เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมแคนทารี เบย์ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี กระทรวงอุตสาหกรรม (MOI) โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (OIE) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) จัดสัมมนาวิชาการแนวโน้มความเคลื่อนไหวของมาตรฐานและกฎระเบียบที่สำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งมาตรการ CBAM ที่ผู้ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป (EU) ต้องเตรียมจัดทำรายงานปริมาณคาร์บอนในกระบวนการผลิตที่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศซึ่งมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

LINE_ALBUM2 copy

นางสาวอังศุมาลิน ฉัตรสุวรรณวารี อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ได้กล่าวเปิดงานการสัมมนาในหัวข้อ “แนวโน้มความเคลื่อนไหวของมาตรฐานและกฎระเบียบที่สำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม – มาตรการ CBAM” ภายใต้โครงการสร้างระบบข้อมูลและองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระบบการจัดการและการเตือนภัย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 พร้อมทั้งชี้แจงว่าการเผยแพร่ข้อมูลแนวโน้มความเคลื่อนไหวของมาตรฐานและกฎระเบียบที่สำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือในการดำเนินงานอย่างบูรณาการของหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งในปีนี้มีประเด็นสำคัญระดับโลกและประเทศไทยจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) โดยเฉพาะผู้ส่งออกไทยที่ส่งสินค้าไปยังอียู ในกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า อลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย พลาสติก และไฮโดรเจนซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

LINE_ALBUM3 copy
ด้าน MASCI โดยนางกัสมา วารีรักษ์จรุงกิจ ผู้จัดการแผนกอาวุโส แผนก Business Excellence และ นางสาวสุวิมล เล็กสกุล หัวหน้านักวิชาการ แผนก Business Excellence ได้ร่วมเป็นวิทยากรให้คำแนะนำผู้ประกอบการเกี่ยวกับโครงการสร้างระบบข้อมูลและองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระบบการจัดการและการเตือนภัย (Intelligence Unit) และการสัมมนาในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.ธารทิพย์ พันธ์เมธาฤทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นวิทยากรในการบรรยายถึงภาพรวมของมาตรการสำคัญเพื่อมุ่งสู่ความเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และมาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียนที่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทยและห่วงโซ่คุณค่าโลก (Global Value Chain) รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมไทยในการเตรียมความพร้อมต่อระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป (EU Emission Trading System: EU ETS) และการใช้มาตรการ CBAM เพื่อปรับราคาของสินค้านำเข้าในตลาดสหภาพยุโรปที่สะท้อนถึงปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงในกระบวนการผลิตสินค้าด้วย

LINE_ALBUM4 copy

LINE_ALBUM5 copyติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

บทความ MASCIInnoversity เรื่อง “มาตรฐานสากลที่ส่งเสริมผู้สูงวัยใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย ตอนที่ 1” ได้กล่าวถึงสังคมโลกที่มีประชากรสูงวัยเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศซึ่งมีการให้ความสำคัญกับสังคมสูงวัย และทำให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความหมายร่วมกับลูกหลานและคนในสังคมได้ โดยไอเอสโอได้พัฒนามาตรฐาน ISO 25550, Ageing Societies – General requirements and guidelines for an age-inclusive workforce ขึ้นมา เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ นำไปใช้เพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของคนทุกรุ่นทุกวัย สำหรับบทความในครั้งนี้จะกล่าวถึงการพัฒนามาตรฐานของไอเอสโอสำหรับองค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงวัยหรือผู้ใหญ่ (รวมถึงผู้ดูแลเด็ก) ที่มีอาการเรื้อรังจากโรคภัย และมาตรฐานที่เป็นกรอบการทำงานสำหรับชุมชนที่มีผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม ดังต่อไปนี้

แน่นอนว่าเมื่อถึงเวลา ทุกคนก็ต้องก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัยเช่นกัน  และในการอยู่ร่วมกับสังคมสูงวัย  เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญและดูแลผู้สูงอายุซึ่งเราทุกคนมีบทบาทในการสนับสนุนผู้สูงอายุตามที่พวกเขาต้องการและสมควรจะได้รับ ผู้สูงอายุสามารถมีส่วนร่วมในการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นองค์กรต่างๆ ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย ต้องทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมประโยชน์จากการอยู่ร่วมกับผู้สูงวัยในสังคม

