ของเล่นสำหรับเด็กมีอยู่มากมายและเป็นไปได้ว่าอาจจะมีอันตรายแอบแฝงมากับความสนุก เด็กๆ อาจจะเล่นของเล่นตามปกติแต่ก็มีโอกาสเป็นอันตรายได้  ไม่ว่าจะเป็นขอบหรือชิ้นส่วนเล็กๆ ที่มีความคมอยู่ในตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าของเล่นนั้นไม่ได้รับการออกแบบและผลิตมาอย่างถูกต้องและเหมาะสม

ปัจจุบัน เด็กๆ ได้รับความปลอดภัยและรอดพ้นจากอันตรายจากการเล่นของเล่นมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการมีมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยสำหรับของเล่นเด็กนั่นเอง ปัจจุบัน ไอเอสโอได้ทำการปรับปรุงมาตรฐานของเล่นเด็กเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยมาตรฐานฉบับใหม่จะมีความปลอดภัยและเหมาะสมมากขึ้นกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป

ISO 8124-1, Safety of toys – Part 1: Safety aspects related to mechanical and physical properties เป็นมาตรฐานที่ระบุข้อกำหนดและวิธีทดสอบของเล่นสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 14 ปี และครอบคลุมช่วงอายุการใช้งาน มาตรฐานนี้ระบุหลักเกณฑ์ที่ยอมรับได้สำหรับลักษณะโครงสร้างของของเล่น เช่น รูปร่าง ขนาด และเค้าโครง เป็นต้น รวมทั้งคำเตือนและคู่มือการใช้งานที่เหมาะสมด้วย

คริสเตียน เว็ทเทอร์เบิร์ก ประธานคณะกรรมการที่พัฒนามาตรฐานชุดดังกล่าวระบุว่ามาตรฐานจำนวน 150 หน้าครอบคลุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และมีบทบาทสำคัญในการสร้างผลกระทบด้านความปลอดภัยของของเล่นสำหรับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ดังนั้น มาตรฐานใหม่ที่ทำการปรับปรุงนี้จึงต้องมีความทันสมัยและคำนึงถึงสถานการณ์ปัจจุบันด้วย

สำหรับมาตรฐานฉบับล่าสุดครอบคลุมความหมายที่ได้ทำการปรับปรุงให้ทันสมัยและข้อกำหนดที่มีการแจ้งเตือนซึ่งได้ทำการทบทวนและเกี่ยวข้องกับวัสดุและชิ้นส่วน เช่น สายและแผ่นของชิ้นส่วนต่างๆ รวมไปถึงของใหม่ๆ อย่างโยโย่บอลด้วย

ISO 8124-1 เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่มีรายละเอียดมากที่สุดและมีความยาวมากที่สุด ส่วนมาตรฐานอื่นในชุดเดียวกันนี้รวมอยู่ในส่วนที่ 2 ในเรื่องของการเผาไหม้ได้และส่วนที่ 4 ในเรื่องของการแกว่งและของเล่นที่มีกิจกรรมที่คล้ายกัน

ISO 8124 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 181, Safety of toys ซึ่งมีเลขานุการคือ DS สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศเดนมาร์ก

ผู้สนใจมาตรฐานดังกล่าว สามารถศึกษาได้จากห้องสมุดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ https://www.iso.org/standard/74477.html

ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2279.html   

เพื่อให้มาตรฐานมีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลก ไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน จึงทำการทบทวนมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ มาตรฐาน ISO 22000 ก็เช่นกัน ปัจจุบัน ไอเอสโอได้ทบทวนมาถึงขั้นร่างมาตรฐานแล้ว

มาตรฐานที่ทำการทบทวนใหม่จะรวมเอาโครงสร้างหลักอันใหม่เข้าไปพร้อมกับองค์ประกอบหลักเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของอาหารในทุกๆ ขั้นตอนของห่วงโซ่อาหาร

