ผู้บริหารและพนักงานสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม และแสดงออกถึงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2566 ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน โดยมีผู้บริหารและพนักงานสถาบันฯ เข้าร่วมสรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้อาวุโส เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 ณ ห้องประชุม Sharing ชั้น 18 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
ติดต่อสอบถามบริการ
การดูแลรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์เป็นสิ่งที่ไม่ควรวางใจเป็นอย่างยิ่งเพราะหากปล่อยให้เกิดช่องว่างเมื่อใด อาจนำองค์กรไปสู่ความเสียหายอย่างมหาศาล การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถช่วยปกป้องข้อมูลจากการจารกรรมและความเสียหายด้านข้อมูลต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นซึ่งรวมถึงข้อมูลอันละเอียดอ่อน ข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ (Personally Identifiable Information: PII) ข้อมูลสุขภาพที่ได้รับการคุ้มครอง (Protected Health Information: PHI) ข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูล และระบบข้อมูลของทุกภาคส่วน
ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสร้างความยืดหยุ่นบนโลกไซเบอร์ได้อย่างไร
ปัจจุบัน องค์กรไม่สามารถพึ่งพาโซลูชันความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่พร้อมใช้งานอย่างซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสหรือไฟร์วอลล์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป อาชญากรไซเบอร์ฉลาดขึ้นและมีกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการป้องกันทางไซเบอร์ทั่วไป ดังนั้น การสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยด้านไซเบอร์จะต้องครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยทุกด้านบนโลกไซเบอร์
ถ้าเช่นนั้น เรามาดูกันว่าบริษัทชั้นนำด้านไอทีอย่าง Microsoft, Apple, Google, Intel และ IBM มีอะไรที่เหมือนกันบ้าง คำตอบคือ ทุกบริษัทต่างก็นำมาตรฐาน ISO/IEC 27001 ไปใช้งานเช่นเดียวกับบริษัททั่วโลกที่ติดอันดับ Fortune500 ซึ่งมาตรฐาน ISO/IEC 27001 ได้กลายเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถนำไปใช้จัดการระบบข้อมูลความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิผล และช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวบนโลกไซเบอร์ได้อย่างมั่นใจ
ในการที่จะปกป้องทรัพย์สินข้อมูลที่สำคัญขององค์กรจากภัยคุกคามทางดิจิทัลและปิดช่องว่างต่างๆ องค์กรจำเป็นต้องปรับใช้ความคิดที่ยืดหยุ่นทางไซเบอร์ ซึ่งต้องถือว่าเป็นส่วนสำคัญ และไม่เพียงแต่กับระบบทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทีม วัฒนธรรมองค์กร และการปฏิบัติงานประจำวันด้วย ในความเป็นจริง ผู้นำธุรกิจในปัจจุบันตระหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์มากกว่าปีก่อนๆ เป็นอย่างมาก จากรายงาน Global Security Outlook 2023 ของ World Economic Forum (WEF) พบว่า 91% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาเชื่อว่าเหตุการณ์ทางไซเบอร์ที่ขยายวงกว้างและเป็นหายนะนั้นอย่างน้อยก็น่าจะเกิดขึ้นบ้างในอีก 2 ปีข้างหน้า
บริษัทต่างๆ ทั่วโลกได้ตอบสนองต่อแรงกดดันของภัยคุกคามทางดิจิทัลโดยการนำ ISO/IEC 27001 ไปใช้ มาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานที่รู้จักกันดีที่สุดในโลกสำหรับระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล (Information Security Management Systems: ISMS) ซึ่งเป็นเอกสารชุดนโยบาย ขั้นตอน กระบวนการ และระบบที่จัดการความเสี่ยงของข้อมูลสูญหายจากการโจมตีทางไซเบอร์ การเจาะข้อมูล การรั่วไหลของข้อมูล หรือการโจรกรรม ดังนั้น องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องปรับใช้กรอบความคิดที่ยืดหยุ่นต่อโลกไซเบอร์
ความยืดหยุ่นบนโลกไซเบอร์คืออะไร
ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์คือความสามารถขององค์กรในการดำเนินการเมื่อเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์หรือเหตุการณ์ทางไซเบอร์อื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการมีมาตรการทางเทคนิคและองค์กรที่จำเป็นเพื่อตรวจจับ ตอบสนอง และกู้คืนจากเหตุการณ์ดังกล่าว ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้จากเหตุการณ์เหล่านั้นเพื่อปรับปรุงความยืดหยุ่นในอนาคต