ปัจจุบัน ทั่วโลกกำลังดำเนินการดูแลระบบการดูแลสุขภาพเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลระยะยาวที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง และแม้ว่าสิ่งสำคัญคือจะต้องมั่นใจในการเข้าถึงการป้องกันโรค การรักษา และการฟื้นฟูอย่างเท่าเทียมกันในทุกช่วงวัยของชีวิต แต่การดูแลผู้ดูแลก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน สิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญของมาตรฐาน ISO 25551, Ageing societies — General requirements and guidelines for carer-inclusive organizations ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้ดูแลที่ทำงานในชุมชนเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการจ้างงานกับความรับผิดชอบในการดูแลผู้สูงวัยรวมทั้งการดูแลเด็กในระยะยาวอันเนื่องมาจากการเจ็บป่วยเรื้อรังด้วย

มาตรฐาน ISO 25551 จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ดูแลผู้ป่วยซึ่งทำให้องค์กรช่วยรักษาพนักงานที่มีทักษะเอาไว้ได้ สามารถสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงาน และทำให้พนักงานมีส่วนร่วมมากขึ้น

ไอเอสโอตระหนักดีว่านอกจากผู้สูงวัยจะต้องการมีสุขภาพดีแล้ว พวกเขาควรจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากกว่า “การไม่มีโรค” ซึ่งหมายความว่าจำเป็นต้องรักษาความสามารถในการทำงานได้ตลอดอายุขัยด้วย ลองนึกภาพดูว่าสังคมจะเป็นอย่างไร หากมีผู้สูงวัยที่ประสบปัญหาภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นจำนวนมากและชุมชนขาดการเตรียมความพร้อมเพื่อสังคม  ดังนั้น ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐาน ISO 25552, Ageing societies – Framework for dementia-inclusive communities โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่รวมถึงภาวะสมองเสื่อมเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุเป็นพลเมืองที่เป็นอิสระหรือไม่ต้องพึ่งพิงผู้อื่น  รู้สึกปลอดภัยและสบายใจพอที่จะเพิ่มความสามารถและมีส่วนร่วมในชุมชนของตนได้สูงสุด

มาตรฐาน ISO 25552 จะช่วยให้มีการปรับปรุงคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมในชุมชน ช่วยพัฒนาบริการที่มีคุณภาพสำหรับผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม  เพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรที่จำเป็นในการพัฒนาชุมชนที่มีผู้เป็นโรคสมองเสื่อมสร้างโอกาสใหม่สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดในชุมชนที่มีผู้เป็นโรคสมองเสื่อม รวมทั้งชุมชนได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนในเรื่องราวต่าง ๆ จากทุกคนรวมทั้งผู้ที่เป็นโรคสมองเสื่อมด้วย

สิ่งที่ไอเอสโอดำเนินการอยู่นี้ไม่ได้เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงวิกฤตที่เกิดขึ้นกับสังคมสูงวัย แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีการคิดเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาที่มีมาหลายชั่วอายุคนเพื่อสนับสนุนคนทุกรุ่นทุกวัยให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี เมื่อเราทำลายสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่าง ๆ ลงได้แล้ว เราก็จะสามารถเปลี่ยนชุมชนของเราให้เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตและก้าวสู่การเป็นผู้สูงอายุได้อย่างสง่างาม เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อทั้งตนเอง ชุมชนและสังคมต่อไป

ที่มา:  https://www.iso.org/news/society-for-all-ages.html

ปัจจุบัน ทั่วโลกกำลังมีประชากรผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมา หลายประเทศได้ก้าวสู่สังคมสูงวัยมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี อิตาลี และฟินแลนด์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ประชากรโลกที่มีอายุเกิน 65 ปีจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) ส่วนเด็กอายุไม่เกิน 5 ปีจะมีจำนวนมากกว่าผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยที่พบว่าเป็นไปได้ที่คนเราสามารถมีอายุยืนยาวได้ราว 150 ปี และนับจนถึงปัจจุบัน บุคคลที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลกเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 122 คน และในญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวมีผู้อายุครบรอบ 100 ปีมากกว่า 44,000 คนเมื่อปี 2553 (ค.ศ.2010)