การทบทวนมาตรฐาน ISO 22000 มุ่งไปสู่การรวบรวมประเด็นใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารเพื่อให้เหมาะสมกับภาคส่วนอาหารในปัจจุบัน ซึ่งมีกระบวนการที่รัดกุมและกลุ่มงานที่ทำการทบทวนมาตรฐานก็ได้ค้นพบแนวคิดที่ขยายวงกว้างออกไปอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อปีที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญได้มาประชุมร่วมกัน 3 ครั้งและได้รับข้อคิดเห็นจำนวน 1,800 ข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลกซึ่งเป็นผู้แทนขององค์กรที่ทำหน้าที่ต่างๆ กัน

ปัจจุบัน หน้าที่หลักของผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นก็คือการแปลแนวคิดที่ได้มีการปรับปรุงแล้วในมาตรฐานและทำการสื่อสารให้กับผู้ใช้งานอย่างชัดเจนและตรงประเด็นซึ่งทำให้สามารถเข้าใจมาตรฐาน ISO 22000 ได้ง่ายขึ้นและทำให้ทุกองค์กรมีการนำไปใช้ได้ในทุกแง่มุมของห่วงโซ่อาหาร

มาตรฐาน ISO 22000 ที่มีการทบทวนใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยซึ่งทำให้สามารถอ่านได้ง่ายขึ้นและชัดเจนขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญที่มีโครงสร้างเป็นธรรมชาติมากขึ้น  สิ่งที่สำคัญได้แก่

ไอเอสโอคาดว่ามาตรฐาน ISO 22000 ที่อยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงนี้จะตีพิมพ์เผยแพร่ได้ภายในเดือนมิถุนายน 2561

ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2192.html

เรือบางลำทางยุโรปเหนือได้ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG) เป็นแหล่งเชื้อเพลิงมานานนับสิบปีแล้ว และมีบันทึกด้านความปลอดภัยที่สูงมาก แต่เมื่อมีการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลวกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก  จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานสากลสำหรับปฏิบัติการเกี่ยวกับถังก๊าซธรรมชาติเหลว  ซึ่ง
ไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานได้พัฒนามาตรฐานดังกล่าวที่ทำให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยและมีความยั่งยืน

ถังก๊าซธรรมชาติเหลวเป็นถังประเภทที่ต้องมีปฏิบัติการเฉพาะซึ่งก๊าซธรรมชาติเหลวจะถูกถ่ายจากแหล่งหนึ่งไปยังเรือเพื่อทำการบรรจุ จึงเกี่ยวข้องกับผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียที่แตกต่างกันไป นับตั้งแต่เรือที่จอดอยู่ข้างๆ ซัพพลายเออร์ก๊าซธรรมชาติเหลว ท่าเรือ  บุคลากร ไปจนถึงผู้ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการ เป็นต้น

ความต้องการสำหรับท่อส่งก๊าซธรรมชาติกำลังเพิ่มขึ้น ดังนั้น ถังก๊าซธรรมชาติที่ใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพ  จึงเป็นที่ต้องการมากในทางปฏิบัติสำหรับผู้ให้บริการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานจึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำให้ปฏิบัติการส่งก๊าซธรรมชาติมีความปลอดภัย และได้พัฒนามาตรฐานใหม่ คือ ISO 20519 Ships and marine technology – Specification for bunkering of liquefied natural gas fuelled vessels ซึ่งจะช่วยให้เลือกผู้ให้บริการส่งเชื้อเพลิงทางท่อสามารถตอบสนองต่อมาตรฐานของคุณภาพเชื้อเพลิงและความปลอดภัยที่มีการระบุไว้

เมื่อไม่นานมานี้ เรือและท่อส่งเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเริ่มขยายในวงกว้างขึ้น สามารถส่งผ่านในระยะทางที่ไกลขึ้นและอาจจะทำให้ต้องลำเลียงเชื้อเพลิงในปริมาณมากไปยังท่าเรือในประเทศต่างๆ ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการลำเลียงก๊าซธรรมชาติจึงมีจำนวนมากขึ้นไปด้วย และทำให้จำเป็นต้องมีปฏิบัติการด้านความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งต้องมีข้อกำหนดที่สามารถเข้าใจได้ร่วมกันทั้งหมดนับตั้งแต่ผู้ให้บริการก๊าซธรรมชาติไปจนถึงบุคลากรเดินเรือ

