สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) ซึ่งให้บริการเคียงคู่อุตสาหกรรมไทย และมีความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นใจให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนมีความสามารถในการดำเนินงานเพื่อก้าวสู่ความยั่งยืน ได้ดำเนินงานครบรอบ 25 ปี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2566 เนื่องในโอกาสนี้ นางชุตาภรณ์  ลัมพสาระ ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ  นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันฯ อดีตผู้อำนวยการสถาบันฯ  คณะผู้บริหารและพนักงานสถาบันฯ ได้ร่วมทำบุญเลี้ยงพระและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566 ณ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อาคารยาคูลท์ สนามเป้า

_DSC0088 OK copy

MASCI Executives_25th Anniver OK copy

_DSC9986 OK copy

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) โดยนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันฯ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ร่วมแสดงความยินดีกับโรงงานผลิตน้ำบางเขน การประปานครหลวง ที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย ตามมาตรฐาน มอก. 45001-2561 (ISO 45001:2018) จาก MASCI ณ ตึกอำนวยการ โรงงานผลิตน้ำบางเขน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566

การประปานครหลวง (กปน.) โดย นายพรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ ผู้ช่วยผู้ว่าการ (ระบบผลิตน้ำ) และนายมนวรรธน์ ปรีชาชน ผู้อำนวยการฝ่ายโรงงานผลิตน้ำบางเขน ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย ตามมาตรฐาน มอก. 45001-2561 (ISO 45001:2018) ขอบข่าย การผลิตน้ำประปา ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของฝ่ายโรงงานผลิตน้ำบางเขน ในการประยุกต์ข้อกำหนดมาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย เพื่อส่งเสริมศักยภาพขององค์กร สนับสนุนการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ คือ “เป็นองค์กรสมรรถนะสูงที่ให้บริการงานประปา มีธรรมาภิบาล และได้มาตรฐานในระดับสากล”

S__61333604_0 copy

MASCI  ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้ของฝ่ายโรงงานผลิตน้ำบางเขน การประปานครหลวง ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินการตามเป้าหมายขององค์กร คือ “เป็นองค์กรชั้นนำที่ให้บริการงานประปา ที่มีคุณภาพตอบสนองความต้องการของสังคม” อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจในคุณภาพน้ำประปาว่ามีคุณภาพได้มาตรฐานสามารถดื่มได้ทุกพื้นที่ และเพิ่มศักยภาพการทำงานขององค์กรให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) ได้รับมอบหมายจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (TPQI หรือ สคช.) ให้จัดการสัมมนา “Reskill Upskill New skill ตอบโจทย์แรงงานไทยในอนาคต” เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ เข้าสู่มาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 ปี 2566 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานสัมมนา “Reskill Upskill New skill ตอบโจทย์แรงงานไทยในอนาคต”  และมอบโล่เกียรติคุณจาก สคช. ให้แก่องค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการรับรองบุคลากร จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และบริษัท แม็คเวท จำกัด ในนามโรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก และนายเอกนิติ รมยานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ให้เกียรติมอบใบรับรองระบบงานหน่วยรับรองบุคลากรให้แก่องค์กรที่ได้รับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17024 จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์การศึกษาด้านการสื่อสารและการบริการครบวงจร 2) มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต สถาบันพัฒนาบุคลากรการบิน และ 3) ศูนย์รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ เกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิน้ำเพื่ออีสาน โดยมีนางสาววรชนาธิป จันทนู รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ สคช. เป็นผู้กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการดังกล่าว