เคยมีคนกล่าวว่าอายุยืนเป็นพรอย่างหนึ่งซึ่งหลายคนไม่อยากได้ เพราะไม่แน่ใจว่าหากมีอายุยืนขนาดนั้นแล้วจะยังมีความสุขดีอยู่หรือไม่ แต่เชื่อหรือไม่ว่าผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตตามปกติอย่างมีความสุขได้ หลายประเทศเป็นตัวอย่างที่สามารถยืนยันในเรื่องนี้ แต่ในหลาย ๆ ประเทศ มีความท้าทายในการก้าวข้ามอุปสรรคด้านความสามารถในการใช้ชีวิตและการมีส่วนร่วมในสังคม ซึ่งไอเอสโอได้เข้ามาเติมเต็มความปรารถนาของผู้คนในส่วนนี้แล้วด้วยการพัฒนามาตรฐานที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสังคมที่ผู้สูงวัยทั่วโลกสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมายร่วมกับลูกหลานและคนในสังคม

บ่อยครั้ง ผู้สูงวัยมักถูกมองว่ามีค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงเกินไปในการใช้ชีวิต และสังคมก็ไม่ได้ใช้โอกาสในการผสานเอาภูมิปัญญาที่พวกเขาเหล่านั้นมีอยู่จากการผ่านประสบการณ์ร้อนหนาวมาอย่างยาวนานแล้วส่งผ่านไปยังคนรุ่นต่อไปได้  และยังถูกมองว่าเป็นพวกต่อต้านการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ชอบเทคโนโลยี ทั้งที่ความจริงแล้ว ความรู้และประสบการณ์ของผู้สูงวัยคือสิ่งที่มีคุณค่ามากและเป็นประโยชน์ต่อสังคม  นอกจากนี้ บางครั้งยังถูกมองข้ามว่าเป็นกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงมากด้วย

เพื่อความเท่าเทียมกันของคนทุกวัย

การต่อสู้ในยุคที่มีสังคมสูงวัยมากขึ้นทั่วโลกมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสร้างโลกที่เท่าเทียมกันมากขึ้น สิทธิและศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะมีอายุเท่าใด จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องต่อผู้สูงวัยจำเป็นต้องได้รับการเยียวยา ด้วยเหตุนี้เอง ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐานพร้อมแนวทางแก้ไขเพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านั้นซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC314, Aging Societies  ซึ่งแร ดูลมาจ หนึ่งในผู้ประสานงานร่วมของคณะกรรมการวิชาการนี้ เชื่อมั่นว่าระบบสุขภาพและการดูแลระยะยาวจะต้องสอดคล้องกันเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมสูงอายุได้

เขากล่าวว่าการมุ่งเน้นที่ความสามารถที่แท้จริงของผู้สูงอายุและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของพวกเขาไว้เป็นหัวใจสำคัญ เราสามารถให้การดูแลที่ดีที่สุดแก่ผู้สูงวัยซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขาอย่างแท้จริง เรื่องส่วนตัวที่น่าทึ่งอย่างหนึ่งของเขาคือ เขาได้เริ่มออกกำลังกายแบบเข้มข้นซึ่งผสมผสานกันระหว่างยิมนาสติก แอโรบิก และเวทเทรนนิ่งที่เรียกว่า CrossFit ในตอนที่มีอายุ 66 ปีด้วย

สำหรับการทำงานของคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 314 ต้องการให้ชุมชนมารวมตัวกันในประเด็นด้านสุขภาพ การประกันสังคม การเข้าถึงได้ และทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนจากผู้อาวุโสของเราซึ่งสามารถมอบให้พวกเราได้  และเราจำเป็นต้องมีระบบที่ตระหนักถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมต่างๆ และปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความเคารพด้วย

แร ดูลมาจ กล่าวเสริมว่า ด้วยเหตุนี้ ความพยายามของคณะกรรมการวิชาการฯ จึงมุ่งเน้นไปที่ความกลมเกลียวกันในสังคม ซึ่งรวมถึงการรวมกลุ่มและการไม่เลือกปฏิบัติ ผลลัพธ์ที่ได้คือ มาตรฐานที่คณะกรรมการวิชาการพัฒนาขึ้นมาซึ่งจะช่วยให้ชุมชนพูดภาษาเดียวกับประชากรสูงอายุของเรา เพื่อให้เราทุกคนสามารถหาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการของผู้สูงวัย และคนทุกวัยสามารถอยู่ร่วมกันได้

แนวโน้มของการสูงวัยประการหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือเราสามารถเห็นพนักงานทั้ง 5 ชั่วอายุคนได้ในที่ทำงานหลายแห่ง ซึ่งดร.มาร์ติน ไฮด์ รองศาสตราจารย์ด้านศาสตร์เกี่ยวกับการสูงวัย (Gerontology) แห่งมหาวิทยาลัยสวอนซี ประเทศอังกฤษ ได้กล่าวว่า คนทำงานที่มีอายุมากมีแนวโน้มไม่มากนักที่จะก้าวไปข้างหน้าจากการฝึกอบรมขององค์กร  พวกเขาไม่ค่อยมีโอกาสที่จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรเหล่านั้นด้วยข้อสมมติฐานที่ว่าพวกเขากระตือรือร้นน้อยกว่าหรือสามารถเรียนรู้ได้ช้ากว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีหากมีคนคิดแบบนั้น  แต่จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีกถ้าพวกเขาเริ่มเชื่อเรื่องนี้อย่างจริงจังจนทำให้ความเชื่อนั้นกลายเป็นความจริง ซึ่งหมายความว่าผู้สูงวัยถูกกีดกันไม่ให้ทำงานหรือใช้วิชาความรู้และประสบการณ์ของตนเองได้อย่างเต็มที่

ดร.มาร์ติน ไฮด์ กล่าวต่อไปว่าเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของคนทุกรุ่น นายจ้างและรัฐบาลต้องยอมรับและให้โอกาสที่เท่าเทียมกันสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่มีอายุมากกว่าซึ่งองค์กรต่างๆ สามารถใช้มาตรฐาน ISO 25550, Ageing Societies – General requirements and guidelines for an age-inclusive workforce เพื่อรักษาความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและรับรองว่าพนักงานของตนครอบคลุมคนทุกช่วงวัย  และเราต้องตระหนักถึงคุณค่าของประชากรสูงอายุโดยฟังเสียงสะท้อนของพวกเขาในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งต้องรวมหลักการเหล่านั้นเข้าไว้ด้วยกัน

ผู้ปฏิบัติงานที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีบทบาทมากในสังคมสูงวัยก็คือผู้ที่ดูแลผู้สูงวัยนั่นเอง  ไอเอสโอได้พัฒนามาตรฐานสำหรับองค์กรที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงวัยหรือผู้ใหญ่ที่มีอาการเรื้อรังจากโรคภัยหรือมีความบกพร่องทางสติปัญญา (รวมไปถึงผู้ที่อยู่ในความดูแลของผู้สูงอายุด้วย) รวมถึงผู้ที่รับการดูแลเด็กในระยะยาวในทำนองเดียวกับผู้ใหญ่ (เด็กที่มีภาวะโรคเรื้อรัง บกพร่องทางประสาทสัมผัส หรือบกพร่องทางร่างกาย) ซึ่งจะกล่าวถึงรายละเอียดในบทความครั้งต่อไปค่ะ

ที่มา:

  1. https://www.iso.org/news/society-for-all-ages.html
  2. https://www.bangkokbiznews.com/social/980466

นายธีรกุล บุญยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายทวนสอบด้านความยั่งยืน สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) นำทีมผู้บริหารและบุคลากร MASCI ผู้บริหารและบุคลากรสถาบันพลาสติก (PITH) และนักวิจัยจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) เข้าศึกษาดูงานด้านการจัดการขยะ ณ หมู่บ้านเอื้ออาทรระยองวังหว้า ชุมชนต้นแบบระดับประเทศด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 โดยมีนายสายัณห์ รุ่งเรือง ผู้นำชุมชนให้การต้อนรับ

การจัดการขยะของหมู่บ้านเอื้ออาทรระยองวังหว้า เป็นแบบอย่างด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีความสมบูรณ์ และเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ ดำเนินการโดยผู้นำชุมชนร่วมกับชาวบ้าน ร้านค้า และโรงเรียนในชุมชน โดยไม่ต้องพึ่งพิงงบประมาณจากภาครัฐ การจัดการขยะเริ่มตั้งแต่การตกลงไม่ใช้กล่องโฟมภายในชุมชน มีการกำหนดให้ชุมชนแยกขยะเป็น 4 ประเภท คือ 1. ขยะทั่วไปที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ และไม่เป็นพิษ  2. ขยะรีไซเคิล 3. ขยะอันตราย และ
4. ขยะอินทรีย์ ซึ่งในส่วนของขยะรีไซเคิล เช่น ขวดพลาสติก แก้ว ถุง ชาวบ้านในชุมชนจะรวบรวมและนำไปขายโดยคำนวณเป็นมูลค่า และตอบแทนเป็นสินค้าอุปโภค บริโภคในราคาต้นทุนให้แก่ชาวบ้าน  จากนั้นจะนำขยะที่รับซื้อจากชาวบ้านไปขายต่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป

wangwa-pic2

สำหรับการจัดการขยะในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะแล้ว ยังช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้จากการขายขยะ เกิดการจ้างงานคนพิการ ผู้สูงอายุ ในการคัดแยกและจัดการขยะให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมก่อนส่งให้โรงงาน  รวมทั้งชุมชนได้มีการนำขยะจากขวดพลาสติกไปทำการหลอม ผลิตเป็นเส้นหวายเทียม และนำไปผลิตสินค้าหัตถกรรม เช่น กระเป๋า ตระกร้าสาน เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าจากวัสดุรีไซเคิล และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน  นอกจากนี้ ขยะบางส่วนยังนำไปหลอมและผสมกับวัสดุประเภทปูน ทราย เพื่อทำอิฐบล็อคอีกด้วย ส่วนขยะอินทรีย์ประเภทเศษอาหาร มีการนำไปเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ ทำน้ำหมักชีวภาพให้ชุมชนใช้ฟรี และทำปุ๋ยอินทรีย์ และนำไปใช้ทั้งภายในชุมชน และนำไปขายเพื่อสร้างรายได้อีกด้วย ซึ่งการจัดการขยะของชุมชนเอื้ออาทรระยองวังหว้าที่มีความเข้มแข็งและโดดเด่นเช่นนี้ ทำให้ชุมชนได้รับรางวัลชุมชนต้นแบบระดับประเทศด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ในปี พ.ศ. 2563

wangwa-pic1

ผลจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ ทีม MASCI, PITH และ NIDA จะนำไปประยุกต์ใช้ในคู่มือการปฏิบัติ (Guideline Handbook) ด้านการทวนสอบผลิตภัณฑ์พลาสติก CE ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อใช้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศลุ่มน้ำโขง ภายใต้โครงการ “เสริมสร้างสมรรถนะด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในภูมิภาคแม่โขง-ล้านช้าง: การทวนสอบผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์พลาสติกในห่วงโซ่อุปทาน (Circular Economy Capability Building in the Lancang-Mekong Region: Product Verification of Plastics Packaging in Supply Chains)” ต่อไป

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) เข้าร่วมพิธีประกาศเจตนารมณ์ในการยกระดับการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) พร้อมด้วยพันธมิตรจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการการส่งเสริม SME ในงาน SME Day 2023 “รวมพลังโต” จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ณ เพิร์ลโดม อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566

2 SME Day 2023

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สสว. ได้แถลงผลการบูรณาการเพื่อขับเคลื่อน SME ไทย เนื่องในวัน SME Day ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้เป็นวันที่ 27 มิถุนายนของทุกปี โดยการจัดงาน SME Day 2023 “รวมพลังโต” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม ผู้ประกอบการ SME ให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ มีการกระจายความเจริญและลดความเหลื่อมล้ำตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือ ของ สสว. กับพันธมิตรภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 46 องค์กรรวมทั้ง MASCI โดยมีการบูรณาการการส่งเสริม SME จากการจัดกิจกรรมและโครงการในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและช่วยพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการ MSME ผ่านเว็บไซต์ www.smeone.info, SME ACCESS, SME Connext  การจัดทำมาตรการลดต้นทุนธุรกิจให้ SME ผ่านระบบ BDS (Business Develpoment Service) รวมถึงการจัด Talk show และเสวนาในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับผู้ประกอบการ MSME ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ

3 SME Day 2023

MASCI ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ MSME และได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ สสว. ในการสนับสนุนมาตรการให้ความช่วยเหลืออุดหนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม “SME ปัง ตังได้คืน” ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาข้อมูลกลางผ่านเว็บไซต์ SME ONE เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้ เชื่อมต่อบริการ ตลอดจนกิจกรรมและโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนา SME

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก และเพื่อบรรเทาปัญหานี้ องค์กรต่างๆ สามารถพิจารณาเลือกเครื่องมือที่มีอยู่แล้วไปใช้ในการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดประสิทธิผลได้ รวมทั้งเครื่องมือที่เรียกว่า “การประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์” หรือ LCA (Life Cycle-Assessment)

LCA เป็นกระบวนการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของผลิตภัณฑ์และบริการ เริ่มตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การบริโภค และการจัดการผลิตภัณฑ์หลังจากสิ้นสุดอายุการใช้งาน ทำให้สามารถประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมได้ เช่น การปล่อยมลพิษสู่อากาศ น้ำ และดิน (CO2, BOD, ขยะมูลฝอย) และการใช้ทรัพยากรที่ก่อให้เกิดภาระต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

LCA ได้รับการพัฒนาเป็นมาตรฐานแล้วโดยอยู่ในชุดมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมของไอเอสโอหลายฉบับ ซึ่งจะกล่าวถึงมาตรฐาน LCA ที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย จำนวน 4 ฉบับ ดังต่อไปนี้

  1. ISO 14040, Environmental management – Life cycle assessment – Principles and framework เป็นมาตรฐานที่กล่าวถึงหลักการนิยาม ศัพท์ และกรอบการดำเนินการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
  2. ISO 14044, Environmental management – Life cycle assessment – Requirements and guidelines เป็นมาตรฐานที่ให้แนวทางการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์และการศึกษาบัญชีรายการวัฏจักรชีวิตหรือ LCI (Life Cycle Inventory)
  3. ISO/TS 14071, Environmental management – Life cycle assessment – Critical review processes and reviewer competencies: Additional requirements and guidelines to ISO 14044 เป็นข้อมูลทางวิชาการที่ให้ข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับมาตรฐาน ISO 14040 และ ISO 14044 โดยกำหนดแนวทางในการทบทวนและวิเคราะห์จุดที่สำคัญของการวิเคราะห์วัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
  4. ISO/TS 14048, Environmental management – Life cycle assessment – Data documentation format เป็นมาตรฐานที่มีโครงสร้างสำหรับรูปแบบเอกสารข้อมูลเพื่อใช้ในการจัดทำเอกสารที่โปร่งใสและชัดเจน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) และบัญชีรายการวัฏจักรชีวิต (LCI) ซึ่งทำให้การจัดทำเอกสารข้อมูลเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

องค์กรที่มีการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (LCA) จะมีความรู้เชิงลึกและรอบด้านในผลิตภัณฑ์ของตนเอง ทำให้องค์กรสามารถประหยัดวัตถุดิบและพลังงาน มีหลักในการตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรที่มีคุณภาพ สามารถลดของเสียที่จะเกิดขึ้นในขั้นตอนต่างๆ ทำให้การบำบัดมลพิษมีต้นทุนน้อยลง ช่วยลดปริมาณและการสะสมความเป็นพิษที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ยกตัวอย่างองค์กรชั้นนำอย่างกลุ่มบริษัทบีเอ็มดับเบิลยูก็ได้เลือกใช้การประเมินวัฏจักรชีวิตเต็มรูปแบบในกระบวนการผลิตรถยนต์ BMW i3 BEV โดยใช้มาตรฐาน ISO 14040 และ  ISO 14044 ซึ่งค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่นี้ได้คิดค้นนวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อนได้จากทีมงานด้านความยั่งยืนของบริษัทด้วยการประเมินวัฏจักรชีวิตอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เข้าใจภาพรวมของสิ่งแวดล้อมทั้งหมดอย่างชัดเจนโดยใช้มาตรฐานทั้งสองฉบับช่วยในการติดตามและบรรลุเป้าหมาย

สำหรับองค์กรที่ต้องการประเมินวัฏจักรชีวิตของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทบีเอ็มดับเบิลยูได้ให้คำแนะนำว่าให้ทำการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงปลายทางสุดท้าย เปรียบเสมือนการทำโครงการตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเชิงตะกอน ซึ่งต้องมีการทำงานอย่างเป็นระบบและใช้เวลาในการดำเนินงานอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ องค์กรสามารถขอความช่วยเหลือจากที่ปรึกษาภายนอกเพื่อให้สามารถเดินตามแนวทางของโครงการขององคกรได้อย่างถูกต้อง

ที่มา :   

  1. https://www.iso.org/news/2014/07/Ref1864.html
  2. https://adeq.or.th/lca-life-cycle-assessment-lca/

นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) ร่วมเป็นวิทยากรช่วง Mini Talks เรื่อง “เพิ่มเทคโนโลยี-Productivity-ระบบคุณภาพ ดันอุตสาหกรรมสิ่งทอสู่ความยั่งยืน” ภายในงานสัมมนา GFT FORUM 2023 หัวข้อ “พลิกโฉมอุตสาหกรรมสิ่งทอสู่อนาคตที่ยั่งยืน CHANGE FOR BETTER: SUSTAINABILITY IN THE TEXTILE INDUSTRY” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (OIE) ร่วมกับสถาบันสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

gft-forum-2023-pic1

การจัดสัมมนาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทราบถึงแนวคิดและการต่อยอดองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอให้สามารถไปประยุกต์ใช้งานได้จริง พร้อมกับสามารถเตรียมความพร้อมด้านการผลิตตามแนวคิดการผลิตยุคใหม่ โดยมีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งภายในงานสัมมนาดังกล่าว ได้มีการจัดเสวนาช่วง Mini Talks เรื่อง “เพิ่มเทคโนโลยี-Productivity-ระบบคุณภาพ ดันอุตสาหกรรมสิ่งทอสู่ความยั่งยืน” โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ประกอบด้วย ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และนายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทั้งในด้านการเพิ่มผลิตภาพ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีระบบการบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพจนสามารถพัฒนาการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนได้

gft-forum-2023-pic2 gft-forum-2023-pic3


ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) ได้มอบประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรม ISO 56002:2019 ให้แก่ ดร.สุพจน์  ชินวีระพันธุ์ ผู้อำนวยการสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท. โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 หน่วยงาน ร่วมแสดงความยินดี ณ ห้อง Sharing สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566

ส.ส.ท. โดยสายงานบริการ 2  ได้รับประกาศนียบัตรระบบการจัดการนวัตกรรมในขอบข่าย “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ โดยบริการฝึกอบรมแบบทั่วไป ฝึกอบรมเฉพาะกลุ่มและการศึกษาด้วยตนเอง การบริการให้คำปรึกษา และการพัฒนาส่งเสริมรางวัลคุณภาพ” ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ ส.ส.ท. ในการพัฒนาระบบการจัดการนวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดแนวคิดนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร พร้อมกับส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการผลักดันนวัตกรรมให้ประสบผลสำเร็จ

tpa-iso56002-01

MASCI ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการของสายงานบริการ 2 สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ในการประยุกต์ข้อกำหนดมาตรฐานระบบการการจัดการนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์งานบริการ และกระบวนการทำงานในการตอบสนองความคาดหวังของผู้ส่วนได้ส่วนเสีย และพัฒนาศักยภาพขององค์กรให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