ISO 20519 ประกอบด้วยข้อกำหนดซึ่งไม่ครอบคลุมถึงกฎระเบียบของไอจีซี  (Code for the Construction and Equipment of Ships Carrying Liquefied Gases in Bulk: IGC Code) ซึ่งเป็นกฎระเบียบที่มีมาก่อนหน้านี้ซึ่งใช้เพื่อการขนส่งก๊าซธรรมชาติอย่างปลอดภัยทางทะเล แต่รวมถึงหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้

สตีฟ โอมอลลีย์ ประธานคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 8 – Ships and Marine Technology คณะอนุกรรมการ SC 11 – Intermodal and short sea shipping และผู้ประสานงานของคณะกรรมการวิชาการ TC 8 ซึ่งได้พัฒนามาตรฐานดังกล่าวระบุว่าข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 20519 สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุประสงค์ด้านการจัดการให้เหมาะสมกับโปรแกรมการจัดการที่มีอยู่เดิมและจัดเตรียมความสอดคล้องที่สามารถทวนสอบได้   ซึ่งมาตรฐานนี้มีความสำคัญเพราะข้อกำหนดที่สอดคล้องกับมาตรฐานไอเอสโอมักจะรวมเข้าไปในสัญญาทางธุรกิจและอาจจะใช้อ้างอิงโดยระเบียบของท้องถิ่น สตีฟยังแสดงความชื่นชมคณะกรรมการวิชาการของไอเอสโอ ISO/TC 67 – materials, equipment and offshore structures for petroleum, petrochemical and natural gas industries ซึ่งได้เริ่มทำงานในเรื่องนี้และสรรหาผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเข้ามาทำงานในกลุ่มวิชาการ TC 8

กลุ่มการทำงานที่ได้พัฒนามาตรฐาน ISO 20519 ประกอบผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมด้านการเดินเรือ ผู้ผลิตอุปกรณ์ สมาคมที่เกี่ยวข้อง (เช่น Society for Gas as a Marine Fuel: SGMF) บริษัทที่ทำการค้า หน่วยงานจดทะเบียนสากล และหน่วยงานป้องกันชายฝั่ง เป็นต้น การแบ่งปันความรู้ในเรื่องนี้ มีความสำคัญในการสร้างมาตรฐานที่สามารถปฏิบัติได้จริงและส่งเสริมความปลอดภัยระหว่างปฏิบัติการส่งผ่านก๊าซธรรมชาติ

การใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นท่อส่งเชื้อเพลิงเป็นเรื่องใหม่ ดังนั้น มาตรฐานจึงต้องมีความทันสมัยเพื่อรวมเอาบทเรียนที่มีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาและเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งไอเอสโอได้สร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อติดตามอุบัติการณ์การขนส่งและช่วยระบุว่าเมื่อไรควรปรับปรุงมาตรฐานให้ทันสมัย

สำหรับมาตรฐาน ISO 20519:2017 ได้พัฒนาขึ้นเนื่องจากการร้องขอขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization) สหภาพยุโรป (European Commission: EU) และสมาคมทางทะเลระหว่างประเทศบอลติก (Baltic and International Maritime Council: BIMCO)
ซึ่งเป็นสมาคมการเดินเรือระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ISO 20519:2017 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 8 ซึ่งเลขานุการคือสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศจีน (Standardization Administration of China: SAC) ร่วมกับสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศเยอรมัน (Deutsches Institut für Normung: DIN/German Institute for Standardization)

ท่านที่สนใจมาตรฐานดังกล่าวสามารถศึกษาได้จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store

ที่มา: http://www.iso.org/iso/home/news_index/news_archive/news.htm?refid=Ref2161

เรื่องของความโปร่งใสขององค์กรจะต้องมีการบริหารจัดการและการควบคุมอย่างไร องค์กรควรมีทิศทางในเรื่องนี้อย่างไร และในด้านความรับผิดชอบเพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ในระยะยาวควรดำเนินการอย่างไร สิ่งเหล่านี้ คณะกรรมการวิชาการของไอเอสโอตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการไอเอสโอด้านการกำกับดูแลองค์การขึ้นมาใหม่  เพื่อตอบสนองเป้าหมายขององค์การในเรื่องของความโปร่งใส

เดฟ อดัมสัน ผู้แทนของ BSI ซึ่งเป็นสมาชิกของสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศอังกฤษของไอเอสโอ ผู้พิจารณาข้อเสนอต่างๆ ของการก่อตั้งคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 309 – Governance of organizations ได้กล่าวว่าคณะกรรมการนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับองค์การต่างๆ ในอันที่จะบรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ในนามของประชาชนที่องค์การเหล่านั้นมีความรับผิดชอบในการให้บริการ ซึ่งหมายความว่าองค์การนั้นมีความชัดเจนในวัตถุประสงค์และคุณค่าขององค์การที่มีความรับผิดชอบในการให้บริการ รวมถึงคุณค่าที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนมีความโปร่งใสเกี่ยวกับวิธีการที่กำลังดำเนินกิจการอยู่

เขาเชื่อว่าทุกคนสามารถได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานของคณะกรรมการใหม่ของไอเอสโอ มาตรฐานนี้มีแนวโน้มว่าจะให้หลักการในระดับสูงและทิศทางของการกำหนดระบบการกำกับดูแลองค์การที่มีประสิทธิภาพซึ่งสามารถใช้ได้กับองค์การทุกขนาด ตั้งแต่ระดับบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ไปจนถึงธุรกิจที่มีผู้ดำเนินกิจการเพียงคนเดียว

มาตรฐานการกำกับดูแลองค์การซึ่งได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 309 ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ควบคุมกฎ กล่าวคือ จะเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนนโยบายสาธารณะ

คณะกรรมการวิชาการของไอเอสโอได้พัฒนามาตรฐานให้มีแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการกำกับดูแลองค์การเพื่อให้มีสมรรถนะโดยครอบคลุมในทุกด้าน รวมทั้งทิศทาง การควบคุม และความรับผิดชอบในการดำเนินการ ซึ่งช่วยให้องค์การแสดงความมุ่งมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านหลักฐานและการรายงาน รวมทั้งกระตุ้นให้มีการปกครองดูแลหน่วยงานให้มีการตัดสินใจที่ถูกต้อง มีการส่งเสริมวัตถุประสงค์และคุณค่าขององค์กรและทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรได้

นอกจากการพัฒนามาตรฐานการกำกับดูแลองค์การแล้ว คณะกรรมการนี้ยังพิจารณาการทำงานในด้านที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการรับสินบนด้วย ได้แก่ ISO 37001 มาตรฐานระบบการจัดการต่อต้านการติดสินบน (Anti-bribery Management Systems) และ ISO 19600 มาตรฐานระบบการจัดการความสอดคล้อง (Compliance Management Systems) ซึ่งในการพัฒนามาตรฐานดังกล่าวนั้น มีผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องมาทำงานพัฒนามาตรฐานร่วมกันและทำให้ได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องดังกล่าว

คณะกรรการได้มีการประชุมครั้งแรกไปแล้วเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และประเทศต่างๆ รวม 38 ประเทศได้แสดงความสนใจที่จะมีส่วนร่วมในงานดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการกระตุ้นให้บางประเทศ เช่น จีน ไนจีเรีย และมาเลเซีย เป็นต้น ได้ร่วมมีพันธสัญญาในการแสดงออกถึงความเป็นผู้นำและความเป็นหุ้นส่วนร่วมกันด้วย

ที่มา: http://www.iso.org/iso/home/news_index/news_archive/news.htm?refid=Ref2158