_DSC9728 copy

ในการสัมมนาครั้งนี้ มีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “การรับรองสมรรถนะบุคลากรกับการยอมรับในระดับสากล” โดย นางสาวบุษบา แซ่ลิ้ม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการรับรองระบบงาน สมอ., การเสวนาในหัวข้อ “TPQI New Business Model สำหรับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ” โดย นางสาวโอมิกา บุญกัน ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ นางสาวพรภัทรา ฉิมพลอย รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักขับเคลื่อนภารกิจพิเศษ นายกฤษฎา ผาทอง หัวหน้ากลุ่มงานสำนักรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ และนางจุรีพร บุญ-หลง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายบริการเทคนิค MASCI ร่วมการเสวนา นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “ยกระดับสมรรถนะแรงงานไทยด้วยการ Re-skill Up-skill และ New skill” โดย คุณอภิวัจน์ พิเศษไพศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแม็คเวท จำกัด และประธานกรรมการบริหารเครือโรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก ดร. เหมือนฝัน คงสมแสวง อาจารย์ประจำหลักสูตรนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และนางปริยดา พยุงธรรม ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายบริการเทคนิค MASCI ร่วมการเสวนา

_DSC9616 copy

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรข้อกำหนดด้านคุณภาพและความสามารถตามมาตรฐาน ISO 15189: 2022 และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO 15190: 2020 สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ให้แก่บุคลากรโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสาธารณะ และเป็นการสนับสนุนความรู้ทางวิชาการให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ของไทย

442939_0 copy

MASCI โดยวิทยากรจากแผนกบริการฝึกอบรม ฝ่ายบริการเทคนิค ได้บรรยายให้ความรู้และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มงานพยาธิวิทยากายวิภาค กลุ่มงานพยาธิวิทยาคลีนิคและเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 2 รุ่น (รุ่นที่ 1 วันที่ 10 – 11 สิงหาคม 2566 และรุ่นที่ 2 วันที่ 24 – 25 สิงหาคม 2566) รวม 85 คน ในหลักสูตรข้อกำหนดด้านคุณภาพและความสามารถตามมาตรฐาน ISO 15189: 2022 และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO 15190: 2020 สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์

S__54534182_0 copy

MASCI มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลราชวิถีให้มีความรู้ความเข้าใจตามมาตรฐานสากลดังกล่าว และสามารถเตรียมความพร้อมในการขอรับรองห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ในโอกาสต่อไป

442936_0 copy

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

 

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB หรือ สสปน.) ได้จัดการประชุม Special Meeting on ASEAN MICE Venue Standard (AMVS) on the revision for Meeting Room Category ในรูปแบบ Hybrid Meeting โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับคู่มือมาตรฐานสถานที่จัดงานอาเซียน ASEAN MICE Venue Standard (AMVS) ประเภท Meeting Room รวมทั้งทำให้คู่มือมาตรฐานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมไมซ์และได้รับการยอมรับในระดับสากลมากขึ้น

1 (346)_0 copy

ซึ่งองค์ประกอบคณะผู้แทนประเทศไทย ได้แก่ คุณศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สสปน. ประธานการประชุม และคุณอรชร ว่องพรรณงาม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สสปน. หัวหน้าคณะผู้แทนประเทศไทย  ผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้แทนกรมการท่องเที่ยว ผู้แทนสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ผู้แทนวิทยาลัยนานาชาติ และผู้แทนมหาวิทยาลัยบูรพา

1 (375)_0 copy

MASCI จัดการฝึกอบรมหลักสูตร “Circular Economy (CE) Implementation Training: Product Verification for Plastic Packaging in Supply Chains” ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทวนสอบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ (Circular Economy – Product Verification) สำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติกในโซ่อุปทานของประเทศ ภูมิภาค และองค์กรความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จ ไปยังภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง ให้แก่ผู้เข้าอบรมรวม 60 คน จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ของประเทศกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย

1 All CLMVT on stage copy

การฝึกอบรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพิเศษล้านช้าง-แม่โขง ภายใต้โครงการ “Industrial Capacity Building for GHG Emission Reductions to Reach Carbon Neutrality in the Mekong Region” โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานอุปถัมภ์ (Proponent Agency)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมของประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง ในการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในห่วงโซ่อุปทาน นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 11: ชุมชนและเมืองที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 12: สร้างความมั่นใจในการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน และเป้าหมายที่ 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมในการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน และสามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าโลก (Global Value Chain) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2 Rep or PRC_The President and Team copy

การฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศในภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง และประเทศจีน เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

3 While Training 1 copy

MASCI Trained on CE Product Verification for Plastic Packaging in Supply Chains

MASCI organized “Circular economy (CE) Implementation Training: Product Verification for Plastic Packaging in Supply Chains” from August 7 to 11, 2023, at The Berkeley Hotel Pratunam. The training aimed to transfer knowledge on CE product verification from successful cases in countries, regions, and international organizations to Mekong Region countries, including Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam, and Thailand.

A total of 60 participants from government agencies, private sector, and educational institutions of the mentioned countries attended the training. The training was financially supported by the Lancang-Mekong Cooperation Special Fund under the project “Industrial Capacity Building for GHG Emission Reductions to Reach Carbon Neutrality in the Mekong Region.” The Office of Industrial Economics, Ministry of Industry, served as the Proponent Agency.

4 While Training 2 copy

The objective of the training was to enhance the industrial competitiveness of Mekong Region countries by applying CE concepts in the supply chains, leading to the accelerated achievement of Sustainable Development Goals (SDGs). Specifically, the training focused on SDG 11: Sustainable Cities and Communities, SDG 12: Responsible Consumption and Production, and SDG 13: Climate Action. These goals align with the Ministry of Industry’s policy in promoting sustainable industries and efficiently linking with the global value chain.

The training was a significant step towards driving the CE in cooperation among Mekong Region countries and China, aiming for sustainable growth in the future.

ชีลา เล็กเก็ตต์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสภาพภูมิอากาศของประเทศแคนาดา และเป็นผู้นำด้านมาตรฐานเพื่อความยั่งยืน ได้กล่าวไว้ว่า โลกของเรายังมีความหวังที่จะบรรลุเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน เนื่องจากไอเอสโอได้ก้าวไปสู่บนเส้นทางที่ถูกต้องของการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศแล้ว

ชีลา เล็กเก็ตต์ จะมาแบ่งปันประสบการณ์ว่าเรื่องของความยั่งยืนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากการที่ได้เข้าไปรับผิดชอบงานในด้านนี้ รวมทั้งบทบาทของไอเอสโอในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่ชีลา เล็กเก็ตต์ ได้ก้าวเข้าไปสู่การทำงานที่เป็นหัวใจของมาตรฐานและนโยบายด้านความยั่งยืน เธอมองว่ามันเป็นการอภิปรายที่เปลี่ยนจากการสังเกตเชิงรับ เช่น การประเมินความสำคัญของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างฝนกรด มาเป็นแนวทางเชิงรุกเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น   เธอได้ก้าวเข้ามาทำงานที่ไอเอสโอจากอาชีพด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม และการบริการสาธารณะด้วย และในฐานะผู้ควบคุมกับคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติของแคนาดาเมื่อช่วงต้นปี 2553 (ค.ศ.2010) ซึ่งได้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมที่ทำการพิจารณาเรื่องราวต่างๆ ก็ได้พบว่ามีการพิจารณาประเด็นต่างๆ ดังกล่าวและมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง  เธอเริ่มชื่นชอบเรื่องของมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

สำหรับชีลา เล็กเก็ตต์แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องไม่ละเลยเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและใช้ความพยายามไปกับเรื่องของความยั่งยืน  เธอกล่าวว่าระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ได้มุ่งเน้นที่สิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องราวและแง่มุมอื่นๆ ทางสังคมอีกด้วย  โดยมีการสะท้อนถึงทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงภายในไอเอสโอและสังคมในวงกว้างมากขึ้น ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความคิดที่กว้างขวางขึ้น

