ข้อมูลจาก The Sustainable Infrastructure Imperative, The New Climate Economy Report ของธนาคารโลกระบุว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีการลงทุนเป็นจำนวนมากนับล้านล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลกของเรา ซึ่ง คณะกรรมการไอเอสโอคณะใหม่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อทำงานในเรื่องของการเงินที่ยั่งยืนโดยเฉพาะแล้ว
การปรับตัวให้สามารถตอบสนองการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกนั้น จำเป็นต้องมีการลงทุนที่มีนัยสำคัญพอสมควร กล่าวคือ ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) ควรมีการลงทุนประมาณ 90 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แม้ว่าจะมีการลงทุนโครงการสีเขียวและการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความยั่งยืนไปแล้ว แต่โลกของเรายังจำเป็นต้องมีการลงทุนเพื่อความยั่งยืนเพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
คณะกรรมการวิชาการไอเอสโอคณะใหม่ คือ ISO/TC 322, Sustainable finance มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนตลาดการลงทุนด้านความยั่งยืนด้วยการพัฒนามาตรฐานสากลใหม่ สำหรับโครงการแรกของคณะกรรมการนี้จะเป็นการพัฒนากรอบการทำงานสำหรับการเงินที่ยั่งยืนซึ่งเป็นแนวคิดรวบยอดที่มีอยู่แล้วและพิจารณาคำศัพท์ที่ใช้ร่วมกัน
ไมค์ เฮนิแกน เลขานุการของคณะกรรมการดังกล่าว ระบุว่ามีมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล การเงิน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนรวมทั้งหัวข้อที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว เช่น พันธบัตรสีเขียว แต่ยังไม่มีมาตรฐานใดที่ครอบคลุมถึงการเงินที่ยั่งยืน
เป้าหมายของคณะกรรมการ ISO/TC 322 คือการมุ่งไปที่การเงินที่ยั่งยืนเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและนักลงทุนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นและมีประสิทธิผลมากขึ้น ซึ่งต้องมีการเชื่อมโยงระหว่างระบบการเงินทั่วโลกกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ และจะทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานที่มีอยู่สามารถทำให้มาตรฐานด้านการเงินที่ยั่งยืนมีความชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และสามารถจัดหาคำศัพท์ที่ใช้ร่วมกันได้รวมทั้งวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดและแนวทางการใช้งานในระดับสากล
กรอบการทำงานครั้งแรกนี้จะช่วยทำให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนที่ยั่งยืนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไปได้และจะทำให้มีผู้เล่นในตลาดมากขึ้นด้วย
ส่วนงานในอนาคตของคณะกรรมการนี้จะพิจารณาถึงการรวมเอาเรื่องของความยั่งยืนเข้ากับการตัดสินใจในด้านการเงิน การบริการและผลิตภัณฑ์ การตัดสินใจด้านการลงทุนที่จะทำให้บรรลุผลด้านสังคมที่ดี นอกเหนือจากด้านผลตอบแทนทางการเงิน การเงินสีเขียว ซึ่งจะรวมเอาการเงินที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศเข้าไว้ด้วยเพื่อสนับสนุนแนวคิดด้านพลังงานสะอาด พร้อมด้วยการเงินที่สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมุมมองด้านสิ่งแวดล้อมที่กว้างขึ้น รวมทั้งการลงทุนเกี่ยวกับโครงการเฉพาะ เช่น โครงการประสิทธิผลด้านพลังงาน และเมืองที่ยั่งยืน เป็นต้น
ในอนาคตอันใกล้นี้ โลกของเราจะก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วย “การเงินที่ยั่งยืน” จากการทำงานของคณะกรรมการ ISO/TC 322 ซึ่งไอเอสโอเชื่อมั่นว่าจะมีส่วนสำคัญในการทำให้โลกของเราบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
ที่มา : https://www.iso.org/news/ref2350.html
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) โดยนางพรรณี อังศุสิงห์
ผู้อำนวยการสถาบันฯ คณะผู้บริหาร และพนักงานสถาบันฯ ให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจประเมินกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism Accreditation Team: CDM-AT) ในการตรวจติดตามผลการรักษาระบบงาน (Regular Surveillance) สำหรับหน่วยงานปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมาย (Designated Operational Entities: DOE) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) เมื่อวันที่ 23 – 24 มกราคม 2562 ณ ห้อง SUSTAINABILITY สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
สรอ. เป็นหน่วยปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมาย หรือ DOE แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารประกอบโครงการ (Validation) และการตรวจสอบยืนยัน/การรับรองการลดก๊าซเรือนกระจก (Verification/Certification) สำหรับโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism: CDM) โดยได้รับการรับรองระบบงานจากคณะกรรมการบริหารกลไกพัฒนาที่สะอาด (Executive Board of the Clean Development Mechanism: CDM EB), UNFCCC ครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2555 และได้รับการต่ออายุการรับรองระบบงาน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560
กลไกการพัฒนาที่สะอาด หรือ CDM เป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้มีความร่วมมือกันระหว่างประเทศที่มีพันธกรณีกับประเทศที่ไม่มีพันธกรณี ได้ร่วมกันลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรหรือคนในพื้นที่จากการขายวัสดุเหลือใช้/ผลิตผลทางการเกษตรเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงาน สร้างรายได้จากการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ประชาชนมีคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้น ลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นโดยการนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงและพลังงาน
สรอ.ได้ให้บริการด้าน CDM ในฐานะหน่วยปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมาย หรือ DOE และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจก เช่น
การตรวจสอบความใช้ได้ (Validation)/การทวนสอบ (Verification) โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) การตรวจสอบความใช้ได้/การทวนสอบการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งระดับองค์กรและระดับโครงการของผู้ประกอบกิจการ ตามมาตรฐานสากล ISO 14064-1 และ ISO 14064-2 การให้บริการข้อมูลองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ CDM และการลดก๊าซเรือนกระจก
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) ได้รับเกียรติจาก
ผู้อำนวยการสถาบันชุณหะวัณเพื่อการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน (CISMED) มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน พร้อมคณะอาจารย์ CISMED
เข้าพบหารือเกี่ยวกับมาตรฐานของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการ SME ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 ณ ห้อง SUSTAINABILITY สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับผู้อำนวยการสถาบัน CISMED ดร. วิศรุต กระบวนสืบ และคณะอาจารย์ฯ โดยผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานได้ประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรฐานของผู้ประกอบการ SME แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุน
ผู้ประกอบการ SME ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านระบบ/การบริหารจัดการตามแนวทางมาตรฐานสากล ร่วมกัน อาทิ การพัฒนาบุคลากรในการให้บริการ การสร้างความตระหนัก ความรู้ความเข้าใจและความรู้ความสามารถของผู้ประกอบการ SME เพื่อยกระดับมาตรฐานและความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
ที่เหมาะกับ SME ในแต่ละระดับไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ทางวิชาการ ร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย
ทั้งส่วนกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในปีงบประมาณ 2562 กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ดำเนินโครงการตรวจประเมินสถานประกอบการที่ขอเทียบระดับหรือเลื่อนระดับสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ระยะเวลาดำเนินงาน 9 เดือน (2 มกราคม ถึง 1 ตุลาคม 2562) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับสถานประกอบการอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 3 ถึงระดับที่ 5 โดยได้มอบหมายให้สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ เป็นที่ปรึกษาโครงการ
โครงการดังกล่าว เป็นโครงการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งได้รับความสนใจจากสถานประกอบการทั่วประเทศ ในการขอรับการตรวจประเมินเพื่อการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว โดยในปี 2562 นี้ ยังคงเป็นการตรวจประเมินสถานประกอบการที่มีความประสงค์ขอรับการตรวจประเมินอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 3
ถึงระดับที่ 5
ขั้นตอนการดำเนินโครงการ
เอกสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม
Download เอกสารทั้งหมด (คลิกที่นี่)
ติดต่อสอบถาม :
สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) ได้รับเชิญในฐานะหน่วยตรวจมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เข้าร่วมงานและร่วมจัดนิทรรศการในงานสัมมนา หัวข้อ “Transformation สมอ. 4.0 : iTISI & Surveillance/NSW” ซึ่งจัดโดย สมอ.หรือ TISI วันที่ 17 มกราคม 2562 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม ชั้น 2 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสมชาย หาญหิรัญ เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ประเทศไทย 4.0: และ Industry 4.0” มีผู้บริหารของกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) นายวันชัย พนมชัย พร้อมคณะผู้บริหาร ภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานพันธมิตร ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน
ภายในงานมีการอภิปราย เรื่อง “iTISI” ในหัวข้อต่างๆ ได้แก่ วิสัยทัศน์ สมอ. 4.0, Digital License, Digital Surveillance/NSW, Digital Payment และ Digital Infrastructure เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และการปรับการปฏิบัติงานสู่การเป็น สมอ. 4.0 รวมทั้งให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจในระบบ iTISI ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับความสะดวก การบริการมีความรวดเร็วและโปร่งใส ตอบสนองนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ตามนโยบาย Ease of Doing Business ของรัฐบาล
สรอ. ในฐานะหน่วยงานเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรมได้นำเทคโนโลยีดิจิตัลมาบูรณาการเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ ทั้งการให้บริการหลัก อาทิ การฝึกอบรม การรับรอง และบริการสนับสนุนต่างๆ เพื่อให้บรรลุความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะลูกค้า เพื่อมุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 และ Industry 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) มอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน มอก. 9001-2559 (ISO 9001:2015) และแสดงความยินดีกับ บริษัท บิสแมน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 ณ ห้อง SHARING ชั้น 18 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
บริษัท บิสแมน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยคุณสมเกียรติ เอกจริยาวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ และคุณเบญญาพร เรณูสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป พร้อมบุคลากรของบริษัทฯ ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ตามมาตรฐาน มอก. 9001-2559 (ISO 9001:2015) ในขอบข่ายการให้บริการฝึกอบรมด้านระบบการจัดการขององค์กร ตามมาตรฐานสากลต่างๆ และขอบข่ายการให้คำปรึกษาด้านระบบการจัดการ ครอบคลุมการออกแบบและพัฒนา การจัดทำและการดูแลระบบการจัดการขององค์กร ตามมาตรฐานสากลต่างๆ
การได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO 9001:2015) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับในการพัฒนาระบบการจัดการของบริษัทฯ เพื่อช่วยพัฒนาและส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐและเอกชนทั้งการผลิตและการบริการ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ลดความเสี่ยงของธุรกิจและกระบวนการทำงาน และพัฒนาให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการยกระดับมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพของบริษัทฯ เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามเป้าประสงค์ของบริษัทฯ ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาประเทศในการบริหารจัดการด้านคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) มอบใบรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001:2015) และใบรับรองระบบการจัดการตามมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001-2553) ระดับสมบูรณ์ แก่บริษัท หลินซิน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 ณ ห้อง SHARING ชั้น 18 สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
บริษัท หลินซิน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย คุณดอน ฮุย หลิน ประธานบริษัท คุณซู ฮุ่ย หยวน กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรของบริษัทฯ ให้เกียรติรับมอบใบรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001:2015) ขอบข่ายการผลิตหมอนและที่นอนจากน้ำยางพารา และใบรับรองระบบการจัดการตามมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001-2553) ขอบข่ายการผลิตหมอนและที่นอนจากน้ำยางพารา (ไม่รวมพื้นที่คลังสินค้า)

