ธุรกิจที่มีอยู่ทั่วโลกมีอายุเฉลี่ยน้อยลง แต่ก็มีธุรกิจจำนวนมากที่มีอายุนับร้อยปี การที่ธุรกิจจะยืนหยัดและอยู่รอดในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปนั้นจะทำได้อย่างไร ไอเอสโอมีเคล็ดลับมาบอกกล่าวให้ทราบดังต่อไปนี้
จากการทำนายอายุขององค์กร พบว่าภายในปี 2570 (ค.ศ.2027) มีบริษัทที่ติดอันดับ 500 บริษัทของ S&P (Standard & Poor’s 500 Index) จะยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ได้เพียง 12 ปีเท่านั้น เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนธุรกิจอุตสาหกรรมที่ดิสรัพท์จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั่วไป ดังนั้น การเตรียมความพร้อมสำหรับโลกอนาคตจึงมีความสำคัญมาก
มาตรฐาน ISO 9004 – การบริหารคุณภาพ – คุณภาพขององค์กร – แนวทางเพื่อบรรลุความสำเร็จที่มีการดูแลรักษา(Quality management – Quality of an organization – Guidance to achieve sustained success) เป็นมาตรฐานที่เปิดเผยความลับและกลยุทธ์ของการดำเนินธุรกิจทั่วโลกให้ได้ยาวนานที่สุดเพื่อช่วยให้องค์กรมีการเตรียมความพร้อมรับความท้าทายดังกล่าวข้างต้น และขณะเดียวกัน ก็ช่วยทำให้การดำเนินธุรกิจมีสมรรถนะมากที่สุด
ชาร์ลส์ คอรรี เลขานุการของคณะกรรมการวิชาการไอเอสโอที่พัฒนามาตรฐานนี้กล่าวว่ามาตรฐานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรอยู่รอดได้เท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้องค์กรบรรลุถึงความสำเร็จที่จะยังคงมีต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย
บ่อยครั้งที่ธุรกิจล้มเหลวเพราะไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาด การแข่งขันหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ISO 9004 มีการดึงเอากลยุทธ์ วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดและประสบการณ์ของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทั่วโลกมาเพื่อจัดเตรียมแนวทางให้กับธุรกิจทุกธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหนหรือมีขนาดใหญ่หรือเล็กเพียงใด มาตรฐานนี้รวมถึงวิธีการคาดการณ์ความท้าทายในอนาคตและวิธีการบรรลุถึงสมรรถนะระดับสูงได้ตลอดเวลาที่ดำเนินธุรกิจ
มาตรฐาน ISO 9004 ฉบับใหม่นี้เป็นมาตรฐานที่ทำการทบทวนจากมาตรฐานฉบับปี 2009 ซึ่งปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรพัฒนาสมรรถนะโดยรวมด้วยการปลดปล่อยศักยภาพของระบบการบริหารคุณภาพให้ออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่งที่ไกลกว่ามาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพด้วยการเน้นในหัวข้อต่างๆ เช่น การกระจายงานตามกลยุทธ์และการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน การดำเนินงานตามนโยบายและวัตถุประสงค์ขององค์กรซึ่งมีมุมมองในบริบทขององค์กรที่กว้างขึ้นโดยพิจารณาถึงวิสัยทัศน์ พันธุกิจ คุณค่าและวัฒนธรรมองค์กร
มาตรฐาน ISO 9004 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 176 การบริหารงานคุณภาพและการประกันคุณภาพ (Quality management and quality assurance) คณะอนุกรรมการที่ 2 ระบบคุณภาพ (Subcommittee SC 2, Quality Systems) ซึ่งมี BSI สถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศอังกฤษ เป็นเลขานุการ
ผู้สนใจสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ https://www.iso.org/standard/70397.html
ที่มา: https://www.iso.org/news/ref2275.html
ความยืดหยุ่นหรือความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่ต้องการอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไอเอสโอตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ จึงได้พัฒนามาตรฐาน ISO 22316 ขึ้นมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่รออยู่เบื้องหน้า
ISO 22316: 2017 – Security and resilience – Organizational resilience – Principles and attributes เป็นมาตรฐานที่ให้แนวทางการทำงานสำหรับองค์กรเพื่อช่วยให้องค์กรพิสูจน์ได้ว่าจะมีความสามารถในการปรับตัวและอยู่รอดในอนาคต ประกอบด้วยหลักการสำคัญในรายละเอียด คุณลักษณะ และกิจกรรมที่สนับสนุนองค์กรให้เกิดความยืดหยุ่น