ปัจจุบัน ชีลา เล็กเก็ตต์ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการการจัดการสิ่งแวดล้อมของไอเอสโอ ISO/TC 207 และเช่นเดียวกับบทบาทในกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแคนาดา  ทำให้มีความพยายามเร่งด่วนในการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ไอเอสโอได้ทุ่มเทให้กับประเด็นปัญหาเหล่านั้นโดยรวมเข้าไว้ในกลยุทธ์ 2030 ซึ่งสร้างขึ้นจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เชื่อมโยงถึงกันขององค์การสหประชาชาติ และเมื่อปี 2564 (ค.ศ.2021) ไอเอสโอได้ประกาศความตั้งใจที่จะร่วมต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปฏิญญาลอนดอนด้วยการผลักดันให้มีการนำมาตรฐานไปใช้งาน

ชีลา เล็กเก็ตต์ กล่าวว่าการที่ไอเอสโอร่วมต่อสู้ที่กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปฏิญญาลอนดอนนั้นมีความสำคัญมากซึ่งทำให้โลกรับรู้ว่าไอเอสโอมีบทบาทในเรื่องนี้ และปัจจุบัน  หลายประเทศตกอยู่ในสถานการณ์ต่าง ๆ อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัจจัยอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้ว่าจะมีการทำงานร่วมกันได้อย่างไรนอกเหนือจากการมีแพลตฟอร์มที่รวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อใช้งานได้

การทำงานร่วมกันต้องสามารถทำงานร่วมกันได้แบบองค์รวม และมีเรื่องราวที่ผู้คนสามารถเข้าใจได้และมีความเกี่ยวข้องเป็นต้นว่า ถ้าทำลำดับหนึ่ง สอง สามแล้วก็จะอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องเพื่อบรรลุเป้าหมาย

ภายใต้สถานการณ์เหล่านั้น คณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 207 ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะอนุกรรมการการจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อจัดทำกรอบการทำงานที่เชื่อถือได้สำหรับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ

ในมุมมองของชีลา เล็กเก็ตต์  ไอเอสโอมีมาตรฐานทั้งหมดที่จำเป็นในการสนับสนุนวาระสภาพภูมิอากาศอยู่แล้ว แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือหาวิธีจัดกลุ่มมาตรฐานที่ส่งเสริมให้มีการใช้งานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งยังมีร่างมาตรฐานใหม่ในสาขานี้ที่ต้องทำทั้งหมดอีกจำนวนหนึ่งด้วย

ชีลา เล็กเก็ตต์ ให้ความเห็นในฐานะคณะกรรมการวิชาการว่า ไอเอสโอมีมาตรฐานที่ยอดเยี่ยมอยู่มากมาย แต่ผู้คนจำนวนมากที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้มาตรฐานเหล่านั้นกลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอเอสโอมีอยู่จริง  ซึ่งจะต้องคิดหาวิธีที่จะทำให้มาตรฐานไอเอสโอมีการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในแง่ของภาษาที่เรียบง่าย และในแง่ของการแสดงประโยชน์ของการใช้มาตรฐาน ซึ่งต้องทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ง่าย

สำหรับความเร่งด่วนของการดำเนินการด้านสภาพอากาศถือเป็นความท้าทายสำหรับรัฐบาล บริษัท รวมทั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ชีลา เล็กเก็ตต์ มีความภาคภูมิใจในความรวดเร็วและทักษะที่คณะกรรมการวิชาการฯ สามารถทำได้ในการพัฒนามาตรฐานสำหรับการปรับตัวและการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ชีลา เล็กเก็ตต์ ยอมรับว่าเคยมีความกังวลจนนอนไม่หลับเพราะกลัวว่างานของไอเอสโอจะมีปัญหาที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้เพราะไม่สามารถตอบสนองได้เร็วพอ หรือไม่สามารถก้าวตามทันโลก แต่ว่าตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าไอเอสโอกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องอย่างทันการณ์ และยังคงเกี่ยวข้องกับความพยายามด้านความยั่งยืนด้วย

