โลกใต้ทะเลเป็นโลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่นักดำน้ำต้องการค้นหา ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น จากข้อมูลของนิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกระบุว่าโลกของเรามีส่วนประกอบของน้ำทะเลถึง 70% ส่วนน้ำบนพื้นดินมีเพียง 30% และภาพของสัตว์และพืชที่อยู่ใต้ทะเลที่เราเห็นนั้นมีสีสันสวยงามอย่างเหลือเชื่อ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะนักดำน้ำ จึงต้องการค้นหาความงดงามที่ซ่อนอยู่ใต้ทะเลด้วยสายตาของตนเอง
การดำน้ำลึกเป็นความหลงใหลอย่างยิ่งสำหรับนักดำน้ำนับล้านคนทั่วโลก พวกเขาต่างมีความรักในโลกใต้น้ำเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดำน้ำที่ขาดการฝึกฝนด้วยความรับผิดชอบ สามารถทิ้งร่องรอยของตัวเองไว้กับสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้ ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการผจญภัยใต้น้ำ และช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมให้มีการดำน้ำอย่างยั่งยืน ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐานขึ้นมา 2 ฉบับ ได้แก่ มาตรฐาน ISO 21416, Recreational diving services – Requirements and guidance on environmentally sustainable practices in recreational diving และ ISO 21417, Recreational diving services – Requirements for training on environmental awareness for recreational divers
มาตรฐาน ISO 21416 ช่วยส่งเสริมเทคนิคการดำน้ำที่อนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลในขณะที่มาตรฐาน ISO 21417 ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นของนักดำน้ำในด้านพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งมีโปรแกรมการฝึกอบรมอย่างมีมาตรฐานที่ทำให้นักดำน้ำมีพื้นฐานที่ดีและมีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและมีแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับกิจกรรมต่างๆ อย่างครอบคลุม เช่น การดำน้ำแบบลอยตัวบนผิวน้ำ และการดำน้ำใต้ผิวน้ำ เป็นต้น ซึ่งช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ศูนย์ดำน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ไม่ว่าจะเป็นนักดำน้ำมือใหม่หรือผู้ที่ช่ำชองแล้ว นักดำน้ำต่างให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมทางน้ำอย่างเต็มที่ เป้าหมายของศูนย์ดำน้ำคือการช่วยให้นักดำน้ำเพลิดเพลินไปกับโลกใต้น้ำได้อย่างปลอดภัยและพัฒนาความตระหนักรู้ถึงธรรมชาติอันละเอียดอ่อน หัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการดำน้ำคือสถานที่ที่ผู้คนไปดำน้ำ การได้รับประกาศนียบัตรที่รับรองการดำน้ำ และการเช่าอุปกรณ์
โปรแกรมการฝึกอบรมเป็นส่วนสำคัญของการดำน้ำ ดังนั้น การที่ผู้ให้บริการดำน้ำหรือศูนย์ดำน้ำ นำมาตรฐาน ISO 24803, Recreational diving services – Requirements for recreational diving providers ไปใช้จึงเป็นการยืนยันว่าศูนย์ดำน้ำมีการยึดถือแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในทุกเรื่อง นับตั้งแต่การฝึกอบรมพนักงานไปจนถึงอุปกรณ์ฉุกเฉิน มาตรฐานนี้พัฒนาขึ้นโดยทีมผู้เชี่ยวชาญระดับระหว่างประเทศที่ช่วยสร้างมาตรฐานสำหรับเงื่อนไขการฝึกอบรมในอุตสาหกรรมที่เข้าถึงพื้นที่ที่ห่างไกลที่สุดในโลก
ISO 24803 เพื่อศูนย์ดำน้ำที่มีคุณภาพและปลอดภัย
การรู้วิธีประเมินศูนย์ดำน้ำมีความสำคัญเนื่องจากความปลอดภัยส่วนบุคคลขึ้นอยู่กับการได้รับอุปกรณ์และการฝึกฝนที่ดี มาตรฐาน ISO 24803 ทำให้นักดำน้ำมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่ลึกลงไป 20 เมตรใต้ผิวน้ำในทะเลแคริบเบียนหรือเริ่มดำน้ำครั้งแรกในประเทศไทยก็ตาม พวกเขากำลังดำน้ำกับผู้คนที่ปลอดภัยที่สุดและเป็นมืออาชีพมากที่สุด ตัวอย่างเช่น ในอียิปต์ได้เห็นประโยชน์แล้วว่าการนำ ISO 24803 ไปใช้ทั่วประเทศส่งผลให้คุณภาพและความปลอดภัยของศูนย์ดำน้ำทั่วประเทศดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ด้วยเหตุนี้ ประกาศนียบัตรรับรองการดำน้ำจำนวนมากที่ออกในประเทศจึงแสดงมาตรฐานไอเอสโอเพื่อยืนยันคุณภาพและความปลอดภัย
การวิจัยใต้ท้องทะเลลึก