อันเดรียส วูล์ฟ ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านไอทีของ ISO/IEC กล่าวว่าความยืดหยุ่นทางไซเบอร์คือสิ่งที่เข้ามาแทนที่เมื่อมาตรการป้องกันความปลอดภัยหยุดชะงัก ซึ่งในเศรษฐกิจดิจิทัล ความสามารถในการก้าวข้ามการหยุดชะงักทางไซเบอร์จะสร้างความแตกต่างให้กับองค์กรชั้นนำที่สามารถเปลี่ยนความเปราะบางให้กลายเป็นความแข็งแกร่ง และมีความมั่นใจในการรับมือกับความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี
อันเดรียส วูล์ฟ และทีมงานได้ร่วมรับผิดชอบในการพัฒนามาตรฐาน ISO/IEC 27001 ฉบับใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม 2565 (ค.ศ.2022) ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วโลกและปรับปรุงความน่าเชื่อถือทางดิจิทัล ซึ่งเป็นประโยชน์กับองค์กรโดยสนับสนุนให้สามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทุกรูปแบบ พัฒนากรอบการทำงานที่มีการจัดการจากส่วนกลาง ลดการใช้จ่ายในเทคโนโลยีการป้องกันที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งปกป้องความสมบูรณ์ ความลับ และความพร้อมใช้งานของข้อมูล
มาตรฐานไอเอสโอและความปลอดภัยทางไซเบอร์
ความยืดหยุ่นไม่ได้หมายถึงการทำงานภายในองค์กรเท่านั้น แต่จะต้องนำไปใช้กับพันธมิตรบุคคลที่สามทั้งหมดและตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) จึงได้จัดพิมพ์ The Cyber Resilience Index (CRI): Advancing Organizational Cyber Resilience เพื่อให้มีการนำไปใช้เป็นกรอบอ้างอิงให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและมีความโปร่งใสเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ตลอดทั้งอุตสาหกรรม เพื่อนร่วมงาน และห่วงโซ่อุปทาน
CRI ช่วยให้ผู้นำทางไซเบอร์ทั้งภาครัฐและเอกชนมีกรอบแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดร่วมกันสำหรับความยืดหยุ่นทางไซเบอร์อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นกลไกในการวัดประสิทธิภาพขององค์กร และเป็นภาษาที่ชัดเจนในการสื่อสารคุณค่า และภายใต้หลักการของ CRI นั้น มีแนวทางปฏิบัติที่ตามมาและแนวทางปฏิบัติย่อยสำหรับความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ที่ดีขององค์กรซึ่งก็คือการใช้กรอบความปลอดภัยซึ่งเป็นที่ยอมรับและเป็นมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 27001 นั่นเอง
ที่มา:
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ MASCI ได้จัดงานสัมมนา “Show and Share ISO 18295:2017 Customer Contact Centres in Practice” ซึ่งได้รับเกียรติจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และบริษัท โอสถสภา จํากัด (มหาชน) ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการพัฒนาศูนย์บริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานระบบการจัดการศูนย์ติดต่อลูกค้า ISO 18295-1: 2017 เมื่อวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2566 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ โฮเทล ประตูน้ำ โดยมีนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการ MASCI เป็นประธานกล่าวเปิดงานและชี้แจงวัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนาฯ ว่า “ MASCI เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของศูนย์ติดต่อลูกค้า หรือ Call Center ในการสร้างความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริโภค จึงได้จัดการสัมมนาในครั้งนี้ขึ้นเพื่อสนับสนุนและประสานพลังผู้ประกอบการ Call Center ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการโดยการนำแนวทางการบริหารจัดการที่เป็นเลิศตามมาตรฐานสากลไปใช้ สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าและผู้บริโภค”
การสัมมนาในครั้งนี้ มีวิทยากรที่มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ ได้แก่ คุณสุภนัย บุญรอด Senior Vice President, Customer Center Service Operation & Strategic Planning Division ธนาคารไทยพาณิชย์ และอาจารย์ธีรวัฒน์ จันทรสมบูรณ์ ที่ปรึกษาหน่วยงานสายด่วนผู้บริโภค สังกัดหน่วยงานสื่อสารองค์กร บริษัท โอสถสภาฯ โดยมี ดร. ชวาธิป จินดาวิจักษณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายรับรองระบบ และกำกับดูแลสายธุรกิจ Conformity Assessment Bodies, MASCI ให้การแนะนำมาตรฐานระบบการจัดการศูนย์ติดต่อลูกค้า (Customer Contact Centres) ISO 18295-1: 2017