เจมส์ คราสต์ ผู้ประสานงานของคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 292 กลุ่มงาน WG 2 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่พัฒนามาตรฐานดังกล่าว ระบุว่าการปรับปรุงให้องค์กรให้มีความยืดหยุ่น จะทำให้มั่นใจได้ว่าองค์กรจะไม่เพียงแต่สามารถสร้างความคาดหวังในการตอบสนองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้เท่านั้น แต่ยังสามารถประสานการสร้างโอกาสให้เกิดขึ้นอีกด้วย
มาตรฐานนี้ให้มุมมองที่กว้างขวางที่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดความยืดหยุ่นในองค์กร แต่หลายองค์กรมองข้ามเรื่องเหล่านี้ไป ดังนั้น มาตรฐานนี้จึงเป็นหนึ่งในหลักการสำคัญในการช่วยให้องค์กรพัฒนาวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้เกิดความยืดหยุ่น ซึ่งมีการอธิบายคุณลักษณะขององค์กรที่ให้หลักการในการนำไปปรับใช้ กิจกรรมที่ให้แนวทางในการใช้งาน การประเมินผล รวมทั้งการสนับสนุนคุณลักษณะที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นด้วย
นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างรูปแบบของการบริหารความเสี่ยงซึ่งมีคุณค่าร่วมและความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องบริบท ซึ่งผู้นำจะต้องร่วมสร้างพลังให้เกิดขึ้นด้วย เพราะความยืดหยุ่นขององค์กรนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จากปฏิสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนใครและเกิดจากปัจจัยทั้งในเชิงกลยุทธ์และในเชิงปฏิบัติการขององค์กร
จะเห็นได้ว่าไม่มีแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดความยืดหยุ่นในองค์กรได้ แต่ความยืดหยุ่นขององค์กรเกิดขึ้นได้จากหลักการบริหารจัดการของตนเองที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากคุณลักษณะ กิจกรรม และการมีส่วนร่วมที่เกิดจากความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมทั้งวิธีที่จะจัดการกับความไม่แน่นอนและการทำงานร่วมกันของคนในองค์กร
มาตรฐานดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดยกลุ่มงาน WG 2 – Continuity and organizational resilience ของคณะทำงานวิชาการ ISO/TC 292, Security and resilience ซึ่งเลขานุการที่ดูแลรับผิดชอบ คือสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสวีเดน (Sweden Standards Institute: SIS) ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา:
1. https://www.iso.org/news/Ref2189.htm
2. https://www.iso.org/obp/ui/#iso:std:iso:22316:ed-1:v1:en
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าที่เราซื้อมาจากร้านค้านั้นมีที่มาหรือแหล่งกำเนิดจากไหน? มาจากกระบวนการผลิตใด? และมีคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนอย่างไร?
การสร้างความมั่นใจให้กับการสอบกลับ (Traceability) มีความสำคัญในการทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทุกชนิดในท้องตลาด
ปัจจุบัน โลกของเรากำลังให้ความสำคัญกับระบบ CoC (Chain of Custody) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านความหมาย การนำเสนอและอุตสาหกรรมซึ่งรวมถึงระบบ CoC สำหรับความปลอดภัยของอาหาร เกษตรกรรมแบบยั่งยืน หรือความสอดคล้องในการผลิต ทั้งนี้ ลูกค้าทั่วโลกต่างก็มีความต้องการในเรื่องของการสอบกลับ (Traceability) และความโปร่งใส (Transparency) มากขึ้น ไอเอสโอหรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานตระหนักถึง
ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการ ISO/PC 308 – Chain of Custody ซึ่งจะช่วยดูแลมาตรฐานที่เกี่ยวข้องต่างๆ
ให้มีการสอบกลับที่ง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่อยู่ในซัพพลายเชนด้วยการใช้ ”ภาษามาตรฐาน” ของไอเอสโอให้เหมือนกันทั่วโลก
สำหรับห่วงโซ่ของการดูแลนั้น ระบบการสอบกลับมีความสำคัญอย่างยิ่ง และหากปล่อยให้เนิ่นนานไป ก็จะเกิดความสับสน ซับซ้อน และเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ การสอบกลับและความโปร่งใสยังเป็นหลักประกันสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และสามารถสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับลักษณะของการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพ อันเป็นการสร้างความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพ ซึ่งในหลายกรณี ถือป็นข้อบังคับทางกฎหมายด้วย ดังนั้น ระบบการบริหารจัดการห่วงโซ่ของการดูแล (Chain-of-Custody: CoC Management System) จึงมีความสำคัญมากสำหรับโครงการด้านการประกันคุณภาพและการตรวจสอบรับรอง