การมีชุดทักษะของนักประดาน้ำหมายความว่าพวกเขาสามารถมีบทบาทสำคัญในการทำงานทางวิทยาศาสตร์ใต้น้ำได้ นับตั้งแต่การรวบรวมตัวอย่างไปจนถึงการปกป้องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม นักดำน้ำเหล่านี้ต้องผสมผสานความรู้เกี่ยวกับระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์และการปกป้องสิ่งแวดล้อมเข้ากับความถนัดในการดำน้ำและความปลอดภัย
สาขาการดำน้ำอยู่ภายใต้การควบคุมในรูปแบบต่างๆ กัน ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์และองค์กรที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีการกำหนดให้มีความคล่องตัวด้วยกรอบการดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นหนึ่งเดียว
ปัจจุบัน ไอเอสโออยู่ระหว่างการพัฒนามาตรฐาน ISO 8804 จำนวน 3 ฉบับ โดยพัฒนาข้อกำหนดการฝึกอบรมสำหรับนักดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ นักดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ (Scientific diver) นักดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ชั้นสูง (Advanced scientific diver) และหัวหน้าโครงการดำน้ำทางวิทยาศาสตร์ (Scientific diving project leader) ซึ่งให้คำแนะนำสำหรับชุมชนนักดำน้ำเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ปลอดภัยภายใต้สภาวะการทดลองและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน
มาตรฐานไอเอสโอสำหรับการดำน้ำได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 228, Tourism and related services
ผู้สนใจสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา:
การระบาดใหญ่ของ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทุกอุตสาหกรรมรวมทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมนี้ขาดทุนไปแล้วถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2563 เพียงปีเดียว ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงทั้งต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ดังนั้น วันท่องเที่ยวโลกในปีนี้จึงได้มีการกำหนดหัวข้อ “การท่องเที่ยวเพื่อการเติบโตอย่างครอบคลุม” (Tourism for Inclusive Growth) ด้วยการยอมรับการสนับสนุนที่สำคัญซึ่งการท่องเที่ยวไม่เพียงแต่สร้างมาเพื่อเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมทั่วโลกอีกด้วย และไอเอสโอได้พัฒนามาตรฐานสากลจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยในการเริ่มต้นฟื้นตัวจากภาวะซบเซาอันเนื่องมาจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19
เมื่อเร็วๆ นี้ ไอเอสโอได้เผยแพร่เอกสารข้อกำหนดที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้ คือ ISO/PAS 5643, Tourism and related services - Requirements and guidelines to reduce the spread of COVID-19 in the tourism industry เพื่อตอบสนองต่อการระบาดใหญ่โดยตรงและลดการแพร่กระจายของ COVID-19 ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ข้อกำหนดที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้ (PAS) ดังกล่าวได้ให้คำแนะนำที่จะช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมายืนหยัดได้อีกครั้งและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เอกสารนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการใช้มาตรการที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยของทุกคนและสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพของบริการให้กับนักท่องเที่ยว
ข้อกำหนดที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้ (PAS) ดังกล่าวยังได้รับการรับรองโดย European Committee for Standardization (CEN) ให้เป็นตราประทับความปลอดภัยด้าน COVID-19 สำหรับการท่องเที่ยวในยุโรป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในแนวทางปฏิบัติและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วทั้งภูมิภาคด้วย
ไอเอสโอเชื่อว่าการเดินทางและการท่องเที่ยวควรเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนมีความสุขได้ไม่ว่าจะมีความสามารถทางกายภาพเป็นอย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐาน ISO 21902, Tourism and related services – Accessible tourism for all – Requirements and recommendations ISO21902 ซึ่งเป็นข้อกำหนดและคำแนะนะด้านการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการท่องเที่ยวของคนทุกวัยอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงใครก็ตามที่อาจประสบปัญหาในการเข้าถึงบริการการท่องเที่ยว เช่น ผู้ทุพพลภาพและผู้สูงอายุ เป็นต้น
มาตรฐานไอเอสโอดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรฐานที่ใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คณะกรรมการวิชาการไอเอสโอ ISO/TC 228, Tourism and related services ได้เผยแพร่มาตรฐานมากกว่า 30 ฉบับเพื่อปรับปรุงบริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ได้รับการคุ้มครอง การจัดการที่พักอย่างยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เป็นต้น
มาตรฐานทั้งหมดนี้มีส่วนโดยตรงในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) จำนวน 17 ข้อ รวมถึง SDG 1 การขจัดความยากจน(No poverty) SDG 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ(Decent Work and Economic Growth) และ SDG 13 ปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)
สำหรับเลขานุการคณะกรรมการวิชาการไอเอสโอ ISO/TC 228 คือ UNE ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสเปน
ที่มา : https://www.iso.org/news/ref2722.html
เหตุการณ์เมื่อก่อนเกิดโรคระบาด COVID-19 การท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ปัจจุบัน ในขณะที่อุตสาหกรรมบางส่วนค่อยๆ เริ่มฟื้นตัวขึ้นมา ความท้าทายจึงกลายเป็นการทำให้การท่องเที่ยวหลังการระบาดใหญ่กลับคืนมาอีกครั้งในรูปแบบที่ยั่งยืนมากกว่าเดิม
การท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของโลก โดยสามารถทำให้เกิดงานจำนวน 1 ใน 10 ตำแหน่งทั่วโลก อุตสาหกรรมนี้ยังมีศักยภาพที่มีคุณค่าในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ทั้ง 17 ประการขององค์การสหประชาชาติเกือบทั้งหมดด้วย รวมถึงการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก (SDG 15, Life on Land), การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร (SDG 14, Life under Water), การบริโภคและการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ (SDG 12, Responsible Consumption and Production) และการขจัดความยากจน (SDG 1, No Poverty)
เรามาดูกันว่ามาตรฐานไอเอสโอด้านการท่องเที่ยวสามารถช่วยอะไรได้บ้าง
การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังมีความไม่เท่าเทียมกันเท่าใดนักและมีแนวทางปฏิบัติมากมายที่อาจขัดขวางความก้าวหน้าได้ ด้วยเหตุนี้ ไอเอสโอจึงพัฒนามาตรฐานสากลสำหรับหลักการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขึ้นมาหลายฉบับด้วยกัน ตัวอย่างเช่น
ISO 23405, Tourism and related services – Sustainable tourism – Principles, terminology and model เป็นมาตรฐานการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หลักการ คำศัพท์และแบบจำลอง มาตรฐานนี้จะสร้างเวทีสำหรับอุตสาหกรรมโดยการให้คำจำกัดความและคำศัพท์ที่ตกลงกันไว้ซึ่งสามารถใช้รูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนได้ และสามารถใช้ได้กับองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยไม่คำนึงถึงขนาดและสถานที่ตั้ง
มาตรฐานนี้จะช่วยให้มีการระบุ การประเมิน และการบรรเทาผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนวัฒนธรรมท้องถิ่น ในขณะที่ยังคงสามารถรักษาคุณภาพการบริการในระดับสูงและสามารถปกป้องผู้ปฏิบัติงานได้ด้วย
ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้งแคมป์หรือโรงแรมระดับห้าดาว ล้วนแต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น มาตรฐาน ISO 21401 เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นข้อกำหนดระบบการจัดการความยั่งยืนสำหรับสถานประกอบการด้านที่พัก ซึ่งสามารถส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้
มาตรฐานนี้ระบุข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจสำหรับการนำระบบการจัดการความยั่งยืนมาใช้ในที่พักนักท่องเที่ยว โดยกล่าวถึงประเด็นต่างๆ เช่น สิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัยสำหรับพนักงานและลูกค้าหรือแขกผู้มาเยือน การปกป้องสิ่งแวดล้อม การใช้น้ำและพลังงาน การสร้างของเสีย และการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น