สำหรับธนาคารไทยพาณิชย์ และ บริษัท โอสถสภาฯ นั้น เป็นหน่วยงานที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 18295-1:2017 จาก MASCI พร้อมทั้งผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ระดับดีเด่นของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ด้วย และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับ Call Center ในประเทศไทยในการนำมาตรฐานสากล เช่น ISO 18295-1 ไปใช้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้องค์กรมีการบริการที่เป็นระบบเท่านั้น แต่ยังทำให้องค์กรสามารถตอบสนองลูกค้าได้ตามที่คาดหวังหรือเกินความคาดหวังได้อย่างต่อเนื่องในเชิงรุกอีกด้วย
หากหน่วยงานใดสนใจการพัฒนาศักยภาพ Call Center สามารถติดต่อ MASCI เพื่อขอรับการตรวจประเมินและรับรองตามมาตรฐาน ISO 18295-1: 2017 ไปพร้อมกับการตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ระดับดีเด่นของ สคบ. ได้ในคราวเดียวกัน
ติดต่อสอบถามบริการ
ในการนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และ MASCI ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับแนวทางการบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและสถาบันเครือข่าย และการเตรียมความพร้อมรองรับมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี อาทิ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ทั้งในส่วนของหน่วยทวนสอบก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย และผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะต้องมีการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดภาระด้านภาษีในการส่งสินค้าไปยัง EU
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ./MASCI) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดตัวโครงการของหน่วยงานไทย ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพิเศษแม่โขง – ล้านช้าง (Mekong – Lancang Special Fund: MLCSF) ในปี 2565 จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในช่วงสัปดาห์ความร่วมมือแม่โขง – ล้านช้าง ประจำปี 2566 ในวันที่ 23 มีนาคม 2566 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีคุณธีรกุล บุญยงค์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายทวนสอบด้านความยั่งยืน (Project Director) คุณเอียน เจริมิ คอร์แมน Senior Leader (Lead Project Manager) และคุณอุษาศิริ สิริสุขะ ผู้จัดการแผนก แผนกกลยุทธ์และรัฐกิจสัมพันธ์ (Lead Coordinator) เข้าร่วมในพิธี ในฐานะหน่วยงานผู้ดำเนินโครงการ (Implementing Agency) ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ในฐานะหน่วยงานผู้อุปถัมภ์ (Proponent Agency)
สรอ./ MASCI ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ ในการดำเนินโครงการ “Circular Economy Capability Building in the Lancang-Mekong Region: Product Verification of Plastics Packaging in Supply Chains” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทวนสอบผลิตภัณฑ์ CE (CE Product Verification) สำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติกในโซ่อุปทาน ของประเทศ ภูมิภาค องค์กรความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จ ไปยังภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง (ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย และจีน) นำไปสู่การส่งเสริมขีดความสามารถของการดำเนินการด้านการทวนสอบผลิตภัณฑ์ CE สำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติกในโซ่อุปทาน ของภูมิภาคแม่โขง – ล้านช้าง
โครงการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมเสาหลักด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Economic and Sustainable Development) ของกรอบความร่วมมือของภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 12: การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) และเป้าหมายที่ 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ของภูมิภาคแม่โขง – ล้านช้าง
การดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของ สรอ./ MASCI ในฐานะหน่วยทวนสอบด้านความยั่งยืน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy: CE) ซึ่งสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ของประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคแม่โขง – ล้านช้าง
ติดต่อสอบถามข้อมูลโครงการฯ
💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36 ต่อ 101, 109
