สาระสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave No One Behind) นั้น อันที่จริงแล้ว มีแนวทางและเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับทุกประเทศเพื่อให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญในการพัฒนาของแต่ละประเทศซึ่งเราเองไม่ว่าจะอยู่ในฐานะปัจเจกชนหรือองค์กรก็สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมได้ในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตเพื่อลูกหลานของเรา

เมื่อปี 2558 (ค.ศ.2015) องค์การสหประชาชาติได้กำหนดแผนงาน 15 ปีในการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่โลกต้องเผชิญซึ่งทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ และมีส่วนร่วมในการดำเนินการทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม และสำหรับองค์กรสากลอย่างไอเอสโอก็ได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกซึ่งได้รับประโยชน์สูงสุดจากการกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศของไอเอสโอ และประเทศสมาชิกต่างนำมาตรฐาน สากลของไอเอสโอไปใช้งานซึ่งมาตรฐานแต่ละฉบับได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วย

องค์กรและบริษัทต่างๆ ที่ต้องการมีส่วนร่วมใน SDGs ต่างพบว่ามาตรฐานสากลมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้พวกเขาก้าวไปสู่ความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิผล   และมาตรฐานสากลยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้รัฐบาล

อุตสาหกรรม และผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการความสำเร็จของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อด้วยดังต่อไปนี้

รัฐบาล

หน่วยงานกำกับดูแลสามารถพึ่งพามาตรฐานไอเอสโอซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงในการกำหนดนโยบายสาธารณะที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ต่อไป เช่น สิทธิมนุษยชน ประสิทธิภาพการใช้น้ำและพลังงาน สาธารณสุข และอื่นๆ มาตรฐานสากลยังช่วยให้รัฐบาลบรรลุพันธสัญญาในระดับชาติและระดับระหว่างประเทศอีกด้วย

อุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการบรรลุ SDGs ทั้งหมดโดยมาตรฐานไอเอสโอได้ให้แนวทางและกรอบการทำงานในทุกเรื่อง ตั้งแต่สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน  การใช้พลังงาน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ผู้บริโภค

ในขณะที่การมีส่วนร่วมกับ SDGs อยู่ในอันดับสูงในวาระการประชุมของผู้นำทางธุรกิจและนักลการเมือง ผลประโยชน์หลายอย่างนั้นสามารถเห็นได้ชัดในระดับชุมชน ท้องถิ่น ความยากจนที่ลดลง สุขภาพที่ดีขึ้น น้ำที่สะอาดและอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยและมั่นคงเป็นเพียงผลประโยชน์บางส่วนที่ได้รับจากการนำมาตรฐานไอเอสโอไปใช้เท่านั้น ยังมีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกมากมายสำหรับผู้บริโภค

ไอเอสโอได้เผยแพร่มาตรฐานสากลและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปแล้วมากกว่า 22,000 ฉบับซึ่งเป็นแนวทางและกรอบการทำงานที่ได้พัฒนาขึ้นมาจากฉันทามติ และได้รับการยอมรับทั่วโลกจากความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นรากฐานที่มั่นคงซึ่งทำให้นวัตกรรมสามารถเติบโตได้ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้รัฐบาล อุตสาหกรรม และผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการบรรลุผลสำเร็จของ SDG ทั้ง 17 ข้อด้วย

เราสามารถตรวจสอบว่ามาตรฐานแต่ละฉบับมีส่วนในการบรรลุเป้าหมาย SDGs ข้อใดจากเว็บไซต์ของไอเอสโอในหน้าหลักของมาตรฐานไอเอสโอแต่ละฉบับ เช่น มาตรฐาน  ISO 13485, Medical devices — Quality management systems — Requirements for regulatory purposes มีส่วนสำคัญในการบรรลุ SDGs ข้อ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) และข้อ 10 ลดความไม่เท่าเทียมกันหรือความเหลื่อมล้ำ (Reduced Inequalities) เป็นต้น

การที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนั้นหมายถึงความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ทุกประเทศได้ดำเนินการอย่างสอดคล้องตามลำดับความสำคัญในการพัฒนาประเทศโดยมีมาตรฐานไอเอสโอเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมาย SDGs ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) ต่อไป

ที่มา:

  1. https://thailand.un.org/th/sdgs
  2. https://www.iso.org/sdgs.html

ทุกวันนี้ ผู้คนสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้มากขึ้นโดยใช้ทักษะและทรัพย์สินของตนให้ดียิ่งขึ้นจากการนำหลักการของเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) มาใช้ในกิจการของตน  และเศรษฐกิจแบ่งปันก็เป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในโลก รวมทั้งมีศักยภาพที่จะเป็นปัจจัยหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจแบ่งปันสามารถสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงบุคคลและองค์กรที่มีทรัพย์สินและทักษะที่ไม่ได้ใช้กับผู้ที่ต้องการใช้ ช่วยให้บริการและผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายขึ้น สนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการ และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นซึ่งเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ  และการเปลี่ยนจากการเป็นเจ้าของทรัพย์สินเป็นการแบ่งปันผ่านรูปแบบใหม่นั้นช่วยให้สามารถใช้ทรัพยากรจนเกิดประโยชน์สูงสุดและมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย

ล่าสุด ไอเอสโอได้พัฒนาและเผยแพร่มาตรฐานใหม่เกี่ยวกับหลักการของเศรษฐกิจแบ่งปันเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของเศรษฐกิจแบ่งปันดังกล่าว

ISO 42500, Sharing economy เป็นมาตรฐานหลักการทั่วไปที่ให้แนวทางเพื่อให้แน่ใจว่าการทำธุรกรรมมีความปลอดภัยและมีความเชื่อถือได้โดยการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมที่สุด และเมื่อดำเนินการตามกฎหมายและหลักการต่างๆ ที่กำหนดไว้ในมาตรฐานแล้ว การเพิ่มประสิทธิภาพนี้ยังสามารถช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

ดร.เคอร์นาฮัน เวบบ์ ผู้ประสานงานของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่พัฒนามาตรฐานดังกล่าวให้ความเห็นว่าปัญหาเช่นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความคาดหวังอื่นๆ ล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจการแบ่งปัน  นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคอื่นๆ ได้แก่ การขาดการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ การละเมิดการปกป้องข้อมูล และไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจนในการยื่นเรื่องร้องเรียน

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจการแบ่งปันมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลกของเราอย่างแท้จริง  ไม่ว่าจะเป็นการลดการบริโภคเกิน และการสร้างชุมชน  การเติบโตนี้ขึ้นอยู่กับการมีรากฐานที่มั่นคงของความไว้วางใจที่สร้างขึ้นผ่านความโปร่งใสและความรับผิดชอบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เมื่อทำการพัฒนามาตรฐาน ISO 42500

มาตรฐานเศรษฐกิจแบ่งปันฉบับแรกนี้เป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งซึ่งจะมีมาตรฐานที่มีรายละเอียดมากขึ้นเพื่อใช้ประกอบกัน ซึ่งเมื่อนำมาใช้ร่วมกันจะก่อให้เกิดชุดมาตรฐานที่เสนอแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจแห่งการแบ่งปันได้อย่างแท้จริง

ISO 42500 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการไอเอสโอ ISO/TC 324, Sharing Economy โดยมีเลขานุการคือ JISC ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่น

ผู้สนใจสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store

ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2774.html