือความเหลื่อมล้ำ (Reduced Inequalities) เป็นต้น
การที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนั้นหมายถึงความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ทุกประเทศได้ดำเนินการอย่างสอดคล้องตามลำดับความสำคัญในการพัฒนาประเทศโดยมีมาตรฐานไอเอสโอเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมาย SDGs ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) ต่อไป
ที่มา:
ในวงการธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นที่ทราบกันดีว่าการนำมาตรฐานไปใช้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อองค์กรในหลายด้าน และไม่ว่าองค์กรนั้นจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ “มาตรฐาน” มีส่วนสำคัญเสมอในการสร้างความก้าวหน้าทางธุรกิจและการดำเนินงานในองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประโยชน์ที่มองเห็นได้โดยตรงในด้านเศรษฐกิจซึ่งการนำมาตรฐานไปใช้ในองค์กรมีส่วนทำให้เกิดมูลค่าอยู่ระหว่าง 0.15% ถึง 5% ของรายได้จากการขายต่อปี (กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีหรือ EBIT)
การนำมาตรฐานไปใช้ทำให้เกิดประโยชน์มากมาย เช่น ปรับปรุงกระบวนการภายในบริษัท ลดของเสียและต้นทุนภายใน เพิ่มประสิทธิภาพของการวิจัยและพัฒนา สร้างสรรค์กระบวนการทางธุรกิจและนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรม ทำให้ลดความเสี่ยงต่าง ๆ ลง ช่วยให้มีการขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาดใหม่ เป็นต้น
องค์กรทั่วโลกได้พิสูจน์แล้วถึงประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมของมาตรฐาน ยกตัวอย่างเช่น
การปฏิบัติตามข้อกำหนดในมาตรฐานจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าร่วมในการค้าระหว่างประเทศ ในทางกลับกัน ก็เป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับธุรกิจที่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานไปใช้ในองค์กร
ปัจจุบัน เราจะพบเห็นสินค้าและบริการที่ไม่ได้สร้างขึ้นมาจากประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นจากโลกใบนี้ ทุกส่วนของชีวิตเราในปัจจุบัน บริษัทต่างๆ แบ่งการดำเนินงานของตนจากทั่วโลก ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์และการผลิตชิ้นส่วนไปจนถึงการประกอบและการตลาด การสร้างห่วงโซ่การผลิตระหว่างประเทศ มีผลิตภัณฑ์จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ถือว่า “ผลิตในโลก” มากกว่า “ผลิตในสหราชอาณาจักร” หรือ “ผลิตในฝรั่งเศส” เท่านั้น
โลกาภิวัตน์ได้เชื่อมโยงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมทั่วโลกเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น รถยนต์ที่ขายในแคนาดาสามารถออกแบบในฝรั่งเศสโดยใช้ชิ้นส่วนจากออสเตรเลีย กางเกงที่ขายในสหราชอาณาจักรทำจากผ้าฝ้ายแอฟริกาใต้โดยคนงานในโรงงานในประเทศไทย ในโลกที่มีรูปแบบทางการค้าเปลี่ยนไป การผลิตมีการแยกส่วนและกระจัดกระจายมากขึ้น ผลิตภัณฑ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยถูกผลิตขึ้นในหลายประเทศ ในหลายบริษัท ก่อนที่จะมารวมกันเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายสำหรับผู้บริโภค ซึ่งเป็นรูปแบบการค้าที่มักเรียกกันว่าห่วงโซ่คุณค่าระดับโลก สิ่งเหล่านี้ทำให้การใช้มาตรฐานสากลมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น การปฏิบัติตามมาตรฐานจะทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่ามีความมั่นใจว่าปัจจัยการผลิตสามารถเข้ากันได้ (Compatible) และมีความปลอดภัย
“มาตรฐาน” มีอยู่อย่างแพร่หลาย การอธิบายถึงประโยชน์ของมาตรฐานมักจะทำได้ดีที่สุดโดยการชี้ไปที่ปัญหาที่เกิดจากการไม่มีมาตรฐานเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น ปลั๊กที่ไม่พอดี กระดาษติดในเครื่องพิมพ์ แล็ปท็อปที่มีพอร์ตประเภทต่างๆ สำหรับแฟลชไดรฟ์ บัตรเครดิตที่มีขนาดต่างกัน เป็นต้น ปัจจุบัน การค้าโลกได้ขยายความสำคัญของประเด็นเหล่านี้ออกไป เพราะการให้สิทธิทางภาษีจะไม่ช่วยอะไรได้หากสินค้าที่ซื้อขายนั้นไม่สามารถเข้ากันได้กับอุปกรณ์อื่น หรือหากขาดความมั่นใจว่าสินค้านั้นปลอดภัยหรือมีคุณภาพเพียงพอ
เมื่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวในจุดเดียวสามารถส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก การพึ่งพาซึ่งกันและกันนี้จึงส่งผลอย่างมากต่อมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าที่แท้จริงกำลังเกิดขึ้นเนื่องจากการใช้งานมาตรฐานสากลของธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ กำลังดึงดูดการค้าโลกเข้ามา ทำให้มาตรฐานสากลเป็นส่วนสำคัญของการค้าระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาได้อย่างยั่งยืนและครอบคลุมในที่สุด
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) ได้จัดกิจกรรมสัมมนาวิชาการและเสวนาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในงาน Subcon Thailand 2023 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC)
การจัดกิจกรรมของ MASCI ได้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ในช่วงเช้า เป็นการสัมมนา เรื่อง “ISO 44001: 2017 Collaborative Business Relationship Management Systems” โดยคุณชานินท์ จันทร์พัฒนะ ผู้จัดการแผนกอาวุโส แผนกบริการฝึกอบรม วิทยากรจาก MASCI ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการความสัมพันธ์ทางธุรกิจในยุคที่มีความไม่แน่นอนสูง และได้แนะนำข้อกำหนดมาตรฐานระบบการบริหารจัดการความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ISO 44001 เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิผล
ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการเสวนาเรื่อง “ก้าวสู่ความยั่งยืนด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy – a Key to Sustainability” โดย MASCI ได้รับเกียรติจากคุณหทัยรัตน์ ฤกษ์อุดมสิน ผู้จัดการสิ่งแวดล้อม บริษัท แคนนอน ไฮ-เทค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นวิทยากรร่วมกับวิทยากรอีก 2 ท่านจาก MASCI ได้แก่ คุณธีระพันธุ์ จันทร์แก้ว ผู้จัดการอาวุโสแผนก แผนกนวัตกรรมและพัฒนาธุรกิจ และคุณชลดา ซื่อสัตย์ ผู้จัดการแผนก แผนก Environmental Excellence โดยมีคุณธีรกุล บุญยงค์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายทวนสอบด้านความยั่งยืน MASCI เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยวิทยากรได้นำเสนอแนวคิด และสาระสำคัญของมาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy:CE) พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการนำแนวทางระบบ CE ไปใช้ในองค์กร และยกตัวอย่างกรณีศึกษาเพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้มาตรฐานในสถานประกอบการได้จริง
MASCI ได้จัดกิจกรรมวิชาการในงาน Subcon Thailand เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ การมาตรฐาน การตรวจสอบรับรองและองค์ความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2566 นี้ ได้รับการตอบรับและมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมในการสัมมนาและเสวนาในหัวข้อดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
ติดต่อสอบถามบริการ
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ร่วมแสดงความยินดีกับศูนย์จำลองสถานการณ์ บริษัท แพทย์ไทย 88 จำกัด ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001: 2015 จาก MASCI ณ ห้องประชุม SHARING สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566
บริษัท แพทย์ไทย 88 จำกัด โดย นายแพทย์พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช ประธานกรรมการบริหาร ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001: 2015 ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของศูนย์จำลองสถานการณ์ บริษัท แพทย์ไทย 88 จำกัด ในการประยุกต์ข้อกำหนดมาตรฐานระบบการบริหารงานคุณภาพเพื่อส่งเสริมศักยภาพขององค์กร สนับสนุนการดำเนินงานตามพันธกิจ และวิสัยทัศน์ของศูนย์จำลองสถานการณ์ คือ “ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์จำลองสถานการณ์ที่เป็นเลิศสำหรับผู้ฝึกอบรมภายใน ปี 2570”
MASCI ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้ของศูนย์จำลองสถานการณ์ บริษัท แพทย์ไทย 88 จำกัด ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาบุคลากรและองค์กรอันมีส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบริการทางการแพทย์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตที่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นผู้นำทางการแพทย์และสุขภาพครบวงจร ตลอดจนพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ของอาเซียนภายในปี 2569 ต่อไป
ติดต่อสอบถามบริการ
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) โดยนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการ MASCI พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ร่วมแสดงความยินดีกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ที่ได้รับประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรม ตามมาตรฐาน ISO 56002:2019 จาก MASCI ณ สำนักงานใหญ่ MEA อาคารวัฒนวิภาส เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566
MEA โดย นายวาสุเทพ ประมงอุดมรัตน์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ MEA ให้เกียรติรับมอบประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรม “ขอบข่ายการบริหารจัดการนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าและกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพลังงานไฟฟ้า” ซึ่งเพิ่มเติมจากที่ MEA ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ มอก./ISO 9001 และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. /ISO 45001 จาก MASCI อีกด้วย
MASCI ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของ MEA ตามภารกิจ “สร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะ เพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร” โดยการได้รับประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จและความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ MEA ในการพัฒนาระบบการจัดการนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมศักยภาพขององค์กรให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานสากลและพัฒนาการเป็นผู้นำในการให้บริการด้านการจัดหาและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง มีการบริหารจัดการที่โปร่งใสและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเพื่อการเติบโตไปพร้อมกับสังคมได้อย่างยั่งยืน
ติดต่อสอบถามบริการ
“เศรษฐกิจหมุนเวียน” ในปี 2565 ที่ผ่านมา มีแรงขับเคลื่อนเป็นอย่างมากในด้านกฎระเบียบใหม่ และมีความเชื่อมโยงระหว่างการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กับการนำทรัพยากรมาใช้ โดยเศรษฐกิจหมุนเวียนได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในการประชุม COP27 และแม้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังทำลายสถิติที่ไม่พึงประสงค์จากการปล่อยมลพิษ และการบริโภค แต่ในที่สุดความเกี่ยวข้องของเศรษฐกิจหมุนเวียนก็เริ่มสะท้อนให้เห็นตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา และเห็นได้ชัดว่าเป็นโอกาสที่ระบบหมุนเวียนจะกลายเป็นกระแสหลักและเป็นเรื่องที่สามารถจับต้องได้หรือทำได้อย่างเป็นรูปธรรม
“เศรษฐกิจหมุนเวียน” เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีมาตรฐานและการประเมินความสอดคล้องเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา กระบวนการของเศรษฐกิจหมุนเวียนครอบคลุมข้อกำหนดที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ รวมถึงความยั่งยืนของห่วงโซ่มูลค่าโลกในแง่มุมต่างๆ เช่น การค้า ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบขององค์กร แรงงาน สุขภาพ และสิทธิมนุษยชน เป็นต้น โดยมีวิธีการประเมินความสอดคล้องที่จะทำให้มั่นใจในด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ ความสามารถในการซ่อมแซม ความทนทาน และความสามารถในการอัปเกรด เป็นต้น
มาตรฐานความยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน กำลังได้รับการพัฒนาในระดับประเทศและระดับโลกโดยองค์กรต่างๆ รวมถึงไอเอสโอผ่านคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 323, Circular Economy ซึ่งดำเนินการเพื่อมาตรฐานการออกแบบเชิงนิเวศที่คำนึงถึงการบริโภควัสดุที่ยั่งยืน พลังงานและทรัพยากรอื่นๆ ในทุกขั้นตอนของผลิตภัณฑ์ กระบวนการพัฒนา
หลักการเหล่านั้นจะพิจารณาปัจจัยแวดล้อม เช่น การใช้ทรัพยากรและพลังงาน การปล่อยมลพิษต่ออากาศ น้ำ และดิน ตลอดจนมลพิษที่เกิดขึ้นจากเสียง การสั่นสะเทือน รังสี สนามแม่เหล็กไฟฟ้า และผลกระทบทางกายภาพอื่นๆ จุดเน้นอื่นๆ ได้แก่ ของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตและการรีไซเคิล (เช่น การใช้ซ้ำและการนำวัสดุและ/หรือพลังงานกลับมาใช้ใหม่)
นอกจากนี้ ในการพัฒนามาตรฐานยังมีชุดข้อกำหนดด้านการออกแบบสำหรับความทนทานของผลิตภัณฑ์ การนำกลับมาใช้ใหม่ ความสามารถในการอัปเกรดและความสามารถในการซ่อมแซม และสำหรับความสามารถในการรีไซเคิลของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น จอแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องทำความเย็นเชิงพาณิชย์ เครื่องซักผ้า และเครื่องดูดฝุ่น เป็นต้น
ตอนนี้ เรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้เป็นเรื่องของผู้มีอำนาจทางกฎหมายที่กำลังผลักดันให้เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายทั่วโลก ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์กร และสถาบันต่าง ๆ จะต้องต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกันในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นระบบและการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แข็งแกร่งขึ้น อุตสาหกรรมทั่วโลกจึงกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนจะช่วยให้บริษัทและองค์กรต่างๆ สามารถปลดล็อกผลิตภาพ นวัตกรรม ความยั่งยืน และเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนได้จนกระทั่งสามารถแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญในที่สุด
ที่มา:
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมด้วยผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีกับ สถาบันยานยนต์ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) ณ ห้องประชุม SHARING สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2566
สถาบันยานยนต์ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ โดย นายเกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 ในขอบข่าย งานบริการฝึกอบรม และพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ งานบริการข้อมูลอุตสาหกรรมยานยนต์ และงานตรวจรับรองกระบวนการผลิตวัตถุดิบที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ในการพัฒนาระบบการจัดการของสถาบันฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการประยุกต์ข้อกำหนดของมาตรฐาน เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และลดผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบันฯ

MASCI ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้การดำเนินระบบการบริหารจัดการของสถาบันฯ เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งคณะผู้บริหารและบุคลากรมีความตั้งใจและร่วมแรงร่วมใจในการขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งดำเนินงานด้านการบริหารจัดการให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามวิสัยทัศน์ “สถาบันแห่งการเรียนรู้และพัฒนาด้าน Mobility ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตสู่สังคม”
ติดต่อสอบถามบริการ