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ดำเนินโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS: Business Development Service (MSME Recovery & Beyond) ปีงบประมาณ 2566 เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และจัดกิจกรรม “ถอดรหัส ไขเคล็ดลับ BDS” พร้อมทั้งชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน SME ปังตังได้คืน ปี 2 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ โฮเทล กรุงเทพฯ โดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ได้เข้าร่วมนำเสนอบริการให้คำปรึกษาด้านการมาตรฐานและการรับรอง ในงานดังกล่าว
ในการนี้ ผู้ประกอบการ SME สามารถเลือกรับการบริการ จากผู้ให้บริการทางธุรกิจ (Business Development Service Provider : BDSP) ตามสาขาที่ตรงกับความต้องการทางธุรกิจของตน โดย สสว.จะอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาให้แก่ผู้ประกอบการ SME แบบร่วมจ่าย (co-payment) ในสัดส่วนร้อยละ 50 – 80 ตามขนาดของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการ SME สามารถยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับการบริการในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ
สรอ. ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ SME เข้าร่วมโครงการโดยขึ้นทะเบียนกับ สสว. เพื่อขอรับบริการผ่านระบบ BDS และรับสิทธิ์สนับสนุนค่าใช้จ่ายจากงานบริการตรวจประเมินและบริการอื่นๆ ของ สรอ. โดยสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดโครงการและเอกสารประกอบการสมัครได้ที่ https://bds.sme.go.th/Project/Detail/7
ติดต่อสอบถามบริการ
💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36
บทสรุปจากการประชุมประจำปี 2566 ของสภาเศรษฐกิจโลกเมื่อต้นเดือนมกราคม (WEF Annual Meeting 2023/Davos 2023) ทำให้คนทั่วโลกตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตด้านพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปิดประเทศของจีน หรือสงครามในยูเครน ซึ่งการเปิดประเด็นเหล่านี้ได้นำไปสู่การอภิปรายเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยด้วย
นอกเหนือจากนี้ ยังเป็นไปได้ว่าเรายังอาจจะประสบกับภัยอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ อัคคีภัย ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน หรือการโจมตีทางไซเบอร์ เป็นต้น ภัยเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภัยคุกคามที่เราคาดไม่ถึง และส่งผลต่อให้การดำเนินธุรกิจต้องหยุดชะงัก ดังนั้น การป้องกันที่ดีที่สุดเมื่อเกิดภัยเหล่านั้นก็คือการวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจที่สม่ำเสมอและแข็งแกร่งนั่นเอง
การหยุดชะงักของธุรกิจคือประเด็นสำคัญที่ผู้บริหารส่วนใหญ่กังวล แต่หากบริหารจัดการได้ดี ก็จะเป็นประโยชน์และเกิดโอกาสอีกมากมาย แต่ถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดใด ๆ ขึ้น การมีแผนงานและความสามารถด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งมาตรฐานสากล ISO 22301 เป็นมาตรฐานฉบับแรกของโลกที่องค์กรสามารถนำไปใช้เพื่อดำเนินการและรักษาแนความต่อเนื่องทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ISO 22301, Security and resilience — Business continuity management systems — Requirements เป็นมาตรฐานสากลระบบการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ใช้ในการดำเนินการและการรักษาแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้องค์กรมีการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและฟื้นตัวได้เร็ว ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อบุคลากร ผลิตภัณฑ์ และผลกำไรขององค์กร
เมื่อกล่าวถึงมาตรฐาน ISO 22301 สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ ความมั่นคงปลอดภัยและความยืดหยุ่นขององค์กรที่ทำให้องค์กรสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าองค์กรมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ ตระหนักถึงจุดที่เปราะบาง และมีแผนรับมือหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น นอกจากนี้ การกลับไปสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วจากการหยุดชะงักทางธุรกิจนั้น ก็จำเป็นต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงสิ่งที่มีความสำคัญต่อองค์กร มีแผนรับมือที่ปฏิบัติตามได้ง่าย และทำให้พนักงานรู้บทบาทของตนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ในการบรรลุวัตถุประสงค์ของมาตรฐาน ISO 22301 องค์กรจะต้องมีการพิจารณาจากมุมมองทางธุรกิจ ซึ่งได้แก่ การสนับสนุนวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน การปกป้องและเพิ่มพูนชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ และการสนับสนุนความยืดหยุ่นขององค์กร ส่วนการพิจารณาจากมุมมองทางการเงิน มีการพิจารณาในเรื่องการลดความเสี่ยงทางกฎหมายและการเงิน และการลดต้นทุนทางตรงและทางอ้อมของการหยุดชะงัก ส่วนการพิจารณาจากมุมมองกระบวนการภายใน มีการพิจารณาในเรื่องการปรับปรุงขีดความสามารถให้คงประสิทธิภาพระหว่างการหยุดชะงัก การแสดงให้เห็นถึงการควบคุมเชิงรุกของความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และการแก้ไขจุดที่ยังเป็นปัญหา เป็นต้น
ไอเอสโอได้พัฒนามาตรฐาน ISO 22301 ขึ้นมาเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ ทำสิ่งเหล่านั้นได้ทั้งหมด ดังนั้น จึงให้ความมั่นใจแก่ลูกค้า ซัพพลายเออร์ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ว่าพวกเขาไม่เพียงแค่เตรียมพร้อมสำหรับการหยุดชะงักของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเตรียมพร้อมรับมืออนาคตด้วย
ISO 22301 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 292, Security and resilience โดยมีเลขานุการคือ SIS ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสวีเดน
ที่มา:
โครงการ “แบตฯดี มีคืน” โดยศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า สถาบันยานยนต์ หน่วยงานผู้ให้บริการทดสอบแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ขอร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการที่เข้ารับบริการทดสอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มอก.3026-2563 (UN R100) และ แบตเตอรี่สำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้า มอก.2952-2536 (UN R136) กับสถาบันยานยนต์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 29 ธันวาคม 2566 มอบสิทธิประโยชน์ดังต่อไปนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://shorturl.asia/6sKGu
นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) นำทีมผู้บริหาร และบุคลากรของสถาบันฯ ร่วมกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรเพื่อประสานพลังในการดำเนินงานตามกลยุทธ์องค์กร เมื่อวันที่ 2 – 3 มีนาคม 2566 ณ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง และเยี่ยมชมการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ณ ชุมชนปากน้ำประแส และเรียนรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญ ณ สวนพฤกษศาสตร์ระยอง โดยนายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรี ตำบลปากน้ำประแส และนายวัชนะ บุญชัย หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ระยอง ให้การต้อนรับตามลำดับ

ติดต่อสอบถาม
💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36
กิจกรรมมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (ASEAN MICE Venue Standard : AMVS) ปี 2566
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ได้มีการจัดทำมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมสถานที่จัดงาน อันได้แก่ มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย (TMVS) (ประเภทห้องประชุม ประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้า ประเภทสถานที่จัดกิจกรรมพิเศษ) และมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (AMVS) ซึ่งการจัดทำมาตรฐานต่าง ๆ ข้างต้นได้ดำเนินการโดยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน ตั้งแต่ปี 2560 แล้ว จำนวนทั้งสิ้น 100 แห่ง จากทั่วประเทศ
อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิเพื่อสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สถาบันฯ) เป็นสถาบันภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม มีหน้าที่สนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีมาตรฐานระบบการจัดการที่ทัดเทียมกับสากล สถาบันฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมตรวจประเมินมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน (AMVS) ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความน่าเชื่อถือ เพื่อตอบสนองหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นและเสริมสร้างการยอมรับในระดับสากล
** ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดกิจกรรมสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
แผนก Business Excellence Section ฝ่าย Sustainable Development Service Department
– คุณสุคนธวรรณ หวานแก้ว โทร 0-2617-1727 ต่อ 210 : [email protected]
– คุณพรศิริ สุพัฒน์ โทร 0-2617-1727 ต่อ 213 : [email protected]