การรักษาชายหาดของเราให้สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่ทำให้การมาเยี่ยมเยือนเป็นประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังดีสำหรับโลกของเราด้วย ชายหาดสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่งของโลกเรา ก็คือ ทะเล ด้วย
ดังนั้น ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐาน ISO 13009 ขึ้นมา เพื่อให้มาตรฐานนี้เป็นมาตฐานด้านการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อกำหนดและคำแนะนำสำหรับการดำเนินงานชายหาด ซึ่งให้แนวทางที่ตกลงกันในระดับสากลที่ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ความปลอดภัยของชายหาดและทางน้ำ ไปจนถึงการทำความสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน การกำจัดของเสีย การวางแผนและการส่งเสริม นอกจากนี้ ยังช่วยให้แน่ใจว่ากิจกรรมความบันเทิงในพื้นที่ดำเนินการภายใต้กรอบความรับผิดชอบต่อสังคมและให้คำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขอนามัยสำหรับผู้มาเยี่ยมเยือน
ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่ามีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตรวมทั้งการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวแบบผจญภัยมีแนวโน้มจะเริ่มต้นมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวใช้เสรีภาพอย่างเต็มที่และแสวงหาประสบการณ์ที่ท้าทายมากขึ้น ไอเอสโอจึงได้พัฒนามาตรฐาน ISO 20611 ขึ้นมา มาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่มีแนวทางปฏิบัติที่ดีเพื่อความยั่งยืน มีข้อกำหนดและข้อแนะนำที่ให้แนวทางทั้งหมดแก่ผู้ให้บริการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยเพื่อให้มั่นใจว่าการผจญภัยเหล่านี้ดีต่อโลกด้วยเช่นกัน มาตรฐานนี้มีความหมายมากกว่าการรีไซเคิล โดยให้แนวทางที่ครอบคลุมซึ่งรวมถึงการให้ความรู้แก่ลูกค้าและการดำเนินการเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นในเชิงรุก
การปกป้องชีวิตใต้น้ำเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งของ SDG 14 ซึ่งมีภารกิจในการอนุรักษ์และใช้มหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ชุมชนการดำน้ำจึงสามารถมีบทบาทเชิงบวกได้ และเพื่อสนับสนุนในเรื่องนี้ ไอเอสโอจึงพัฒนามาตรฐานสากลสำหรับการดำน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งมีมาตรฐาน 2 ฉบับที่มีจุดมุ่งหมายโดยตรงสำหรับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน
ตัวอย่างเช่น ISO 21416, Recreational diving services – Requirements and guidance on environmentally sustainable practices in recreational diving ซึ่งเป็นข้อกำหนดและคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมในการดำน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ที่ช่วยให้ศูนย์ดำน้ำและบริการต่างๆ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทางน้ำ แบะมีแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับสากล เช่น การขัดขวางไม่ให้นักดำน้ำให้อาหารหรือกำจัดสัตว์น้ำ หรือวิธีใช้งานเรือในลักษณะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
มาตรฐานนี้สามารถใช้ร่วมกับมาตรฐาน ISO 21417, Recreational diving services – Requirements for training on environmental awareness for recreational divers มาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับบริการดำน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำหรับการฝึกอบรมความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับนักดำน้ำเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้แก่นักดำน้ำเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของกีฬาของพวกเขา เพื่อให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าในการลดความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อน่านน้ำของเรา .
มาตรฐานทั้งหมดเหล่านี้ได้รับการพัฒนาโดยคณะกรรมการวิชาการด้านการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวของไอเอสโอ ISO/TC 228, Tourism and related services ซึ่งมีเลขานุการคือ UNE ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติของประเทศสเปน
ผู้สนใจสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสั่งซื้อได้จากเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store