ปัจจุบัน คณะกรรมการวิชาการ ISO/PC 308 – Chain of Custody ได้สร้างความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานจากองค์กรที่เกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน เช่น อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค พลังงาน และการก่อสร้าง รวมทั้งโครงการด้านการรับรองและภาครัฐที่เกี่ยวข้องด้วย โดยไอเอสโอเปิดรับความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวจากผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก และผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศไทย
ที่มา:
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรที่หนึ่งกิโลกรัมมีน้ำหนักหนึ่งกิโลกรัม แล้วเราสามารถวัดกระแสไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร ความคงที่ในปริมาณและหน่วยวัดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการวัดที่แม่นยำและจะทำได้ก็ต่อเมื่อทุกคนใช้ “ภาษา” เดียวกัน และภาษานั้นก็คือ มาตรฐานชุด ISO/IEC 80000 นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการทบทวนมาตรฐาน
มาตรฐานดังกล่าวได้รับการอ้างอิงโดยสำนักงาน ชั่ง ตวง วัด ระหว่างประเทศ (International Bureau of Weights and Measurements: BIPM) ได้ใช้ระบบการชั่ง ตวง วัดระหว่างประเทศเป็นแนวทางที่เรียกกันว่าโบรชัวร์ของเอสไอ ซึ่งสนับสนุนความหมายของปริมาณและหน่วยวัด ประกอบไปด้วย 13 ส่วนที่แตกต่างกัน โดย 11 ส่วนมาจาก ISO และ 2 ส่วนมาจาก IEC ซึ่งบางส่วนอยู่ในขั้นตอนร่างสุดท้ายของการพัฒนามาตรฐาน (สำหรับเอสไอเป็นระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศซึ่งมีที่มาจากประเทศอังกฤษและมีทั้งหมด 7 หน่วย ได้แก่ เมตรสำหรับวัดความยาว กิโลกรัมสำหรับวัดมวล วินาทีสำหรับวัดเวลา แอมแปร์สำหรับวัดกระแสไฟฟ้า เคลวินสำหรับวัดอุณหภูมิ แคนเดลาสำหรับวัดความเข้มของการส่องสว่าง และโมลสำหรับวัดปริมาณของสาร
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://lib3.dss.go.th/fulltext/dss_j/2555_189_60_p44-46.pdf )
มาตรฐานชุดดังกล่าวให้นิยามศัพท์ ความหมาย สัญลักษณ์ที่แนะนำให้ใช้ หน่วยและข้อมูลที่สำคัญอื่นๆ เกี่ยวกับปริมาณที่ใช้ในทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถนำไปใช้อ้างอิงในการเขียนเอกสารทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ มาตรฐาน และคู่มือได้
สำหรับมาตรฐานที่ไอเอสโอกำลังทบทวนอยู่นี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับเส้นทางด้านตลาดที่เป็นผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมทุกประเภท ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในด้านการวัดในหลายสาขาที่ต้องการความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เช่น การค้าของโลก การผลิต การผลิตด้านพลังงานและสุขภาพ จึงมีความสำคัญที่ไอเอสโอต้องทำการทบทวนมาตรฐานเพื่อให้มั่นใจว่ามีความเกี่ยวข้องกันและมีความแม่นยำให้มากที่สุดและสอดคล้องกับระบบหน่วยวัดสากล
สำหรับผู้ใช้มาตรฐานนี้ก็คือ หน่วยงานด้านวิชาการและมาตรวิทยา นักการศึกษา ผู้เชียนหนังสือด้านเทคนิค นักแปลภาษา ผู้พัฒนามาตรฐานและอุตสาหกรรมในสาขาต่างๆ
สำหรับร่างมาตรฐานที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาและจะได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในเร็วๆ นี้ มีดังนี้
สำหรับร่างมาตรฐาน ISO 80000-9 เคมีเชิงฟิสิกส์และฟิสิกส์โมเลกุล และ ISO 80000-11 จำนวนคุณลักษณะ (Characteristic numbers) ได้มาถึงร่างมาตรฐานขั้นสุดท้ายแล้วซึ่งหมายความว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถส่งข้อคิดเห็นก่อนการตีพิมพ์เผยแพร่เป็นขั้นสุดท้าย
นอกจากมาตรฐานดังกล่าวข้างต้น ยังมีมาตรฐานดังต่อไปนี้ด้วย
มาตรฐานชุด ISO/IEC 80000 ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ Quantities and units ซึ่งมีสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสวีเดน (Swedish Standards Institute: SIS) เป็นเลขานุการ ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store หรือเว็บไซต์ของไออีซี IEC Store
ระบบหน่วยวัดเป็นระบบที่มีความเป็นมาที่ยาวนานในประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และเมื่อโลกได้เปลี่ยนแปลงไป หน่วยวัดจึงต้องก้าวตามให้ทัน ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงเห็นพัฒนาการของระบบหน่วยวัดที่สอดคล้องกับโลกในปัจจุบันมากขึ้น
ที่มา: