ภาคเกษตรกรรมถูกท้าทายเป็นอย่างมากในการที่จะต้องเลี้ยงดูผู้คนทั่วโลกเป็นจำนวนมากในอนาคต ซึ่งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทำนายว่าจะมีประชากรโลกเพิ่มขึ้นราว 9.6 พันล้านคนภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) และแนวทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ก็คือ “ฟาร์มอัจฉริยะ” นั่นเอง
ไอเอสโอได้กล่าวถึงเทคนิคการทำฟาร์มด้วยเทคโนโลยีระดับสูงและเทคโนโลยีที่สามาถปรับปรุงการผลิตและผลผลิตโดยที่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรด้วย ซึ่งผู้นำขององค์การสหประชาชาติและบุคลากรที่เป็นมืออาชีพด้านมาตรฐานจากทั่วโลก ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฟาร์มอัจฉริยะ การผลิตโกโก้ การผลิตผลิตภัณฑ์นมที่เปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่า เป็นต้น
ดร.ฟรังซัว โคลิเยร์ ซึ่งเป็นผู้นำของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลรับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของไอเอสโอในคณะกรรมการวิชาการ ISO/IEC JTC1 (คณะกรรมการวิชาการร่วม)และทำงานด้านนี้มานานนับปีแล้วได้กล่าวว่าตอนนี้ข้อจำกัดของการปฏิวัติสีเขียวได้มาถึงสังคมโลกในศตวรรษที่ 20 แล้ว โลกเราจำเป็นต้องค้นหาหนทางเพื่อทำให้ประชากรโลกมีวิถีชีวิตที่มีความยั่งยืน และแนวทางประการหนึ่งที่จะทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือ การผลิตอาหารโดยคำนึงถึงซัพพลายเชนและการดูแลเรื่องการกำจัดของเสียซึ่งต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตัวอย่างของมาตรฐานที่ไอเอสโอกำลังพัฒนาอยู่ในคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 23, Tractors and machinery for agriculture and forestry และคณะอนุกรรมการ Subcommittee SC 19, Agricultural electronics และ คณะอนุกรรมการ ISO/IEC JTC1 SC 41, IoT and related technology เป็นต้น
ไอเอสโอถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมที่มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ ซึ่งบริษัทเป็นจำนวนมากได้ช่วยสร้างการเจริญเติบโตให้สูงขึ้น สามารถสร้างความได้เปรียบในการทำการเกษตรด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้รวมทั้ง IoT
นอกจากนี้ สมาชิกของไอเอสโอยังมีศักยภาพเป็นอย่างมากที่จะส่งเสริมประโยชน์ในภาคเกษตรกรรม เช่น ชาร์ลส์ ผู้บริหารของสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศเคนยา (Kenya Bureau of Standards: KEBS) กล่าวว่าท่ามกลางความพยายามในการสร้างสมดุลต่อบทบาทของเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายของเกษตรกร ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมนั้น มาตรฐานเป็นสิ่งที่ภาคเกษตรกรรมจำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง มาตรฐานเหล่านี้จะให้แนวทางเพื่อนำไปใช้เป็นวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เครื่องจักร และกระบวนการที่เกี่ยวข้องในซัพพลายเชน เช่นเดียวกับหนทางสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน
คำถามที่ว่าภาคเกษตรกรรมจะเป็นอย่างไรภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) นั้น “ฟาร์มอัจฉริยะ” จะเป็นหนึ่งในคำตอบที่ช่วยหล่อเลี้ยงประชากรโลกโดยไอเอสโอได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งการสร้างปรากฏการณ์ในการพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำฟาร์มอัจฉริยะนั่นเอง
ที่มา: https://www.iso.org/news/Ref2182.htm
องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 11 ธันวาคมของทุกปี ตรงกับ “วันภูเขาสากล” (International Mountain Day) ในปีนี้ การเฉลิมฉลองวันภูเขาสากล จัดทำขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับประเพณีและวัฒนธรรมของชาวเขาทั่วโลกจะปรากฎในชุมชนแบบดั้งเดิมซึ่งมีธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมในการแสวงบุญ พิธีการและการบูชาทางศาสนา
แนวคิดเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรม ธรรมเนียมประเพณี และเรื่องราวของจิตวิญญาณ ยังคงเชื่อมโยงวิถีชีวิตของชาวเขาให้ดำรงอยู่