ผู้บริหารสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) โดยคุณฐานิต ปิยะศิริศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายหน่วยตรวจ และคุณธีรกุล บุญยงค์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายทวนสอบด้านความยั่งยืน แสดงความยินดีกับบริษัท ไทยพีเจ้น จำกัด ที่ได้รับการต่ออายุการรับรอง 2 ฉบับ ได้แก่ ระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001: 2015 และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001: 2015 จาก MASCI โดยคุณธนาคม จิรกุลาภรณ์ กรรมการและรองประธานบริษัท และคุณวรทัต แสนสนุก ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ให้การต้อนรับ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานความยั่งยืนที่จะมีการดำเนินงานร่วมกันในอนาคต ณ บริษัท ไทยพีเจ้น จำกัด เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566

THAIPIGEON-01

MASCI  ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบริษัท ไทยพีเจ้น จำกัด ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาบุคลากรและองค์กร และได้ให้ความสำคัญกับการนำมาตรฐานสากลไปใช้เพื่อพัฒนาและยกระดับสมรรถนะระบบการจัดการขององค์กรไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งสะท้อนได้จากการที่บริษัท ไทยพีเจ้นฯ ได้นำระบบการจัดการต่างๆ ไปใช้และได้รับการรับรองมาตรฐานอื่นๆ จาก MASCI ด้วย อาทิ GHP, ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001 และ มอก.18001, ระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001 และมาตรฐานแรงงานไทย มรท.8001 เป็นต้น

ติดต่อสอบถามบริการ

💻Website: www.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36

ผู้แทนสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) โดยนางปริยดา พยุงธรรม ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายบริการเทคนิค เข้าร่วมประชุมกับประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายด้านการตรวจสอบและรับรองของไอเอสโอ (ISO/CASCO)  คณะอนุกรรมการวิชาการด้านการตรวจสอบและรับรองของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (TISI/สมอ.) พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยตรวจสอบและรับรอง หน่วยรับรองระบบงาน และผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมกันหารือทิศทางและกลไกการขับเคลื่อนด้านการมาตรฐานสากลให้พร้อมรับแนวโน้มโลกอนาคต เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 ณ ห้องประชุม สมอ.

MASCI-ISO-CASCO-TISI-01

สมอ.ได้จัดการประชุมคณะอนุกรรมการวิชาการ คณะที่ 1 มาตรฐานการตรวจสอบและรับรอง ครั้งที่ 2-2/2566 โดยมีนายเอกนิติ รมยานนท์ รองเลขาธิการ สมอ. เป็นประธานการประชุม ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือทิศทางและกลไกการขับเคลื่อนการร่วมกำหนดมาตรฐานของคณะกรรมการกำหนดนโยบายด้านการตรวจสอบและรับรอง (Committee on conformity assessment – CASCO) ขององค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International  Organization for Standardization: ISO) และเพื่อให้เกิดการผลักดันการนำไปใช้ในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก Mr. Reinaldo B. Figueiredo ประธาน ISO/CASCO เข้าร่วมประชุม และบรรยายเรื่อง Future of Conformity Assessment  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และแนวทางการปรับเปลี่ยนมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองของ CASCO ในอนาคต เช่น การพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบข้อมูลด้านความยั่งยืน  และการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในการตรวจสอบและรับรอง เป็นต้น

MASCI-ISO-CASCO-TISI-02

นอกจากนี้ ประธาน ISO/CASCO ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับกลไกการขับเคลื่อนมาตรฐาน และการสร้างความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในการกำหนดมาตรฐานของ CASCO ด้วยซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่องานด้านการกำหนดมาตรฐานของประเทศไทย

🙏ขอขอบคุณภาพจาก : สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

ติดต่อสอบถามบริการ
💻Website: https://uat-web.masci.or.th
📱Facebook : https://www.facebook.com/MASCIThailand
📲Line ID: @mascithailand
✉️Mail: [email protected]
☎️Tel: 02-6171727-36