ชีลา เล็กเก็ตต์ ได้เล่าถึงความเป็นมาของไอเอสโอซึ่งถือกำเนิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อสร้างกรอบการทำงานสำหรับการค้าระหว่างประเทศ และยังคงมีบทบาทในการรวมกลุ่มกันอย่างเงียบๆ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่ากรอบการทำงานของไอเอสโอยังคงแข็งแกร่งอยู่ เพราะเราจะไม่สามารถสร้างไอเอสโอขึ้นมาใหม่ได้  ไอเอสโอได้ใช้เวลาหลายปีในการก่อตั้งมาตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งจะต้องดำเนินงานต่อไปอย่างเข้มแข็งให้สามารถบรรลุเป้าหมายเพื่อคนทั่วโลกให้ได้ซึ่งหมายความว่าไอเอสโอจะยังคงต่อสู้กับมหันตภัยภาวะโลกร้อนร่วมกับผู้คนทั่วโลกต่อไปให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030)

ที่มา:  https://www.iso.org/contents/news/2022/07/climate-expert-hopeful.html

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจคือต้องมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม  แต่ปัญหาของธุรกิจแต่ละประเภท แต่ละขนาดก็แตกต่างกันออกไป สำหรับปัญหาของธุรกิจขนาดเล็กหลายรายมักประสบปัญหาด้านการวางแผนกลยุทธ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว  มีข้อจำกัดด้านต้นทุน ด้านคุณภาพและปริมาณของบุคลากร การเข้าถึงเทคโนโลยี รวมทั้งการบริหารจัดการเวลา และเจ้าของกิจการบางรายอาจลงมือทำเองเกือบทุกเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนาดเล็กกลับมีข้อได้เปรียบมากกว่าในด้านการปรับตัวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างองค์กร การตลาด กระบวนการผลิต หรือผลิตภัณฑ์และบริการ เป็นต้น

ไอเอสโอเข้าใจและตระหนักถึงปัญหาเหล่านั้นของธุรกิจขนาดเล็กเป็นอย่างดี  ในภาวะที่ทั่วโลกประสบกับภาวะเศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้ ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อยืนหยัดและก้าวไปข้างหน้าให้ได้   อันที่จริงแล้ว มาตรฐานไม่ได้มีไว้สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น จะเห็นได้ว่าไอเอสโอให้ความสำคัญกับธุรกิจทุกประเภทรวมทั้งธุรกิจขนาดเล็กและเอสเอ็มอีโดยในการพัฒนามาตรฐาน จะคำนึงถึงธุรกิจทุกประเภทให้สามารถนำมาตรฐานไปใช้ได้เช่นเดียวกัน

จากข้อมูลของธนาคารโลก พบว่าวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก (MSMEs) ทั่วโลกมีจำนวนกว่า 90% ของบริษัททั้งหมด และคิดเป็น 70% ของการจ้างงานทั้งหมด สำหรับประเทศกำลังพัฒนา ธุรกิจขนาดเล็กเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงาน นอกจากนี้ ยังพบว่าการเติบโตของ GDP โดยรวมนั้นเป็นผลมาจากบริษัทที่มีผู้นำเป็นสตรีด้วย ซึ่งได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลอย่าง IWA 34, Women’s entrepreneurship ที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความน่าเชื่อถือและความมั่นใจ และแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดต่างประเทศ

อันที่จริงแล้ว ธุรกิจยังมีอะไรอีกมากที่ควรจะทำเพื่อการเติบโตต่อไป เช่นเรื่องของการมาตรฐานซึ่งไม่เพียงแต่ลดแรงเสียดทานเมื่อทำงานร่วมกับบริษัทอื่นเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมด้วย ซึ่งสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต โดยส่งผลอย่างมากต่อผลกำไร