การได้รับการรับรองระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001:2015) และระบบการจัดการตามมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001-2553) ระดับสมบูรณ์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง และการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ในการพัฒนาระบบการจัดการของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นด้านนวัตกรรมและการพัฒนาในด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี การปฏิบัติงานและการผลิต รวมทั้งความพึงพอใจของลูกค้า โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คุณภาพชีวิตของแรงงาน และความปลอดภัยในการทำงาน
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการยกระดับมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001:2015) และระบบการจัดการตามมาตรฐานแรงงานไทย (มรท. 8001-2553) ระดับสมบูรณ์ เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงานของบริษัทฯ “รู้รักษาสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติตามพันธสัญญา พัฒนาให้ยั่งยืน” และคุณภาพชีวิตและความสุขในการทำงานของพนักงาน
ในการประชุมเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพขององค์การสหประชาชาติระหว่างวันที่ 13 – 29 พฤศจิกายน 2561 ที่ชาร์ม เอล ชีค ประเทศอียิปต์ มีผู้แทนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากกว่า 190 ประเทศ ได้มาร่วมประชุมเพื่อหยุดยั้งความสูญเสียด้านความหลายหลายทางชีวภาพและปกป้องระบบนิเวศที่สนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและน้ำ รวมทั้งสุขภาพที่ดีของคนทั่วโลก
ในการประชุม ดังกล่าว อีริค ซอลไฮม์ หัวหน้าโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNEP) กล่าวว่าปัจจุบัน การทำลายปะการังใต้น้ำจะทำให้โลกของเราเผชิญหน้ากับอนาคตที่น่ากลัว
เนื่องจากแนวปะการังเป็นแหล่งสำหรับอาหารและหมายถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรทั่วโลก ซึ่งช่วยให้หนึ่งในสี่ของชีวิตในท้องทะลมีชีวิตอยู่ได้ อีกทั้งยังปกป้องชุมชนและแนวชายฝั่งจากภัยอันตรายจากธรรมชาติด้วย หากขาดการปกป้องแนวปะการังแล้ว ก็อาจเกิดการสูญเสียอย่างถาวรได้
องค์กรสากล 8 องค์กรจึงได้เข้าร่วมสนับสนุนการตัดสินใจเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติเหล่านั้น ได้แก่ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์กรกองทุนสัตว์โลกสากล หน่วยงานอนุรักษ์ธรรมชาติ Wildlife Conservation Society, Vulcan Inc. องค์กรแห่งทะเล และ เลขาธิการของอนุสัญญาองค์การสหประชาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (UN Convention on Biological Diversity: CBD)
ความคาดหวังเพื่อความร่วมมือดังกล่าวจึงมีสูงมาก การปกป้องแนวปะการังจะต้องเป็นสิ่งที่โลกให้ความสนใจเป็นอันดับแรก ซอลไฮม์ซึ่งได้เปิดเผยหุ้นส่วนใหม่ที่รีสอร์ทในชาร์ม เอล ชีค มีรัฐมนตรีรวม 12 คนจากประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของ CBD ได้มารวมตัวกันพร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนจากองค์กรภาคสังคมพลเมืองซึ่งเริ่มกระบวนการรับเอากรอบการทำงานระดับโลกไปใช้ในเวลา 2 ปีเพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งแนวปะการังทั่วโลก
การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีสำหรับผู้มีส่วนในการตัดสินใจจากประเทศต่างๆ กว่า 190 ประเทศที่เข้ามามีพันธสัญญาและก้าวไปสู่ความพยายามในการหยุดยั้งความสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและปกป้องระบบนิเวศที่เกื้อกูลต่อสุขภาพของเรา ความมั่นคงของอาหารและน้ำ เพื่อคนอีกนับพันล้านคนทั่วโลก
นอกจากนี้ รัฐบาล ภาคเอกชน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรรวมทั้งองค์กรระหว่างรัฐบาลเช่น ชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นเยาวชน และสังคมพลเมือง ได้รับการคาดหวังว่าจะอุทิศตนเพื่อสนับสนุนแผนกลยุทธ์สำหรับความหลากหลายทางชีวภาพระหว่างปี 2554 – 2563 (ค.ศ.2011 – 2020)
รายงานล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ซึ่งเผยแพร่ในเดือนตุลาคม 2561 กล่าวเตือนว่าแม้ว่าเราจะมีการบริหารจัดการให้โลกของเราให้มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ 1.5 องศาเซลเซียสซึ่งเหนือกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมก็ตาม ก็จะยังคงสูญเสียแนวปะการังถึง 70 – 90% ไป หากโลกยังคงไม่สามารถปฏิบัติการลดภาวะโลกร้อนได้ ก็จะเกิดความสูญเสียตามมาอีกอย่างมหาศาล
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงการคุกคามหลักอย่างเดียวที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อปะการังเท่านั้น การจับปลาที่มากเกินไป และการพัฒนาชายฝั่ง ตลอดจนมลพิษ ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการสูญเสียปะการังในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา
การลดภัยคุกคามเหล่านั้นสามารถช่วยฟื้นฟูแนวปะการังและผลกระทบที่ตามมาได้ เช่น ปรากฏการณ์ฟอกขาวซึ่งเกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน
เจ้าชายโรเบิร์ตที่สองแห่งโมนาโค ได้กล่าวว่าพระองค์ทรงโสมนัสที่ได้ทรงเห็นว่าแนวปะการังกำลังได้รับความสนใจตามสมควร และโลกของเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ปี 2563 (ค.ศ.2020) ในไม่ช้า และจำเป็นต้องมีความเฉียบคมในการมุ่งสู่กลยุทธ์เพื่ออนุรักษ์แนวปะการังและสนับสนุนคนที่ต้องใช้ชีวิตโดยพึ่งพิงอยู่กับมัน ส่วนการประชุมทั่วไปในโครงการแนวปะการังสากลซึ่งประเทศโมนาโคจะเป็นเจ้าภาพในเดือนธันวาคม 2562 นั้น จะเป็นก้าวสำคัญซึ่งพระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้การประชุมนี้เป็นการนำไปสู่การรับเอาแนวปฏิบัติของโครงการที่เป็นไปได้ไปใช้อย่างมีประสิทธิผลด้วย
ทั่วโลกจึงจำเป็นต้องเร่งทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดภาวะโลกร้อนเพื่อรักษาแนวปะการังของโลกไว้ให้ได้
ที่มา: https://news.un.org/en/story/2018/11/1025731
เรื่องราวของ “การวัด” มีความเป็นมาที่ยาวนานในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ กล่าวกันว่ามนุษย์รู้จัก “การวัด” ก่อน “การเขียน” เรารู้จักนับเลข และการใช้ดวงอาทิตย์บอกเวลา เรารู้จักนำวัตถุที่มีอยู่บนโลกนี้มาวัดความยาวและชั่งน้ำหนัก ต่อมา มนุษย์เราต้องการการวัดที่ดีขึ้น ศาสตร์ของการวัดจึงมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นไปพร้อมกับสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ
“มาตรวิทยา” มีความเป็นมาที่ยาวนานควบคู่กับความเจริญทางวิทยาศาสตร์ ปัจจุบัน เนื่องจากระบบหน่วยวัดสากลมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ทำให้โลกของเราเตรียมปรับหน่วยวัดพื้นฐานใหม่ ตามที่ MASCI Innoversity เคยนำเสนอบทความในหัวข้อ “มาตรวิทยาโลกเตรียมปรับหน่วยวัดใหม่” มาแล้ว
หน่วยวัดสากลที่มีการปรับปรุงใหม่จำนวน 4 หน่วย ได้แก่ กิโลกรัม แอมแปร์ เคลวิน และโมล นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของการวัดสากลนับตั้งแต่ปี 2418 (ค.ศ.1875 ซึ่งเป็นปีที่ BIPM ถือกำเนิดขึ้นและเป็นปีที่ผู้แทน 17 ประเทศได้ลงนามในสนธิสัญญาด้านการวัด) เป็นต้นมา
ทั้งนี้ ชุดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการวัดของไอเอสโอซึ่งได้รับการเผยแพร่จากไอเอสโอและไออีซี คือ ชุดมาตรฐาน ISO 80000, Quantities and Units มีการให้ความหมายของชื่อสากล ความหมาย และสัญลักษณ์ของปริมาณที่ใช้ในทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และหน่วยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว
สำหรับหน่วยการวัดสากลนั้น นักวิทยาศาสตร์ด้านมาตรวิทยามากกว่า 60 ประเทศได้มารวมตัวกันในการประชุมเชิงปฏิบัติการทั่วไปด้านการชั่งและการวัด (General Conference on Weights and Measures: CGPM) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 16 พฤศจิกายน 2561 ที่แวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส เพื่อร่วมกันให้สัตยาบันในความหมายใหม่ของหน่วยการวัดสากล
ในการประชุมดังกล่าว เลขาธิการไอเอสโอยังได้ลงนามในประกาศร่วมในการสอบกลับทางมาตรวิทยาเพื่อแสดงพันธสัญญาของไอเอสโอในการให้ความร่วมมือกับองค์กรทั้ง 3 องค์กร ได้แก่ BIPM, OIML (International Organization of Legal Metrology) และ ILAC (International Laboratory Accreditation Cooperation) ด้วย การประกาศดังกล่าวเป็นการยืนยันถึงความคงที่และการเปรียบเทียบสากลว่าจะได้รับการรับรองหากผลของการวัดมีการสอบกลับไปยังแหล่งอ้างอิงที่เป็นที่ยอมรับกันทางมาตรวิทยา และเป็นพื้นฐานสำหรับทุกองค์กร
ในการประชุมเชิงปฏิบัติการทั่วไปด้านการชั่งและการวัดดังกล่าว เลขาธิการไอเอสโอกล่าวว่าการตัดสินใจในการให้ความหมายใหม่ของหน่วยสากลหลัก 7 หน่วยนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลก
การรับเอาการวัดที่เป็นมาตรฐานไปใช้เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเศรษฐกิจโลกซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
การให้ความหมายใหม่นี้หมายความว่าเราจะไม่พึ่งพิงวัตถุทางกายภาพสำหรับการวัดที่แม่นยำอีกต่อไป ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมากมายต่อโลกของเราโดยจะทำให้เกิดการเร่งนวัตกรรม และการลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาเทคโนโลยี และจะทำให้วิทยาศาสตร์ด้านการวัดในรุ่นต่อๆ ไปเกิดความก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ชุดมาตรฐาน ISO 80000 มีการเน้นในเรื่องของความกลมกลืนแบบสากลในเรื่องของคำศัพท์ นิยาม และสัญลักษณ์ของหน่วยและปริมาณที่ใช้ในทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ซึ่งเป็นการยืนยันภาษาที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและการเขียนสูตรต่างๆ อันเป็นการอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารระหว่างนักวิทยาศาสตร์ และวิศวกรในสาขาต่างๆ
ชุดมาตรฐานที่มีการอ้างอิงในเอกสารของ BIPM (Bureau International des Poids et Mesures หรือ International Bureau of Wdights and Measures) ประกอบด้วย 13 ส่วน โดย 11 ส่วนมาจากไอเอสโอ และ 2 ส่วนมาจากไออีซี ซึ่งมีศัพท์ ความหมาย สัญลักษณ์ที่แนะนำ หน่วย และข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปริมาณที่ใช้ในทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม มาตรวิทยา และอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงเพื่อการเขียนทางวิทยาศาสตร์หรือเอกสารทางวิชาการ ตำรา มาตรฐาน และแนวทางอื่นๆ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การอ้างอิงชุดมาตรฐาน ISO 80000 ได้รับการทบทวนไปพร้อมกันกับเอกสารโบรชัวร์เรื่องระบบหน่วยสากล (International System of Units: SI) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 (ค.ศ.2019)
ผู้สนใจมาตรฐานดังกล่าวสามารถศึกษาได้จากห้องสมุดสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือเว็บไซต์ของไอเอสโอ ISO Store
ที่มา:
นางพรรณี อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สรอ. (MASCI) มอบเกียรติบัตรมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1:2013) ให้แก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในขอบข่าย การบริหารจัดการนวัตกรรมในการให้บริการด้านไปรษณีย์และโลจิสติกส์ ณ ห้องแสตมป์ทอง หอประชุมไปรษณีย์ไทย วันที่ 19 ธันวาคม 2561
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดย นายมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (สายงานปฏิบัติการนครหลวง) พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรของบริษัทฯ ให้เกียรติรับมอบเกียรติบัตรมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรม (CEN/TS 16555-1:2013) ซึ่งจัดขึ้นในงานการประกวดสุดยอดนวัตกรรม ปณท ประจำปี 2561 (Thailand Post Innovation Award 2018) โดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นบริษัทแรกในธุรกิจไปรษณีย์ ที่ได้รับเกียรติบัตรมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรมจาก สรอ.
มาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรม CEN/TS 16555-1 เป็นมาตรฐานที่ช่วยให้องค์กรมีการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนนโยบายและวัตถุประสงค์ด้านนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ ช่วยองค์กรในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านผลิตภัณฑ์/บริการ กระบวนการ วิธีการด้านการตลาด รูปแบบธุรกิจ สถานที่ทำงาน ความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก และการสร้าง/เพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สรอ. ขอแสดงความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรมของ ปณท เพื่อช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของ ปณท ในการให้บริการด้านไปรษณีย์และโลจิสติกส์ รวมทั้งการจัดส่งสินค้าและข่าวสารทั่วประเทศที่ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก พัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจไปรษณีย์และโลจิสติกส์ของอาเซียน ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เติบโตอย่างยั่งยืน และสนับสนุนการพัฒนาบริการของลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และวิสัยทัศน์ของ ปณท “การเป็นผู้นำธุรกิจไปรษณีย์และการให้บริการ Logistics ครบวงจรในอาเซียน”