ภูเขานับว่าเป็นแหล่งของสิ่งมีชีวิตที่ทำให้เกิดการผลิดออกออกผลรวมทั้งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำซึ่งได้รับความเคารพว่าเป็นบ้านของเทพเจ้านับตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ในช่วงเวลาที่แห้งแล้ง ชาวคิคูยูในประเทศเคนยาต้องเผชิญกับความอดอยากแห้งแล้งและต้องร้องขอฝนจากเทพเจ้าไง ส่วนชาวอินคาในประเทศเปรูมีการสร้างวัดบนยอดเขาที่สูงที่สุดเหนือยอดเขาอินดีสมากกว่า 6,000 เมตร และในประเทศจีน มีหมู่บ้านที่อุทิศวัดของหมู่บ้านให้กับเทพเจ้าแห่งภูเขาท้องถิ่นที่ดูแลเมฆและฝน
สัดส่วนขนาดใหญ่ของชนส่วนน้อยของโลกอาศัยอยู่ในบริเวณภูเขา ในขณะที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยคนจำนวนน้อย แต่ก็มีคนกลุ่มใหญ่อาศัยอยู่ด้วย เช่น ชาวแคชัวในเทือกเขาแอนดีส และชาวแอมฮาราในเอธิโอเปีย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการรังสรรค์ของธรรมชาติที่ทำให้พวกเขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและห่างไกลจากผู้คน ได้ช่วยทำให้วัฒนธรรมอันหลากหลายของชาวเขายังคงอยู่และไม่ถูกทำลายไปตามกาลเวลา แต่โชคไม่ดีที่ระบบความเชื่อ คุณค่าที่แตกต่าง ถูกทำลายไปจากการอพยพ การแผ้วถางป่าและภูเขาจนกลายเป็นเมือง รวมทั้งความขัดแย้งต่างๆ
ชาวเขาทั่วโลกได้มีบทบาทสำคัญในการจัดการระบบนิเวศน์ของพวกเขาเอง ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา พวกเขาได้พัฒนาระบบการใช้ดินที่ไม่เหมือนใคร แนวทางการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การบริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ของชาวเขาซึ่งมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครและร่ำรวยในเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีนัยสำคัญ
ชาวเขาส่วนใหญ่หยั่งรากลึกกับผืนแผ่นดินของตนเองและชุมชนชาวเขาในวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ทำให้สิ่งเหล่านี้นำทางพวกเขาไปใช้ชีวิตและมีกิจกรรมทางการเกษตรและใส่ใจในสิ่งแวดล้อมรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่นที่เทือกเขาแอนดีส พระแม่ธรณีที่ชาวไอมารานับถือจะเป็นประธานในการหว่านพืชผลล้อมรอบภูเขาซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว ชาวไอมาราเป็นชาวพื้นเมืองในแถบภูเขาทางตอนใต้ของประเทศเปรู ส่วนมากเป็นแคทอลิก แต่ความเชื่อของพวกเขาคือความเชื่อที่ว่า พวกเขามีความสัมพันธ์อย่างพิเศษกับแผ่นดินซึ่งพวกเขาเรียกว่า ปาชา มามา หรือพระแม่ธรณี พวกเขาเชื่อว่าโลกเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ พวกเขาต้องการติดต่อกับจิตวิญญาณเหล่านั้น และในที่สุดก็ติดต่อกับพระเป็นเจ้า ดังนั้นพิธีการทางศาสนาในการยกย่องแม่พระธรณีจึงเป็นการย้ำถึงความสำคัญระหว่างชุมชนของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ และนำมาซึ่งผู้คนจากชนเผ่าที่แตกต่างกันและจากหมู่บ้านต่างๆที่ทำการเกษตร
ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณที่ถูกภูเขาปกป้องไว้นับเป็นสถานที่แห่งการปลอบประโลมทางจิตวิญญาณ การสร้างแรงบันดาลใจ การสันทนาการและการผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี การไต่ภูเขาเพื่อชมวิวกอริลล่าภูเขาในประเทศรวันดาและการเยี่ยมชมโบสถ์หินในประเทศเอธิโอเปีย ภูเขาเป็นแหล่งที่ให้ความบันเทิงต่อนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
จากข้อมูลขององค์การยูเนสโก (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization: UNESCO) ระบุว่า 56% ของพื้นที่สงวนไบโอสเฟียร์ประกอบด้วยระบบนิเวศน์ของภูเขา
นักท่องเที่ยวที่เข้าไปในพื้นที่ของชาวเขาอาจส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมและความเป็นชาวเขาได้ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายและเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากชาวเขาอาจได้รับผลกระทบจากการบุกรุกทางวัฒนธรรมและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวและมีการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน สามารถลดการอพพยเข้าสู่เมืองและสร้างผลตอบแทนจากการปกป้องดูแลระบบนิเวศของชาวเขาบนภูเขา สินค้าและบริการได้เช่นกัน
ในปีนี้ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วัฒนธรรรมของชาวเขาเป็นหัวข้อหลักเพื่อที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ชุมชนและองค์กรต่างๆ จะได้เฉลิมฉลอง “วันภูเขาสากล” ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวเขาซึ่งควรมีการให้ความสำคัญกับประเพณีและวัฒนธรรมของชาวเขาให้คงอยู่ต่อไป
ที่มา:
1. http://www.un.org/en/events/mountainday/
2. http://www.thaicath.net/diarybible/cathsuebsiri/blessing/dialog.html