มาตรฐานของไอเอสโอแต่ละมาตรฐาน แม้ว่าดูเหมือนจะไม่สามารถเข้าใจได้ในครั้งแรกที่อ่าน แต่เมื่อศึกษาอย่างถ่องแท้แล้วก็จะได้รับรายละเอียดแนวทางที่เหมาะสมที่สุดที่ผู้นำในอุตสาหกรรมทั่วโลกได้ตกลงกันไว้ ตัวอย่างเช่น การนำมาตรฐานการจัดการพลังงาน ISO 50001 ไปใช้ สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมาก ในขณะที่การนำมาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล ISO/IEC 27001 ไปใช้จะช่วยปกป้องธุรกิจจากภัยคุกคามด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่อาจทำลายล้างธุรกิจลงได้ เป็นต้น

Veriscan Security บริษัทผู้ให้บริการด้านการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสวีเดน มีบริการให้ลูกค้าสามารถนำมาตรฐาน ISO/IEC 27001 ไปใช้และรักษามาตรฐานเอาไว้ให้ได้ตั้งแต่หลายปีก่อน   ซึ่งแจน แบรนเซลล์ ซีอีโอของบริษัทและบรรณาธิการมาตรฐาน  ISO/IEC 27003 ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า เนื่องจากการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์หรือความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กรส่วนใหญ่ ในการนำมาตรฐานสากลไปใช้นั้นไม่เพียงแต่ทำให้มีโครงสร้างภายในที่ดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นฐานในการเชื่อมโยงกับองค์กรอื่น ๆ ด้วย ซึ่งหากองค์กรเหล่านี้ใช้ชุดมาตรฐาน ISO/IEC 27000 ด้วย ก็จะยิ่งช่วยสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นรวมถึงความโปร่งใสในการสร้างความปลอดภัยและความไว้วางใจที่ดีขึ้นร่วมกัน

ไอเอสโอเน้นว่าการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลจะช่วยให้มั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ ความสม่ำเสมอและการตรวจสอบย้อนกลับ เนื่องจากมาตรฐานไอเอสโออยู่บนพื้นฐานของวัฏจักรที่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้มาตรฐานเหล่านี้พัฒนาด้วยความก้าวหน้าต่อไปเพื่อตอบสนองความต้องการ เป้าหมาย และความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไป และมาตรฐานไอเอสโอหมายถึงความมีประสิทธิภาพ  และความไว้วางใจที่ช่วยให้ผู้บริโภค นักลงทุน และพันธมิตรสามารถสร้างความเชื่อมั่นในธุรกิจ สิ่งนี้เหล่ามีค่าอย่างยิ่งเมื่อ MSMEs พยายามที่จะเติบโตและแข่งขันในระดับมาตรฐานที่แข่งขันได้ซึ่งช่วยให้ MSME สามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ในตลาดต่างประเทศได้ ลูกค้าและองค์กรระหว่างประเทศจำนวนมากจะเลือกทำงานกับธุรกิจที่ใช้มาตรฐานสากลเท่านั้น

หาก MSMEs ถามว่าพวกเขาจำเป็นต้องใช้มาตรฐานสากลหลายๆ มาตรฐานหรือไม่  แน่นอน ไอเอสโอจะตอบว่าไม่ใช่ทุกมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ MSMEs แต่ธุรกิจขนาดเล็กจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าควรนำมาตรฐานสากลฉบับไหนไปใช้งานให้เป็นประโยชน์ต่อบริษัทมากที่สุด  ผู้ที่มุ่งเน้นการให้บริการฐานลูกค้าในพื้นที่ขนาดเล็กอาจพบว่ามีมาตรฐานเพียงเล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับงานของตน

อย่างไรก็ตาม ไอเอสโอแนะนำว่า MSMEs สามารถพิจารณามาตรฐานฉบับที่เหมาะสมกับองค์กรของตนเองเพื่อนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ISO 45001 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย  ISO 26000 แนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม  หรือแม้แต่ชุดมาตรฐาน ISO/IEC 27000 ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไอเอสโอก็มีแนวทางให้กับนักพัฒนามาตรฐานในการเขียนมาตรฐานที่คำนึงถึงความต้องการของ MSMEs อย่างแท้จริงด้วย ดังที่ปรากฏในมาตรฐาน ISO/IEC Guide 17, Guide for writing standards taking into account the needs of micro, small and medium-sized enterprises

ไอเอสโอเชื่อมั่นว่าเมื่อ MSME นำมาตรฐานสากลที่เหมาะสมกับองค์กรของตนเองไปใช้แล้ว จะมีส่วนสำคัญในการทำให้บริษัทสามารถก้าวข้ามปัญหาทางเศรษฐกิจและความท้าทายในรูปแบบต่าง ๆ ของโลกยุคใหม่ และก้าวสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ที่มา: https://www.iso.org/contents/news/2022/06/small-businesses-keeping-up-with.html  

นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ร่วมแสดงความยินดีกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการศูนย์ติดต่อลูกค้า (Customer Contact Centres) ISO 18295-1: 2017 ในขอบข่าย “การบริหารศูนย์ติดต่อลูกค้า” และรับเกียรติบัตรศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ระดับดีเด่น  ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 โดยการได้รับการรับรองระบบและเกียรติบัตรฯ นี้ อยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือในการบูรณาการการตรวจประเมินและรับรองตามมาตรฐาน ISO 18295-1: 2017 กับการประเมินตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกศูนย์รับเรื่องและแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภค (Call Center) ระดับดีเด่นของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

102804_0 copy

นพ. จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. ให้เกียรติรับมอบใบรับรองฯ และเกียรติบัตรฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ สปสช. ในการพัฒนาศักยภาพของสำนักบริการประชาชน (1330 Contact Center/สายด่วน สปสช.) ในการให้บริการด้านข้อมูลสิทธิและหน้าที่ รวมถึงการรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและหน่วยบริการ โดยมีการประยุกต์ข้อกำหนดของระบบการจัดการในการสร้างมาตรฐานการบริการและการจัดการองค์ความรู้ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีการบริหารระบบการให้บริการข้อมูลสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกองทุนที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการและผู้ที่เกี่ยวข้อง

MASCI ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของสำนักบริการประชาชน สปสช. ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 18295-1: 2017 และเกียรติบัตร Call Center ดีเด่นในครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จขององค์กรในการยกระดับมาตรฐานระบบการจัดการศูนย์ติดต่อลูกค้าสู่ความเป็นเลิศด้วยการให้บริการที่เป็นระบบ มีคุณภาพ และได้มาตรฐานสากล สามารถสร้างความพึงพอใจและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและหน่วยบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรด้วย

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และหน่วยงานภาคี ร่วมกันจัดงาน “มหกรรมการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ประจำปี 2566 (TRIUP Fair 2023)” ระหว่างวันที่ 18 – 19 กรกฎาคม 2566 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าพารากอน

S__2023438-copy

สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ  (MASCI) ในฐานะเป็นหนึ่งในกลไกสนับสนุนด้าน Regulations and Services ได้เข้าร่วมจัดกิจกรรมโดยให้บริการแนะนำการขอการรับรองตามมาตรฐานสากล (มาตรฐานไอเอสโอ และมาตรฐานอื่น ๆ รวมทั้งมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรม) การตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบด้านต่างๆ (GHG, Carbon Footprint และการดำเนินงานด้านความยั่งยืน) รวมถึงการฝึกอบรมมาตรฐานสากลและการบริหารจัดการ

A002_01010702_S019 copy

การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกลไกที่จะทำให้เกิดระบบการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ โดยกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรม และเจ้าของผลงานวิจัยได้ง่ายขึ้น และเป็นกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อน พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 ให้บรรลุเจตนารมณ์  ภายใต้แนวคิด “Journey to Impact” เส้นทางจากงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

TRIUP MASCI Booth copy

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36